SATC

ประวัติกีฬาแห่งชาติ 

 

       นับตั้งแต่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีการจัดตั้งองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทยขึ้น เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2547 คณะกรรมการองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย ได้วางโครงการในอันที่จะขยายการส่งเสริมกีฬาออกไปให้ทั่วราชอาณาจักร ด้วยการจัดการแข่งขันระหว่างจังหวัดภายในภาคต่าง ๆ ของประเทศขึ้นพร้อมกัน แต่โดยที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 เมื่อเดือนธันวาคม 2509 ซึ่งโดยปกติจะต้องใช้เวลาเตรียมการประมาณ 3 – 4 ปี และองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย ต้องรับภาระในด้านธุรการของงานครั้งนั้น จึงทำให้โครงการจัดการแข่งขันกีฬาภาคต้องเลื่อนไปโดยไม่มีกำหนด

       "กีฬาแห่งชาติ"  ได้วิวัฒนาการมาจากกีฬาเขต  ซึ่งมีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้ตราพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง องค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทยขึ้น เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2507 โดยการแข่งขันกีฬาเขตได้ริเริ่มขึ้นพร้อม ๆ กับการก่อตั้งองค์การส่งเสริมกีฬาออกไปให้ทั่วราชอาณาจักรด้วยการจัดการแข่งขันระหว่างจังหวัดภายในภาคต่าง ๆ ของประเทศขึ้นพร้อมกัน   แต่โดยที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5  เดือนธันวาคม  2509  ซึ่งโดยปกติจะต้องใช้เวลาเตรียมการประมาณ 3-4 ปี และองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทยต้องรับภาระในด้าน

       ธุรการของงานครั้งนี้  จึงทำให้โครงการจัดการแข่งขันกีฬาเขตต้องเลื่อนไปโดยไม่มีกำหนดจนกระทั่งเสร็จสิ้นการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 จึงเริ่มดำเนินการใหม่ 

       ความคิดในอันที่จะรวบรวมนักกีฬาทั่วประเทศ  รวมทั้งการขยายการส่งเสริมกีฬาออกไปให้ทั่วถึงด้วยวิธีการจัดการแข่งขันเป็นระดับจังหวัด  และภาคนี้ได้ทวีมากขึ้น   เมื่อสิ้นการแข่งขันเอเชี่ยน เกมส์ ครั้งที่ 5 อันเป็นระยะที่ประชาชนได้ให้ความสนใจแก่การกีฬาอย่างกว้างขวาง อยู่แล้ว  คณะกรรมการองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย จึงได้หยิบยกโครงการนี้ขึ้นมาพิจารณาใหม่อย่างจริงจัง และในเดือนมีนาคม 2510  ได้มีมติยืนยันที่จะจัดการแข่งขันกีฬาภาคขึ้นเป็นงานประจำปีกำหนดวันที่ 9 ธันวาคม อันถือได้ว่าเป็นวันที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์การกีฬาของไทยโดยเป็นวันที่เปิดการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 ที่เห็นว่าเพื่อเป็นการประหยัดและเริ่มต้นควรจัดการแข่งขันที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย 4-5 ประเภทก่อน เช่น  ฟุตบอล   บาสเกตบอล  แบดมินตัน ลอนเทนนิส และได้มีการวางแผนในรายละเอียดรวมทั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายต่าง ๆ  ขึ้นพร้อมที่จะปฏิบัติการได้ในเดือนธันวาคม  2510  ตามแผนการขั้นแรกนี้ 

       องค์การฯ ได้จัดกลุ่มจังหวัดใกล้เคียงขึ้นในภาคสมมุติ 5 ภาค  คือ  ภาคเหนือ  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก  ภาคใต้ และจะได้ขอให้จังหวัดต่าง ๆ ที่อยู่ในภาคหนึ่งภาคนี้จะเป็นตัวแทนจังหวัดอื่น ๆ จัดการแข่งขันกีฬาระหว่างจังหวัดภายในภาค เพื่อให้ได้นักกีฬาผู้แทนของภาคนี้ขึ้นไว้  องค์การจะเป็นฝ่ายนำนักกีฬาของภาคไปแข่งขันชิงชนะเลิศที่กรุงเทพฯ  ต่อไป  อย่างไรก็ดีได้เกิดมีความเห็นว่าภาคสมมติเช่นนี้อาจจะปะปนกับภาคของทางราชการ ซึ่งจัดแบ่งแตกต่างกันตามความจำเป็นของงานได้ง่าย 

ประวัติไฟพระฤกษ์

          สำนักพระราชวังจะนำพระแว่น “สุรยกานต์” ไปทอดไว้ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ก่อนวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแต่ละปี

          สำหรับพระราชพิธีจัดไฟขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศ  และเมื่อทรงประกอบพระราชพิธี

จัดไฟเรียบร้อยแล้ว  สำนักพระราชวังจะนำไฟพระฤกษ์ไปเก็บรักษาไว้ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม  และจะเลี้ยงไว้สำหรับใช้ในปีนั้น  จนกระทั่งถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ ของปีนั้น  ไฟพระฤกษ์ที่เลี้ยงไว้นี้จะใช้ในพระราชพิธีต่าง ๆ รวมทั้งเชิญไปใช้ในการพระราชทานเพลิงศพบุคคลที่สมควรด้วย

          ประเพณีการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ  จะต้องขอพระราชทานไฟพระฤกษ์จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เพื่อนำมาประกอบพิธีในวันเปิดและจุดในกระถางคบเพลิงตลอดการแข่งขัน  ทั้งนี้  คระกรรมการจัดการแข่งขันจะต้องทำหนังสือติดต่อไปยังสำนักราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง  เพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลถึงกำหนดนัดหมาย วัน  เวลา  สถานที่ ให้คณะกรรมการเข้าเฝ้ารับพระราชทานไฟพระฤกษ์นี้  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดจากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  แล้วพระราชทานให้ผู้ว่าราชการจังหวัด  ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติในปีนั้น ๆ 

      ไฟพระฤกษ์สำหรับการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ  เริ่มครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2510 ที่กรุงเทพมหานคร

การแข่งขันกีฬาเขต ครั้งที่ 1

     ตามแผนการเดิมจะมีขึ้นที่กรุงเทพมหานครในวันที่ 9 ธันวาคม 2510 และด้วยความคิด

ที่จะขยายกิจกรรมนี้ออกไปสู่ประชาชนในเขตต่าง ๆ ของประเทศ จึงได้วางหลักการต่อไปว่าหากจังหวัดหัวหน้าเขตใดมี่สถานที่พอที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการ การแข่งขันกีฬาเขตครั้งต่อไปแล้วจะได้มีการประชุมปรึกษาระหว่างจังหวัดหัวหน้าเขตต่าง ๆ ในโอกาสการแข่งขันกีฬาเขต ครั้งที่ 1 เพื่อมอบให้จังหวัดนั้นมีเวลาดำเนินการต่อไป  หลักการสำคัญอีกประการหนึ่งของงานกีฬาเขตซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะผลิตนักกีฬาใหม่ของชาติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็คือ  ห้ามนักกีฬาที่เป็นทีมชาติเข้าร่วมการแข่งขัน

     ในเดือนกุมภาพันธ์ 2510 ประเทศกัมพูชาซึ่งได้รับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4  ได้ลาออกจากสหพันธ์กีฬาแหลมทองอย่างกะทันหัน  ที่ประชุมมนตรี

สหพันธ์ในการประชุม  เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2510 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งไม่ต้องการให้การแข่งขันกีฬาแหลมทองต้องเปลี่ยนกำหนดไป  เพราะการกระทำของกัมพูชา  เป็นครั้งที่ 2  ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ขอร้องประเทศไทยให้จัดการแข่งขันแทน  เพราะอยู่ในฐานะที่พร้อมกว่าประเทศอื่น เนื่องจากเพิ่งจัดการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่  5  ได้เพียงปีเดียว  คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาคำขอร้องประเทศภาคีด้วยดี   และเห็นชอบให้  ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งที่ 4 ขึ้น  อันนำมาซึ่งความชื่นชมแก่มิตรประเทศที่เกี่ยวข้องคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ได้กำหนดเปิดการแข่งขันใน วันที่ 9 ธันวาคม 2510 ด้วยเหตุนี้ในการประชุมคณะกรรมการองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อเดือนมิถุนายน 2510  อันมีพลเอก ประภาส จารุเสถียร  เป็นประธานกรรมการองค์การฯ  จึงต้องพิจารณาการดำเนินการแข่งขันกีฬาเขต ครั้งที่ 1  อีกคำรบหนึ่ง  สาระสำคัญของความเห็นของที่ประชุมครั้งนั้น  นอกจากจะได้เลื่อนกำหนดการแข่งขันกีฬาเขตให้เร็วขึ้นแล้ว   ยังให้เพิ่มประเภทกีฬา

ที่จะให้มีการแข่งขันให้ครบประเภทที่จะมีการแข่งขันในกีฬาแหลมทอง  ครั้งที่  4  ด้วย  ทั้งนี้ด้วยวัตถุประสงค์ที่จะให้นักกีฬาต่างจังหวัดทั่วประเทศได้มีโอกาสรับการคัดเลือกเป็นทีมชาติในการแข่งขันกีฬาแหลมทองด้วย ขณะเดียวกันย่อมหมายความว่าจังหวัดต่าง ๆ และองค์การฯ จะต้องเร่งรัดจัดงานให้เร็วและมากขึ้นในเวลาจำกัดนอกจากนี้องค์การฯ  ยังต้องทำหน้าที่เป็นสำนักเลขาธิการของงานกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ซึ่งมีเวลาเตรียมการจำกัดเช่นเดียวกัน

ดีที่สุดที่จะทำได้ในภาวะเช่นนี้  คือ กำหนดการแข่งขันกีฬาเขต ครั้งที่ 1 ในวันที่ 1- 5 พฤศจิกายน 2510  เป็นที่น่ายินดีแก่เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่มีการแข่งขันกีฬาเขต ครั้งที่ 1 ได้รับการสนใจจากประชาชนและส่วนจังหวัดต่าง ๆ    เป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าโอกาสในการเตรียมนักกีฬา

มีน้อยมากข่าวการแข่งขันจากจังหวัดต่าง ๆ แสดงว่าการกีฬาเป็นสมบัติของประชาชนอย่างแท้จริง 

     ในโอกาสที่นักกีฬาทั่วประเทศได้มาชุมนุมด้วยใจสมัคร เพื่อการกีฬาพร้อมกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การกีฬาของไทยครั้งนี้ นับเป็นการเริ่มต้นอันควรได้รับการอุ้มชู

ส่งเสริมจากประชาชนและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย  ผู้มีส่วนเป็นเจ้าของโดยเท่าเทียมกันทุกคน หลังจากแข่งขันกีฬาเขต ครั้งที่ 1   องค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทยได้แบ่งเขตการแข่งขันใหม่

โดยถือการแบ่งเขตของกระทรวงหาดไทย ซึ่งมี 10 เขต   และให้แต่ละเขตหมุนเวียนเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพตามความเหมาะสม   โดยองค์การส่งเสริมกีฬาฯ ได้ช่วยสนับสนุนในด้านงบประมาณ  

จึงได้เปลี่ยนคำว่า  "ภาค" เป็น "เขต"  และเพื่อความสะดวกได้ให้เลขที่ของเขตแทนการใช้ชื่อเขตตามส่วนของประเทศ   เพื่อมิให้เกิดความรู้สึกแตกต่างกันมากเกินไป   แต่หากจะดูที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเขตหนึ่ง ๆ  จะเห็นได้ว่า 1  ก็คือกลุ่มจังหวัดในภาคเหนือของประเทศ  เขต 2   อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 3  อยู่ในภาคกลาง เขต 4   อยู่ในภาคนครหลวงและตะวันออกและเขต 5 อยู่ในภาคใต้นั่นเองการใช้ชื่อกีฬาเขตจึงเกิดขึ้นด้วยเหตุนี้ 

วัตถุประสงค์ในการจัดการแข่งขันกีฬาเขต 

        1.  เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนชาวไทยเกิดความสนใจเรื่องกีฬาและเล่นกีฬา 

        2.  ให้ประชาชนได้มีโอกาสแสดงความสามารถทางกีฬาตามอัตภาพ เป็นการเพิ่มพูน

             สุขภาพอนามัย 

        3.  ให้ประชาชนได้รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ 

        4.  เป็นโอกาสในการเฟ้นหาตัวนักกีฬารุ่นใหม่ 

        5.  เป็นการส่งเสริมให้มีสมาคมกีฬาสมัครเล่น และได้มีส่วนช่วยฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของ

             สมาคมได้ปฏิบัติหน้าที่โดยมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

กฎเกณฑ์การแข่งขัน  

     กำหนดให้มีการแข่งขันทุก ๆ  ปี โดยในครั้งแรกได้แบ่งเขตการแข่งขันออกเป็น 5 เขต  ให้แต่ละเขตคัดเลือกนักกีฬาภายในเขตเข้ามาแข่งขัน  ยกเว้นนักกีฬาทีมชาติไม่มีสิทธิ์เข้าแข่งขัน ในครั้งแรกได้กำหนดประเภทของกีฬาได้ 5 ประเภทเท่านั้น  คือ  ฟุตบอล  กรีฑา บาสเกตบอล  เทนนิส  และแบดมินตัน   ต่อมาภายหลังเนื่องจากมีการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ในเดือนธันวาคม 2510   จึงได้เพิ่มประเภทของกีฬาเป็น 16 ประเภท   เพื่อเป็นการเตรียมตัวแข่งขันกีฬาซีเกมส์ไปด้วย   โดยเพิ่มมวยสากล  จักรยาน  ยูโด  รักบี้  ฟุตบอล  ตะกร้อข้ามตาข่าย ยิงปืน ว่ายน้ำ เทเบิลเทนนิส วอลเลย์บอล ยกน้ำหนัก และเรือใบ 

 การแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1 

 

     องค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย  เป็นผู้ดำเนินการจัดการแข่งขันเมื่อวันที่ 1-5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2510   ที่กรุงเทพมหานคร โดยการแบ่งเขตการศึกษาเป็น 5  เขต ตามความสะดวกของการคมนาคม  การแข่งขันครั้งแรกมีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากเขตต่าง ๆ เข้าร่วมการแข่งขันประมาณ 716 คน มีการแข่งขันกีฬารวม 16 ประเภท คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล มวยสากล  จักรยาน  ฟุตบอล  ยูโด  ลอนเทนนิส  รักบี้ฟุตบอล เซปัคตะกร้อ  ยิงปืน ว่ายน้ำ เทเบิลเทนนิส วอลเลย์บอล  ยกน้ำหนัก และเรือใบ 

การแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 2 

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่  ระหว่างวันที่ 3 - 9 ธันวาคม พ.ศ. 2511 หลักการแบ่งเขตการแข่งขันได้เปลี่ยนแปลงจากเดิม 5 เขต  เป็น 9 เขต  โดยถือตามเขตการปกครองของทางราชการ การแข่งขันครั้งนี้มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการแข่งขัน ประมาณ  1,700 คน  มีการแข่งขันกีฬา 14 ประเภท คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสากล  จักรยาน  ฟุตบอล เซปัคตะกร้อ  ยิงปืน  เทเบิลเทนนิส  ยูโด  ลอนเทนนิส  วอลเลย์บอล  ว่ายน้ำ  และยกน้ำหนัก   นับเป็นครั้งแรกที่มีการแข่งขันกีฬาระดับประเทศในส่วนภูมิภาค ประชาชนในจังหวัดทางภาคเหนือได้ให้ความสนใจและเข้าชมการแข่งขันมากเป็นการปลูกฝังความนิยมในการเล่นกีฬาให้แก่ประชาชนได้เป็นอย่างดี ผลการแข่งขันปรากฎว่ามาตรฐานการกีฬาของภูมิภาคดีขึ้น  

การแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3 

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 24-30 พฤศจิกายน 2512 มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากเขตฯ ทั่วประเทศเข้าร่วมการแข่งขันประมาณ 1,800 คน   มีการแข่งขันกีฬา 11 ประเภท คือ กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสากล  จักรยาน  ฟุตบอล  เซปัค-ตะกร้อ  ยิงปืน  ลอนเทนนิส เทเบิลเทนนิส  และวอลเลย์บอล  การแข่งขันที่จัดขึ้นครั้งนี้ ทำให้ประชาชนในภายใต้สนใจการกีฬาและเข้าชมการแข่งขันมากเป็นประวัติการณ์ จนที่นั่งบนอัฒจันทร์ที่จัดไว้โดยรอบสนามไม่พอเพียงกับจำนวนผู้เข้าชม นับว่าการจัดการแข่งขันครั้งนี้ได้ผลดีในการส่งเสริมกีฬา โดยเฉพาะ ในภาคใต้เป็นอย่างยิ่ง                                                     

การแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4 

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา  ระหว่างวันที่ 1-7  พฤศจิกายน 2513 มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากเขตต่าง ๆ เข้าร่วมการแข่งขันประมาณ 1,800 คน มีการแข่งขันกีฬา 12 ประเภทคือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสากล  จักรยาน  ฟุตบอล  ยูโด  ลอนเทนนิส  เซปัค-ตะกร้อ  เทเบิลเทนนิส  วอลเลย์บอล  และยกน้ำหนัก  การแข่งขันครั้งนี้มีสมาคมกีฬาสมัครเล่นต่าง ๆ ได้คัดเลือกนักกีฬาที่มีฝีมือดีเป็นผู้แทนของประเทศเข้าร่วมการแข่งขันกีฬเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 6 ณ กรุงเทพมหานคร  จนทำให้ประเทศไทยได้รับเหรียญทองเป็นอันดับที่  3   รองจากประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ คือ 9 เหรียญ   ทอง 17 เหรียญเงิน 13 เหรียญทองแดง  

การแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 5 

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ระหว่างวันที่ 2-8  ธันวาคม 2514 มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ของเขตต่าง ๆ เข้าร่วมการแข่งขันประมาณ 1,901 คน มีการแข่งขันกีฬา 13 ชนิด คือ  กรีฑา แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสากล  จักรยาน  ฟุตบอล  ยูโด  ลอนเทนนิส  เซปัค-ตะกร้อ  ยิงปืน วอลเลย์บอล  เทเบิลเทนนิส  และยกน้ำหนัก  ประชาชนได้ให้ความสนใจและเข้าชมเป็นจำนวนมาก เช่นทุก ๆ ปี มาตรฐานการเล่นดีขึ้น มีการทำลายสถิติในกีฬาที่มีสถิติหลายประเภท เช่น จักรยาน ยิงปืน  และยกน้ำหนัก  นักกีฬาที่มีความสามารถได้รับการคัดเลือกเป็นนักกีฬาทีมชาติเข้าแข่งขัน กีฬาแหลมทอง ณ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของทางราชการ  

การแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 6 

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดราชบุรี ระหว่างวันที่ 2-8 ธันวาคม 2515 มีการแข่งขันกีฬา 13  ชนิด  คือกรีฑา  แบดมินตัน   บาสเกตบอล  มวยสากล  จักรยาน  ฟุตบอล  ยูโด  ลอนเทนนิส  เซปัค-ตะกร้อ   ยิงปืน  วอลเลย์บอล  ยกน้ำหนัก  และเทเบิลเทนนิส ในครั้งนี้ได้มีการแบ่งเขตการแข่งขันเป็น 10 เขต  โดยแยกกรุงเทพมหานคร  เป็นเขตที่ 10  นักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากเขตต่าง ๆ  เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 2,167 คน  ผลการแข่งขันครั้งนี้มีนักกีฬาสามารถทำสถิติได้ดีกว่าสถิติประเทศไทย และกีฬาแหลมทองหลายรายการ  

การแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 7 

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 23-29 สิงหาคม 2516 มีการแข่งขันกีฬา 14 ชนิด คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสากล  จักรยาน ฟุตบอล  ยูโด  ลอนเทนนิสเซปัค-ตะกร้อ  ยิงปืน  เทเบิลเทนนิส วอลเลย์บอล ว่ายน้ำ  และยกน้ำหนัก นักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากเขตต่าง ๆ รวมทั้งกรรมการผู้ตัดสินจากสมาคมกีฬาสมัครเล่น จำนวน 2,485  คน ผลการแข่งขันกีฬาของแต่ละชนิดสามารถทำลายสถิติประเทศไทยและกีฬาแหลมทองได้อย่างงดงาม  

การแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 8 

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 3-9 ธันวาคม 2517 มีการแข่งขันกีฬา 15 ชนิดคือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสากล  จักรยาน  ฟุตบอล  ยูโด  ลอนเทนนิส  เซปัค-ตะกร้อ  ยิงปืน  เทเบิลเทนนิส  วอลเลย์บอล ว่ายน้ำ  ยกน้ำหนัก  และเรือใบ  มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากเขตต่าง ๆ รวมทั้งกรรมการผู้ตัดสินจากสมาคมกีฬาสมัครเล่น จำนวน 2,485 คน  ผลการแข่งขันกีฬาของแต่ละชนิดสามารถทำลายสถิติประเทศไทยและกีฬาแหลมทองได้อย่างงดงาม  

การแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 9 

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดลพบุรี  ระหว่างวันที่  28  พฤศจิกายน - 4 ธันวาคม 2518  มีการแข่งขันกีฬา  14 ชนิดกีฬา คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสากล  ฟุตบอล  ยูโด  ลอนเทนนิส  เซปัค-ตะกร้อ  ยิงปืน ว่ายน้ำ  เทเบิลเทนนิส  วอลเลย์บอล  ยกน้ำหนัก และจักรยาน  มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากเขตต่าง ๆ รวมทั้งกรรมการผู้ตัดสินจากสมาคมกีฬาสมัครเล่น จำนวน  2,504  คน

การแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 10   

 

     จัดให้มีขึ้นที่จังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 4-10 ธันวาคม 2519 มีการแข่งขันกีฬา 14  ชนิด คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสากล  จักรยาน  ลอนเทนนิส  ฟุตบอล  ยูโด  เซปัค-ตะกร้อ  ยิงปืน  เทเบิลเทนนิส  วอลเลย์บอล  ว่ายน้ำ  และยกน้ำหนัก มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เขตต่าง ๆ  เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 2,480 คน  ผลการแข่งขันปรากฎว่าสถิติการแข่งขันกีฬาเขตได้ถูกทำลายรวม 41 รายการ  

การแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 11 

 

     จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร  ระหว่างวันที่  11-17  ธันวาคม  2520 มีการแข่งขันกีฬา14 ชนิดกีฬา คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสากล  ฟุตบอล  ยูโด  ลอนเทนนิส  ว่ายน้ำ  เซปัคตะกร้อ  ยิงปืน  เทเบิลเทนนิส  วอลเลย์บอล  ยกน้ำหนัก  และจักรยาน มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากเขตต่าง ๆ  เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 2,567 คน  ผลการแข่งขันปรากฎว่านักกีฬาประเภทต่าง ๆ มีขีดความสามารถดีขึ้นเป็นที่พอใจของผู้แทนสมาคมกีฬาต่าง ๆ และสมาคมได้เชิญนักกีฬาดีเด่นเหล่านั้นมาทำการฝึกซ้อม  เพื่อคัดเลือกเป็นผู้แทนทีมชาติเข้าร่วมการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 8 ณ กรุงเทพมหานคร                                                        

การแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 12 

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดอุบลราชธานี  ระหว่างวันที่ 24-30  มกราคม 2522 มีการแข่งขันกีฬา 14 ชนิดกีฬา คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสากล  ฟุตบอล  ยูโด  ลอนเทนนิส   ว่ายน้ำ  เซปัค-ตะกร้อ  ยิงปืน  เทเบิลเทนนิส  วอลเลย์บอล  ยกน้ำหนัก  และจักรยาน  มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากเขตต่าง ๆ เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 2,508 คน  

    การแข่งขันครั้งนี้เดิม จังหวัดอุบลราชธานี ได้กำหนดจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 24-30  ตุลาคม 2521 ประชาชนโดยทั่วไปได้รับความเดือดร้อนขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภคภายหลัง จากน้ำท่วม และจะต้องใช้เวลาฟื้นฟูภาวะต่าง ๆ อีกมาก คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ และองค์การฯ ได้พิจารณาปัญหาอย่างรอบคอบแล้ว จึงได้เลื่อนการแข่งขันจากกำหนดเดิมเป็นวันที่  24 - 30  มกราคม 2522  

การแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 13 

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดลำปาง  ระหว่างวันที่ 23-29  ธันวาคม 2522  มีการแข่งขันกีฬา 14  ชนิด คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสากล  จักรยาน  ฟุตบอล  ลอนเทนนิส  ยูโด  เซปัค-ตะกร้อ  ยิงปืน  ว่ายน้ำ  เทเบิลเทนนิส  วอลเลย์บอล  และยกน้ำหนัก นักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากเขตต่าง ๆ เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 2,528 คน  

การแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 14 

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดปัตตานี ระหว่างวันที่ 22-28 มีนาคม 2524 มีการแข่งขันกีฬา 14 ชนิด  คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสากล  จักรยาน  ฟุตบอล  ลอนเทนนิส  ยูโด  เซปัค-ตะกร้อ  ยิงปืน  ว่ายน้ำ  เทเบิลเทนนิส  วอลเลย์บอล  และยกน้ำหนัก  มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากเขตต่าง ๆ  เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 2,470 คน  

การแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 15  

     จัดขึ้นที่จังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 22-28 พฤศจิกายน 2524 มีการแข่งขันกีฬา 14 ชนิด  คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสากล  จักรยาน  ฟุตบอล  ลอนเทนนิส  ยูโด เซปัคตะกร้อ  ยิงปืน  ว่ายน้ำ  เทเบิลเทนนิส  วอลเลย์บอล  และยกน้ำหนัก มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากเขตต่าง ๆ เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้รวมทั้งสิ้น  2,508  คน  

การแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 16

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 19-25 ธันวาคม 2525 มีการแข่งขันกีฬา 15 ชนิด  คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสากล  จักรยาน  ฟุตบอล  ลอนเทนนิส  ยูโด  เซปัค-ตะกร้อ  ยิงปืน  ว่ายน้ำ  เทเบิลเทนนิส  วอลเลย์บอล  ยกน้ำหนัก  และโบว์ลิ่ง มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากเขตต่าง ๆ เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 2,779 คน  

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 17 

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดพิษณุโลก ระหว่างวันที่ 22-28 มกราคม  2527  มีการแข่งขันกีฬา 15 ชนิด  คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสากล  จักรยาน  ฟุตบอล  ลอนเทนนิส ยูโด  เซปัค- ตะกร้อ  ยิงปืน  ว่ายน้ำ  เทเบิลเทนนิส  วอลเลย์บอล  ยกน้ำหนัก  และโบว์ลิ่งมีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากเขตต่าง ๆ เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 2,709 คน 

     ในการแข่งขันครั้งนี้ คณะกรรมการองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย ได้เปลี่ยนชื่อการแข่งขันเสียใหม่ "การแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย" เป็น "การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ"  โดยนับจำนวนครั้งต่อเนื่องจากชื่อเดิมเป็น "ครั้งที่ 17"  นอกจากนี้ยังอนุญาตให้นักกีฬาทีมชาติเข้าแข่งขันได้เกือบทุกประเภทกีฬาภายใต้เงื่อนไขจำกัดบางประการ ดังปรากฎในระเบียบการแข่งขันประจำปี  ซึ่งทำให้การแข่งขันน่าดูยิ่งขึ้น และเป็นการเปิดโอกาสให้นักกีฬาส่วนภูมิภาคได้มีโอกาสประลองฝีมือกับนักกีฬาทีมชาติ เป็นการเสริมสร้างความฮึกเหิมจากประสบการณ์แก่นักกีฬาหน้าใหม่ยิ่งขึ้น  

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 18 

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงรายระหว่างวันที่ 20-26 มกราคม  2528  มีการแข่งขันกีฬา 15  ชนิด คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสากล  จักรยาน  ฟุตบอล  ลอนเทนนิส ยูโด  เซปัค- ตะกร้อ  ยิงปืน  ว่ายน้ำ  เทเบิลเทนนิส  วอลเลย์บอล  ยกน้ำหนัก  และโบว์ลิ่ง มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากเขตต่าง ๆเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 2,652 คน 

     ในการแข่งขันครั้งนี้ ได้ก่อให้เกิดการตื่นตัวทางกีฬาเป็นอย่างมาก มีเยาวชนและประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมชมการแข่งขันทุกประเภทอย่างเนืองแน่น กีฬาที่ได้รับความสนใจสูงสุด  คือ  ฟุตบอล  วอลเลย์บอล  บาสเกตบอล  มวยสากล  และว่ายน้ำ  เนื่องจากการแข่งขันครั้งนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของข้อบังคับการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ  ในหลักการเกี่ยวกับนักกีฬาทีมชาติ ซึ่งมีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น ทำให้นักกีฬาต่าง ๆ ได้มีการแข่งขันประลองความสามารถมากขึ้น และยังเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ด้วย ซึ่งในการแข่งขันบางรายการ นักกีฬาทีมชาติไม่สามารถจะเอาชนะนักกีฬาทั่วไปซึ่งลงแข่งขันได้ ทำให้นักกีฬามีขวัญและกำลังใจที่จะเพิ่มสมรรถนะของตนให้สูงขึ้น เพื่อให้พร้อมเต็มที่ที่จะเข้าแข่งขันในกีฬาแห่งชาติครั้งต่อไป  

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 19 

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดจันทบุรี ระหว่างวันที่ 14-20 กุมภาพันธ์ 2529  มีการแข่งขันกีฬา 16  ชนิด คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสากล  จักรยาน  ฟุตบอล  ลอนเทนนิส ยูโด  เซปัค-ตะกร้อ  ยิงปืน  ว่ายน้ำ  เทเบิลเทนนิส  วอลเลย์บอล  ยกน้ำหนัก  โบว์ลิ่ง  และเพิ่มใหม่อีก 1 ชนิดคือ  ตะกร้อลอดห่วง  มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากเขตต่าง ๆ เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้รวมทั้งสิ้น  2,804   คน 

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 20 

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ในระหว่างวันที่ 23-29 มกราคม  2530  มีการแข่งขันกีฬา 16 ชนิด คือ  ฟุตบอล  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  ยิงปืน  วอลเลย์บอล  กรีฑา  จักรยาน   มวยสากล-สมัครเล่น   ยูโด  เทเบิลเทนนิส  ยกน้ำหนัก  ลอนเทนนิส  ว่ายน้ำ  ตะกร้อ  (ทั้งตะกร้อลอดห่วงและเซปัค-ตะกร้อ) โบว์ลิ่ง  และยิมนาสติก  ซึ่งเป็นกีฬาที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ในการแข่งขันครั้งนี้   กีฬา 15 ประเภท จัดแข่งขันที่จังหวัดร้อยเอ็ด ยกเว้น โบว์ลิ่งประเภทเดียวที่จัดแข่งขันที่จังหวัดขอนแก่น  มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่มาร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 2,898 คน 

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 21 

 

          จัดขึ้นที่จังหวัดลพบุรี ระหว่างวันที่ 18-24 ธันวาคม 2530 มีการแข่งขันกีฬา  18 ชนิดคือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสากล  จักรยาน  ฟุตบอล  ยูโด  เทเบิลเทนนิส  ยิงปืน ว่ายน้ำ  ลอนเทนนิส  ตะกร้อ (ทั้งตะกร้อลอดห่วง และเซปัคตะกร้อ) โบว์ลิ่ง  ยิมนาสติก วอลเลย์บอล  และยกน้ำหนัก  กีฬาที่เพิ่มใหม่ในการแข่งขันครั้งนี้คือ  เปตอง  และฮอกกี้ เฉพาะการแข่งขันโบว์ลิ่ง ใช้สนามการแข่งขันที่จังหวัดสระบุรี  มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่มาร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น  3,088  คน 

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 22  “สมิหลาเกมส์”

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 22 - 28  มีนาคม 2532 มีการแข่งขันกีฬา 17 ชนิด คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  โบว์ลิ่ง  จักรยาน  มวยสากลสมัครเล่น  ยูโด  เทเบิลเทนนิส  ตะกร้อ (เซปัคตะกร้อ, ตะกร้อลอดห่วง)  ฟุตบอล  เทนนิส  ยิงปืน  ว่ายน้ำ  วอลเลย์บอล  ยกน้ำหนัก  ยิมนาสติก  เปตอง  และมีการสาธิต การยกน้ำหนักหญิง  สำหรับการแข่งขันโบว์ลิ่งแข่งขันที่จังหวัดภูเก็ต มีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 2,943 คน  

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 23  “นครพิงค์เกมส์”

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 4-10 มีนาคม 2533 มีการแข่งขันกีฬา 19 ชนิด  ด้วยกัน คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  โบว์ลิ่ง  มวยสากลสมัครเล่น  จักรยาน  ฟุตบอล ยูโด  เทนนิส  ตะกร้อ (เซปัคฯ,ลอดห่วง)  ยิงปืน ว่ายน้ำ  เทเบิลเทนนิส  วอลเลย์บอล  ยกน้ำหนัก  ยิมนาสติก  เปตอง  และให้มีการเพิ่มการแข่งขันยกน้ำหนักหญิง  รักบี้ฟุตบอล  และสนุ้กเกอร์ มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 3,179 คน 

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 24   “กรุงเก่าเกมส์”

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระหว่างวันที่ 17-23 มีนาคม 2534 มีการแข่งขันกีฬา 17 ชนิด คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวย  จักรยาน  ฟุตบอล  ยูโด  ตะกร้อ  ว่ายน้ำ ยิงปืน  เทเบิลเทนนิส  เปตอง  วอลเลย์บอล  ยกน้ำหนัก  โบว์ลิ่ง  ยิมนาสติก  รักบี้ฟุตบอล  มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 3,185 คน  

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 25   “ดอกคูนเกมส์”

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น ระหว่างวันที่ 12-18  กรกฎาคม 2535 มีการแข่งขันกีฬา 20 ชนิด คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสากล  จักรยาน  ฟุตบอล  ยูโด  ตะกร้อ(เซปัคตะกร้อ-ลอดห่วง) ว่ายน้ำ  ยิงปืน  เทเบิลเทนนิส  เปตอง  วอลเลย์บอล  ยกน้ำหนัก โบว์ลิ่ง  ยิมนาสติก  รักบี้ฟุตบอล  สนุ้กเกอร์  มวยไทย  ลอนเทนนิส  มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 3,365 คน 

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 26  “ตาปีเกมส์”

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี  ระหว่างวันที่ 24-31  กรกฎาคม 2536 มีการแข่งขันกีฬา 20 ชนิด คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสากลสมัครเล่น  จักรยาน  ฟุตบอล  ยูโด  ตะกร้อ (เซปัคตะกร้อ- ลอดห่วง) ว่ายน้ำ  ยิงปืน  เทเบิลเทนนิส  เปตอง วอลเลย์บอลยกน้ำหนัก  โบว์ลิ่ง  ยิมนาสติก  รักบี้ฟุตบอล  เรือยาว  มวยไทย  ลอนเทนนิส  มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 3,611 คน 

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 27  “ดอนเจดีย์เกมส์”

 

    จัดขึ้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ 19-26  พฤศจิกายน 2537 มีการแข่งขันกีฬา 21 ชนิด คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสากลสมัคร  จักรยาน  ฟุตบอล  ยูโด ตะกร้อ  ว่ายน้ำ  ยิงปืน  เทเบิลเทนนิส  เปตอง  วอลเลย์บอล  ยกน้ำหนัก  โบว์ลิ่ง  ยิมนาสติก รักบี้ฟุตบอล  สนุ้กเกอร์  เรือยาว  มวยไทย  ลอนเทนนิส และกีฬาสาธิต ได้แก่ ซอฟท์บอล และเทควันโด  มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 3,744 คน 

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 28  “ปากน้ำโพเกมส์”

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ระหว่างวันที่ 16-23 มิถุนายน 2539 มีการแข่งขันกีฬา 21 ชนิดกีฬา คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสมัครเล่น  มวยไทย  จักรยาน  ฟุตบอล ยูโด  เทนนิส  ตะกร้อ (เซปัคฯ-ลอดห่วง)  ยิงปืน  ว่ายน้ำ  เทเบิลเทนนิส  วอลเลย์บอล  ยกน้ำหนัก เปตอง  ยิมนาสติก  สนุ้กเกอร์  รักบี้ฟุตบอล  โบว์ลิ่ง  เรือยาว  มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 3,944 คน 

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 29  “พยูนเกมส์”

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดตรัง ระหว่างวันที่ 19-26 ธันวาคม 2539 มีการแข่งขันกีฬา 21 ชนิดกีฬา คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสมัครเล่น  มวยไทย  จักรยาน  ฟุตบอล  ยูโด เทนนิส  เซปักตะกร้อ-ตะกร้อลอดห่วง  ยิงปืน  ว่ายน้ำ  เทเบิลเทนนิส  วอลเลย์บอล-วอลเลย์บอลชายหาด  ยกน้ำหนัก  เปตอง  ยิมนาสติก  สนุ้กเกอร์  รักบี้ฟุตบอล  โบว์ลิ่ง  เรือพาย  เทควันโด (สาธิต) มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 3,902 คน 

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 30  “ลำดวนเกมส์”

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดศรีสะเกษ  ระหว่างวันที่ 8-15 ธันวาคม 2540 มีการแข่งขันกีฬา 24 ชนิดกีฬา คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  มวยสมัครเล่น  มวยไทย  จักรยาน  ฟุตบอล ยูโด  เทนนิส  เทเบิลเทนนิส  เซปักตะกร้อ-ตะกร้อลอดห่วง  ยิงปืน  ว่ายน้ำ  วอลเลย์บอล- วอลเลย์บอลชายหาด  ยกน้ำหนัก  เปตอง  ยิมนาสติก-ยิมนาสติกลีลา  สนุ้กเกอร์  รักบี้ฟุตบอล โบว์ลิ่ง  เรือพาย  เทควันโด  ฮอกกี้  ซอฟท์บอล  และกีฬาสาธิต  แฮนด์บอล  ยิงธนู  มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 4,172 คน 

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 31  “เกาะแก้วเกมส์”

 

     จัดขึ้นที่จังหวัดระยอง  ระหว่างวันที่ 6-15  กรกฏาคม 2541 มีการแข่งขันกีฬา 26 ชนิดกีฬา คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  โบว์ลิ่ง  มวยสากลสมัครเล่น  จักรยาน   ฟุตบอล  กอล์ฟ  ยิมนาสติก  ฮอกกี้  ยูโด  มวยไทย  เปตอง  รักบี้ฟุตบอล  เซปักตะกร้อ-ตะกร้อลอดห่วง  ยิงปืน  สนุ้กเกอร์  ซอฟท์บอล  ว่ายน้ำ  เทเบิลเทนนิส  เทควันโด  เทนนิส  วอลเลย์บอล-วอลเลย์บอลชายหาด  ยกน้ำหนัก  เรือพาย  และยิงธนู  มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการแข่งขัน ทั้งสิ้น  4,180  คน  

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่

          การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ได้จัดให้มีการแข่งขันเรื่อยมาจนกระทั่ง ปี พ.ศ.2541 คณะกรรมการ กกท.ได้พิจารณาเห็นว่า เพื่อให้สอดคล้องกับปรัชญาของการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ซึ่งจะต้องมีการพัฒนารูปแบบการแข่งขันเพื่อให้จังหวัดต่างๆมีศักยภาพด้านกีฬาสูงขึ้น รวมทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการพัฒนากีฬาของชาติในส่วนภูมิภาคที่มีคณะกรรมการกีฬาจังหวัด และสมาคมกีฬาจังหวัดเป็นองค์กรหลักในระดับจังหวัดที่สามารถประสานความร่วมมือกับองค์กรกีฬาของชาติ ในการส่งเสริมพัฒนาและสรรหาตัวนักกีฬาที่เป็นรูปธรรม จึงได้มีการปรับปรุงรูปแบบของการแข่งขันจากเดิมที่แข่งขันในนามตัวแทนเขต เป็นการแข่งขันในนามตัวแทนจังหวัดโดยตรงทั้ง 76 จังหวัด  นอกจากนี้ ยังได้เปลี่ยนกำหนดการแข่งขันจากเดิมที่แข่งขันปีละครั้ง เป็นการแข่งขัน  2 ปี/ครั้ง  โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ระดับ

 การจัดการแข่งขัน

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติได้การแข่งขันออกเป็น 3 ขั้นตอน  ดังนี้

1. การแข่งขันระดับจังหวัด เป็นการแข่งขันเพื่อคัดเลือกนักกีฬาตัวแทนของจังหวัด โดยให้จังหวัดดำเนินการคัดเลือกให้แล้วเสร็จก่อนพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติไม่น้อยกว่า 12 เดือน

2. การแข่งขันระดับภาค เป็นการแข่งขันเพื่อคัดเลือกนักกีฬาของแต่ละภาค โดยให้แต่ละจังหวัดภายในภาค ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันตามชนิดและประเภทกีฬาที่มีการคัดเลือก ทั้งนี้ ต้องดำเนินการคัดเลือกให้แล้วเสร็จก่อนพิธีเปิดการแข่งขันระดับชาติไม่น้อยกว่า 5 เดือน

3. การแข่งขันระดับชาติ เป็นการดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬาที่จังหวัดส่งเข้าร่วมการแข่งขันได้โดยตรง เว้นแต่ชนิดกีฬาที่กำหนดให้มีการการแข่งขันคัดเลือกในระดับภาค โดยจะต้องดำเนินการจัดการแข่งขันในช่วงระยะเวลาที่ กกท. กำหนด

เพื่อเป็นการพัฒนากีฬาของชาติ และให้การดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้แบ่งกลุ่มการแข่งขันโดยกำหนดจังหวัดที่ใกล้เคียงและสะดวกแก่การคมนาคมรวมกันเข้าเป็นภาค รวมทั้งสิ้น 5 ภาค ประกอบด้วย

ภาค 1  มี 15 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, จันทบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ตราด,นครปฐม, นนทบุรี, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ปทุมธานี, ระยอง, สมุทรปราการ,สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร และสระแก้ว

ภาค 2 มี 13 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี, ชัยนาท, นครนายก, นครสวรรค์, ปราจีนบุรี,

พระนครอยุธยา, ราชบุรี, ลพบุรี, สุพรรณบุรี, สิงห์บุรี, สระบุรี, อ่างทอง และอุทัยธานี

ภาค 3  มี 19 จังหวัด  ได้แก่ กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, นครพนม, นครราชสีมา,บุรีรัมย์, มหาสารคาม, มุกดาหาร, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, เลย, ศรีสะเกษ, สกลนคร, สุรินทร์,หนองบัวลำภู, หนองคาย, อุดรธานี, อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ

ภาค 4  มี 14 จังหวัด ได้แก่ กระบี่, ชุมพร, ตรัง, ปัตตานี, นครศรีธรรมราช, นราธิวาส,พังงา, พัทลุง, ภูเก็ต, ยะลา, ระนอง, สงขลา, สตูล และสุราษฎร์ธานี

ภาค 5  มี 15 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร, เชียงราย, เชียงใหม่, ตาก, น่าน, พะเยา, พิจิตร,พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, แพร่, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง, ลำพูน, สุโขทัย และอุตรดิตถ์

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 32 "มหานครเกมส์"

       คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในการประชุมเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2542 ให้การกีฬาแห่งประเทศไทย รับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ (รูปแบบใหม่)  ครั้งที่ 32  ภายใต้ชื่อว่า "มหานครเกมส์"  แข่งขัน 45 ชนิดกีฬา ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2543   

ความหมายของชื่อ "มหานครเกมส์"

          การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 32 ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์วงการกีฬาไทยที่ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันใหม่ โดยกำหนดจัดการแข่งขันที่กรุงเทพมหานครเกมส์ ในฐานะเป็นเมืองหลวง อันเป็นศูนย์รวมของประเทศไทย จึงเป็นที่มาของ "มหานครเกมส์" เกมกีฬาสำหรับการเริ่มศักราชใหม่

ความหมายของสัญลักษณ์การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ

          สัญลักษณ์การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 32 เป็นรูปห่วงคล้องกัน 4 ห่วง โดยห่วงด้านบนสุดเป็นยอดเรียวแหลม โดยสื่อความหมายถึง ปราสาทราชมณเฑียร วัด โบสถ์ วิหาร และเปลวไฟ แสดงถึงพละกำลังและแสงสว่าง ,ลายดอกประจำยามคือ การหวงแหนและอนุรักษ์ไว้ซึ่งคุณค่าความเป็นไทย

          ห่วงทั้ง 4 ที่คล้องร่วมกันไว้ แสดงถึงความสามัคคี เป็นที่มาของสัญลักษณ์การแข่งขันกีฬาที่เป็นภาษาสากล และยังแสดงให้เห็นเป็นตัวเลขไทยเลข ๗๖ หมายถึง 76 จังหวัดในประเทศไทยที่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน และแสดงถึงธาตุ ดิน, น้ำ, ลม, ไฟด้วย นอกจากนี้ สัญลักษณ์ดังกล่าว ยังมีลักษณะเป็นรูปพานพุ่มที่ใช้ในพิธีไหว้ครู ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทิตา ต่อครูบาอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา

ความหมายของสี

-    สีแดง เลข 7 ไทย หมายถึง สีแดงของพระสุริยะ, เปลวไฟ, ความกล้าหาญ, การต่อสู้,การแข่งขัน สีแห่งชัยชนะ และหมายถึง สีของเลือดไทยที่ต่อสู่มาเพื่อเป็นชาติ ที่มีเอกราชจนถึงทุกวันนี้

-    สีน้ำเงิน เลข 6 ไทย หมายถึง สีของเทพเจ้าท้องทะเลและจักรวาล หมายถึงพลังแห่งจักรวาล, ความแข็งแกร่ง, พละกำลัง, ความยิ่งใหญ่, การรวมเป็นหนึ่ง แทนความสามัคคี ความมีสมาธิ  (รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย) และหมายถึงอนาคต

-    สีเขียว หมายถึง การเกิดใหม่, ความหวัง, การเจริญเติบโต, ความสดใส, ความร่าเริงสนุกสนาน, การพัฒนาการด้านกีฬา คือ ร่างกาย, สมอง และจิตใจ

"ช้างนำโชค" สัตว์นำโชคของการแข่งขัน

          "ช้าง" ที่นำมาเป็นสัตว์สัญลักษณ์ หรือสัตว์นำโชค (mascot) ของการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 32 เป็นช้างเผือก ซึ่งเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย และตั้งชื่อว่า "นำโชค" เป็น "ช้างนำโชค" เพื่อให้เกิดความเป็นมงคลแก่การแข่งขันฯ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวงการกีฬาไทย ที่มีการการเปลี่ยนแปลงระบบการแข่งขันรูปแบบใหม่ ในการเข้าสู่มาตรฐานสากล

          การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 32 ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2543 เป็นการแข่งขันในระบบใหม่ ทำการแข่งขัน 2 ปีต่อครั้ง โดยจังหวัดต่างๆสามารถส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันในนามจังหวัดโดยตรง ทำให้จังหวัดต่าง ๆ มีความตื่นตัวและพัฒนาความสามารถของนักกีฬาภายในจังหวัดมากยิ่งขึ้น

          ศูนย์กีฬาหลักที่จะใช้ในการแข่งขันและฝึกซ้อม ประกอบด้วย ศูนย์กีฬาหลัก 3 ศูนย์ คือ ศูนย์กีฬาการกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก กรุงเทพมหานคร จะใช้แข่งขันกีฬา 21 ชนิด และจะใช้จัดพิธีเปิด-ปิดการแข่งขัน ศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จะใช้แข่งขันกีฬา 11 ชนิด ศูนย์กีฬาเมืองทองธานี จะใช้แข่งขันกีฬา 3 ชนิด นอกจากนั้นจะใช้สนามกีฬาอื่นๆแข่งขันกีฬาชนิดต่างๆ ได้แก่ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ คลอง 6  แข่งขันกีฬา 3 ชนิด  สนามแข่งขันจักรยานประเภทถนนบริเวณถนนมิตรภาพและถนนพหลโยธิน จักรยานประเภทเสือภูเขาที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สนามนอร์ธเทิร์นรังสิต กอล์ฟคลับ สนามขี่ม้ากองพลทหารม้าที่ 2 สนามเป้า สนามแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งที่ ศูนย์การค้าอิมพีเรียลสำโรง สนามแข่งขันลอนโบวล์สโปโลคลับ  สนามแข่งขันกีฬาทางน้ำบึงหนองบอนสวนหลวง ร.9 สนามแข่งขันโบว์ลิ่ง พี.เอส.โบว์ล เดอะมอลล์ บางกะปิ  สนามแข่งขันวอลเลย์บอล เดอะมอลล์บางกะปิ สนามแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด แกรนด์สปอร์ตปาร์คและสนามกีฬากองทัพบก

          ศูนย์กีฬาหลักที่จะใช้ในการแข่งขันและฝึกซ้อม ประกอบด้วย ศูนย์กีฬาหลัก 3 ศูนย์ คือ ศูนย์กีฬาการกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก กรุงเทพมหานคร จะใช้แข่งขันกีฬา 21 ชนิด และจะใช้จัดพิธีเปิด-ปิดการแข่งขัน ศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จะใช้แข่งขันกีฬา 11 ชนิด ศูนย์กีฬาเมืองทองธานี จะใช้แข่งขันกีฬา 3 ชนิด นอกจากนั้นจะใช้สนามกีฬาอื่นๆแข่งขันกีฬาชนิดต่างๆ ได้แก่ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ คลอง 6  แข่งขันกีฬา 3 ชนิด  สนามแข่งขันจักรยานประเภทถนนบริเวณถนนมิตรภาพและถนนพหลโยธิน จักรยานประเภทเสือภูเขาที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สนามนอร์ธเทิร์นรังสิต กอล์ฟคลับ สนามขี่ม้ากองพลทหารม้าที่ 2 สนามเป้า สนามแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งที่ ศูนย์การค้าอิมพีเรียลสำโรง สนามแข่งขันลอนโบวล์สโปโลคลับ  สนามแข่งขันกีฬาทางน้ำบึงหนองบอนสวนหลวง ร.9 สนามแข่งขันโบว์ลิ่ง พี.เอส.โบว์ล เดอะมอลล์ บางกะปิ  สนามแข่งขันวอลเลย์บอล เดอะมอลล์บางกะปิ สนามแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด แกรนด์สปอร์ตปาร์คและสนามกีฬากองทัพบก

          ศูนย์กีฬาหลักที่จะใช้ในการแข่งขันและฝึกซ้อม ประกอบด้วย ศูนย์กีฬาหลัก 3 ศูนย์ คือ ศูนย์กีฬาการกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก กรุงเทพมหานคร จะใช้แข่งขันกีฬา 21 ชนิด และจะใช้จัดพิธีเปิด-ปิดการแข่งขัน ศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จะใช้แข่งขันกีฬา 11 ชนิด ศูนย์กีฬาเมืองทองธานี จะใช้แข่งขันกีฬา 3 ชนิด นอกจากนั้นจะใช้สนามกีฬาอื่นๆแข่งขันกีฬาชนิดต่างๆ ได้แก่ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ คลอง 6  แข่งขันกีฬา 3 ชนิด  สนามแข่งขันจักรยานประเภทถนนบริเวณถนนมิตรภาพและถนนพหลโยธิน จักรยานประเภทเสือภูเขาที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สนามนอร์ธเทิร์นรังสิต กอล์ฟคลับ สนามขี่ม้ากองพลทหารม้าที่ 2 สนามเป้า สนามแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งที่ ศูนย์การค้าอิมพีเรียลสำโรง สนามแข่งขันลอนโบวล์สโปโลคลับ  สนามแข่งขันกีฬาทางน้ำบึงหนองบอนสวนหลวง ร.9 สนามแข่งขันโบว์ลิ่ง พี.เอส.โบว์ล เดอะมอลล์ บางกะปิ  สนามแข่งขันวอลเลย์บอล เดอะมอลล์บางกะปิ สนามแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด แกรนด์สปอร์ตปาร์คและสนามกีฬากองทัพบก

          ศูนย์กีฬาหลักที่จะใช้ในการแข่งขันและฝึกซ้อม ประกอบด้วย ศูนย์กีฬาหลัก 3 ศูนย์ คือ ศูนย์กีฬาการกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก กรุงเทพมหานคร จะใช้แข่งขันกีฬา 21 ชนิด และจะใช้จัดพิธีเปิด-ปิดการแข่งขัน ศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จะใช้แข่งขันกีฬา 11 ชนิด ศูนย์กีฬาเมืองทองธานี จะใช้แข่งขันกีฬา 3 ชนิด นอกจากนั้นจะใช้สนามกีฬาอื่นๆแข่งขันกีฬาชนิดต่างๆ ได้แก่ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ คลอง 6  แข่งขันกีฬา 3 ชนิด  สนามแข่งขันจักรยานประเภทถนนบริเวณถนนมิตรภาพและถนนพหลโยธิน จักรยานประเภทเสือภูเขาที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สนามนอร์ธเทิร์นรังสิต กอล์ฟคลับ สนามขี่ม้ากองพลทหารม้าที่ 2 สนามเป้า สนามแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งที่ ศูนย์การค้าอิมพีเรียลสำโรง สนามแข่งขันลอนโบวล์สโปโลคลับ  สนามแข่งขันกีฬาทางน้ำบึงหนองบอนสวนหลวง ร.9 สนามแข่งขันโบว์ลิ่ง พี.เอส.โบว์ล เดอะมอลล์ บางกะปิ  สนามแข่งขันวอลเลย์บอล เดอะมอลล์บางกะปิ สนามแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด แกรนด์สปอร์ตปาร์คและสนามกีฬากองทัพบก  

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 32   “มหานครเกมส์”

     จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร  ระหว่างวันที่ 9 – 20  ธันวาคม 2543 มีการแข่งขันกีฬา 45 ชนิดกีฬา  คือ  กรีฑา  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  เพาะกาย  โบว์ลิ่ง  มวยสากลสมัครเล่น จักรยาน  ลีลาศ  ฟุตบอล  กอล์ฟ  ยิมนาสติก  ฮอกกี้  ยูโด  มวยไทย  เปตอง  ซอฟท์บอล รักบี้ฟุตบอล  เซปักตะกร้อ-ตะกร้อลอดห่วง  ยิงปืน  สนุ้กเกอร์  ซอฟท์บอล  เทนนิส  ว่ายน้ำ เทเบิลเทนนิส  เทควันโด  เทนนิส วอลเลย์บอล - วลเลย์บอลชายหาด  ยกน้ำหนัก  ยิงธนูเบสบอล  คาราเต้ - โด  ลอนโบวล์ส  ปันจักสีลัต  เรือพาย  บริดจ์  ขี่ม้า  ดาบสากล  แฮนด์บอล ฮอกกี้น้ำแข็ง  กาบัดดี้  ยิงเป้าบิน  สควอช  มวยปล้ำ  วูซู  วินด์เซิร์ฟ  กีฬาไทย  มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น  5,664 คน

หมายเหตุ :  ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันใหม่ โดยจัดการแข่งขันในรูปแบบให้จังหวัดแต่ละจังหวัดส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันในนามตัวแทนจังหวัดโดยตรง

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 33   “นครเชียงใหม่เกมส์”

 

     จัดการแข่งขันที่จังหวัดเชียงใหม่  ระหว่างวันที่ 13 – 24 ธันวาคม 2545 เรียกชื่อเกมส์แข่งขันว่า “นครเชียงใหม่เกมส์” มีการแข่งขัน 34 ชนิดกีฬา  คือ  กรีฑา  กอล์ฟ  กาบัดดี้  กีฬาไทย (ฟันดาบ)  ขี่ม้า  คาราเต้ – โด  จักรยาน  ตะกร้อ (ตะกร้อเซปัก ตะกร้อลอดห่วง)  เทควันโด  เทนนิส  เทเบิลเทนนิส  บิลเลียด – สนุกเกอร์  บาสเกตบอล  แบดมินตัน  โบว์ลิ่ง  เปตอง  เพาะกาย  ฟันดาบสากล  ฟุตบอล  มวยไทยสมัครเล่น  มวยสากลสมัครเล่น  มวยปล้ำ  ยกน้ำหนัก  ยิงปืน  ยิงเป้าบิน  ยิมนาสติก  ยูโด  รักบี้ฟุตบอล  เรือพาย  ลีลาศ  วอลเลย์บอล (ในร่ม – ชายหาด)ว่ายน้ำ  วูซู  และแฮนด์บอล  มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากจังหวัดต่าง ๆ เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น  8,940 คน

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 34   “ราชบุรีเกมส์”

     จัดการแข่งขันที่จังหวัดราชบุรี  ระหว่างวันที่ 18 – 28 ธันวาคม 2547 เรียกชื่อเกมส์แข่งขันว่า “ราชบุรีเกมส์” มีการแข่งขัน 34 ชนิดกีฬา  คือ  กรีฑา  กอล์ฟ  กาบัดดี้  ขี่ม้า  คาราเต้ – โด  จักรยาน  ตะกร้อ (เซปักตะกร้อ ตะกร้อลอดห่วง)  เทควันโด  เทนนิส  เทเบิลเทนนิส  บิลเลียด – สนุกเกอร์  บริดจ์  บาสเกตบอล  แบดมินตัน  โบว์ลิ่ง  เปตอง  เพาะกาย  ฟันดาบสากล  ฟุตบอล  มวยไทยสมัครเล่น  มวยสากลสมัครเล่น  มวยปล้ำ  ยกน้ำหนัก  ยิงปืน  ยิงเป้าบิน  ยิมนาสติก  ยูโด  รักบี้ฟุตบอล  เรือพาย  ลีลาศ  วอลเลย์บอล (ในร่ม – ชายหาด)  ว่ายน้ำ  วูซู  และแฮนด์บอล  มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ จากจังหวัดต่าง ๆ เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น  8,212 คน

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 35   “สุพรรณบุรีเกมส์”

 

     จัดการแข่งขันที่จังหวัดสุพรรณบุรี  ระหว่างวันที่ 9 – 19 กันยายน 2549 เรียกชื่อเกมส์แข่งขันว่า “สุพรรณบุรีเกมส์” มีการแข่งขัน 33 ชนิดกีฬา  คือ  กรีฑา  กอล์ฟ  กาบัดดี้  จักรยาน  ซอฟท์บอล  ตะกร้อ (เซปักตะกร้อ ตะกร้อลอดห่วง)  เทควันโด  เทนนิส  เทเบิลเทนนิส  เนตบอล  บิลเลียด – สนุกเกอร์  บาสเกตบอล  เบสบอล  แบดมินตัน   เปตอง   เพาะกาย   ฟุตบอล  มวยไทยสมัครเล่น  มวยสากลสมัครเล่น  มวยปล้ำ  ยกน้ำหนัก  ยิงปืน  ยิงเป้าบิน  ยิมนาสติก  ยูโด  รักบี้ฟุตบอล  เรือพาย  ลีลาศ  วอลเลย์บอล (ในร่ม – ชายหาด)  ว่ายน้ำ  วูซู  หมากล้อม  และแฮนด์บอล  มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากจังหวัดต่าง ๆ เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น  9,327 คน 

     เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2548 คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบและอนุมัติให้มีการเปลี่ยนแปลงการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ จากการแข่งขัน 2 ปี 1 ครั้ง เปลี่ยนเป็นแข่งขันหนึ่งปีต่อครั้ง โดยจัด รูปแบบการแข่งขันให้เป็นตัวแทนจังหวัดโดยตรง เช่นเดิม

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 36   “นครศรีธรรมราชเกมส์”

 

นครศรีธรรมราชเกมส์
การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 36 (พ.ศ.2550)


สัญลักษณ์การแข่งขัน (นครศรีธรรมราชเกมส์)
สัญลักษณ์การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 36 (พ.ศ.2550)
พระบรมธาตุเจดีย์ อันเป็นปูชนียสถานสำคัญของชาวนครศรีธรรมราช และถือเป็น 1 ใน 7 ของจอมเจดีย์ที่มีในประเทศไทย และมีนกแอ่น โบยบินอยู่ทางด้านล่างขององค์พระบรมธาตุเจดีย์ สัญลักษณ์การแข่งขันดังกล่าวมีรายละเอียด ดังนี้ พระบรมธาตุเจดีย์ เป็นปูชนียสถานที่สำคัญของชาวพุทธในนครศรีธรรมราชและในภาคใต้ สร้างเมื่อพุทธศตวรรษที่ 18 หรือเมื่อราว 800 ปีที่แล้ว องค์เจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำตามรูปแบบสถาปัตย์ที่นิยมสร้างในศรีลังกา ถือเป็นประจักษ์พยานที่ยืนยันความเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท ลัทธิลังกาวงศ์ในนครศรีธรรมราช เป็นศูนย์รวมความศรัทธาของชาวพุทธตลอดคาบสมุทร และเป็นต้นแบบพุทธเจดีย์ในภาคใต้ ตลอดถึงสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยาในยุคเดียวกัน


สัญลักษณ์นำโชค (Mascot) 

นกแอ่น (Swiftlet) เป็นนกขนาดเล็ก ลำตัวยาวประมาณ 12 เซนติเมตร หากินในบริเวณป่าชายเลนและบริเวณซึ่งมีแหล่งอาหาร (แมลงต่างๆ เช่น แมลงชีปะขาว แมลงเม่า ยุงและแมลงอื่นๆ อีก 4-5 ชนิด) ชุกชุม รังนกแอ่นซึ่งสร้างจากน้ำลายของนกเป็นที่นิยมบริโภคโดยเฉพาะหมู่ชาวจีน มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย รักษาโรคทางเดินหายใจ รักษาสมดุลในร่างกายช่วยคนไข้ฟื้นตัว ชะลอความแก่และยังมีสารยับยั้งไวรัสไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ รังนกชนิดนี้มีราคาแพงและหารับประทานได้ค่อนข้างยาก

     จัดการแข่งขันที่จังหวัดนครศรีธรรมราช  ระหว่างวันที่ 15 – 25 กันยายน 2550 เรียกชื่อเกมส์แข่งขันว่า “นครศรีธรรมราชเกมส์” มีการแข่งขัน 31 ชนิดกีฬา  คือ  กรีฑา  กอล์ฟ  กาบัดดี้  จักรยาน  ซอฟท์บอล  ตะกร้อ (เซปักตะกร้อ ตะกร้อลอดห่วง)  เทควันโด  เทนนิส  เทเบิลเทนนิส  บิลเลียด – สนุกเกอร์  บาสเกตบอล  แบดมินตัน   เปตอง  ปันจักสีลัต  เพาะกาย   ฟุตบอล  มวยไทยสมัครเล่น  มวยสากลสมัครเล่น  มวยปล้ำ  ยกน้ำหนัก  ยิงปืน  ยิมนาสติก  ยูโด  รักบี้ฟุตบอล  เรือพาย  ลีลาศ  วอลเลย์บอล (ในร่ม – ชายหาด)  ว่ายน้ำ  วูซู  หมากล้อม  และแฮนด์บอล  มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากจังหวัดต่าง ๆ เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น  9,991 คน 

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 37   “พิษณุโลกเกมส์”

 

     จัดการแข่งขันที่จังหวัดพิษณุโลก  ระหว่างวันที่ 14 – 24 ธันวาคม 2551 เรียกชื่อเกมส์แข่งขันว่า “พิษณุโลกเกมส์” มีการแข่งขัน 33 ชนิดกีฬา  คือ  กรีฑา  ว่ายน้ำ  แบดมินตัน   บาสเกตบอล  บิลเลียด – สนุกเกอร์  เพาะกาย  บริดจ์   จักรยาน  ลีลาศ  กอล์ฟ  ยูโด  กาบัดดี้  เรือพาย  แฮนด์บอล  คาราเต้ – โด  ฟุตบอล  เปตอง   รักบี้ฟุตบอล  ยิงปืน  มวยสากลสมัครเล่น  มวยปล้ำ  เทเบิลเทนนิส  ยกน้ำหนัก  ยิมนาสติก  เทควันโด  ซอฟท์บอล   เทนนิส  วอลเลย์บอล   ตะกร้อ  วูซู  หมากล้อม  ปันจักสีลัต  และมวยไทยสมัครเล่น  มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากจังหวัดต่าง ๆ เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น  10,882 คน

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 38   “ตรังเกมส์”

 

     จัดการแข่งขันที่จังหวัดตรัง  ระหว่างวันที่ 9 – 19 กันยายน 2552 เรียกชื่อเกมส์แข่งขันว่า “ตรังเกมส์” มีการแข่งขัน 35 ชนิดกีฬา  คือ  กรีฑา  กอล์ฟ  กาบัดดี้ คาราเต้ – โด  จักรยาน  ซอฟท์บอล  ตะกร้อ  เทควันโด  เทนนิส  เทเบิลเทนนิส  บริดจ์  บาสเกตบอล  บิลเลียด – สนุกเกอร์  แบดมินตัน  ปันจักสีลัต  เปตอง  เพาะกาย  ฟันดาบสากล  ฟุตบอล  มวยไทยสมัครเล่น  มวยปล้ำ  มวยสากลสมัครเล่น  ยกน้ำหนัก  ยิงปืน  ยิมนาสติก  ยูโด  รักบี้ฟุตบอล  เรือพาย  ลีลาศ  วอลเลย์บอล ว่ายน้ำ  วูซู  หมากล้อม  และแฮนด์บอล  และกีฬาสาธิต คือ กีฬาทางอากาศ  มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากจังหวัดต่าง ๆ เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น  12,005 คน

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 39   “ชลบุรีเกมส์”

 

     จัดการแข่งขันที่จังหวัดชลบุรี  ระหว่างวันที่ 9 – 19 ธันวาคม 2553 เรียกชื่อเกมส์แข่งขันว่า “ชลบุรีเกมส์” มีการแข่งขัน 39 ชนิดกีฬา  คือ  กรีฑา  ว่ายน้ำ  กีฬาทางอากาศ  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  บิลเลียด – สนุกเกอร์  เพาะกาย  จักรยาน  ลีลาศ  กอล์ฟ  ยูโด  กาบัดดี้  เรือพาย  แฮนด์บอล  คาราเต้ – โด  ฟุตบอล  เปตอง  รักบี้ฟุตบอล  ยิงปืน  มวยสากลสมัครเล่น  มวยปล้ำ  เทเบิลเทนนิส  ยกน้ำหนัก  ยิมนาสติก  เทควันโด  ซอฟท์บอล  เทนนิส  วอลเลย์บอล  ตะกร้อ  วูซู  ปันจักสีลัต  ซอฟท์เทนนิส  หมากล้อม  โบว์ลิ่ง  ฟันดาบสากล  เรือใบ  บริดจ์  ฮอกกี้ และมวยไทยสมัครเล่น  และกีฬาสาธิต คือ วู้ดบอล  มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากจังหวัดต่าง ๆ เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น  13,614  คน

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 40   “ขอนแก่นเกมส์”

              

     จัดการแข่งขันที่จังหวัดขอนแก่น  ระหว่างวันที่ 3 – 13 มีนาคม 2555 เรียกชื่อเกมส์แข่งขันว่า “ขอนแก่นเกมส์” มีการแข่งขัน 39 ชนิดกีฬา  คือ  กรีฑา  ว่ายน้ำ  กีฬาทางอากาศ  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  บิลเลียด – สนุกเกอร์  เพาะกาย  จักรยาน  ลีลาศ  กอล์ฟ  ยูโด
กาบัดดี้  เรือพาย  แฮนด์บอล  คาราเต้ – โด  ฟุตบอล  เปตอง  รักบี้ฟุตบอล  ยิงปืน  มวยสากลสมัครเล่น  มวยปล้ำ  เทเบิลเทนนิส  ยกน้ำหนัก  ยิมนาสติก  เทควันโด  ซอฟท์บอล  เทนนิส  วอลเลย์บอล  ตะกร้อ  วูซู  วู้ดบอล  ปันจักสีลัต   หมากล้อม  โบว์ลิ่ง  ฟันดาบสากล  เรือใบ  บริดจ์  ฮอกกี้ และมวยไทยสมัครเล่น  และกีฬาสาธิต คือ ยูยิตสู  และฟุตบอลเลย์  มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากจังหวัดต่าง ๆ เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น  12,561  คน

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 41   “เชียงใหม่เกมส์”

   

     จัดการแข่งขันที่จังหวัดเชียงใหม่  ระหว่างวันที่ 9 – 19 ธันวาคม 2555 เรียกชื่อเกมส์แข่งขันว่า “เชียงใหม่เกมส์” มีการแข่งขัน 40 ชนิดกีฬา  คือ  กรีฑา  ว่ายน้ำ  กีฬาทางอากาศ  แบดมินตัน  บาสเกตบอล  บิลเลียด – สนุกเกอร์  เพาะกาย  จักรยาน  ลีลาศ  กอล์ฟ  ยูโด
กาบัดดี้  เรือพาย  แฮนด์บอล  คาราเต้ – โด  ฟุตบอล  เปตอง  รักบี้ฟุตบอล  ยิงปืน  มวยสากลสมัครเล่น  มวยปล้ำ  เทเบิลเทนนิส  ยกน้ำหนัก  ยิมนาสติก  เทควันโด  ซอฟท์บอล  เทนนิส  วอลเลย์บอล  ตะกร้อ  วูซู   ขี่ม้า   ปันจักสีลัต   หมากล้อม  โบว์ลิ่ง  ฟันดาบสากล  ยิงธนู  บริดจ์  ฮอกกี้  ซอฟท์เทนนิสและมวยไทยสมัครเล่น  และกีฬาสาธิต คือ คลิกเก็ต  และเนตบอล   มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากจังหวัดต่าง ๆ เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น  13,748  คน

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 42   “สุพรรณบุรีเกมส์

     15 มกราคม 2557 นายยุคล ลิ้มแหลมทอง ปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานปิด พร้อมการแสดงทั้งหมด 5 ชุดด้วยกัน ประกอบด้วย ชุด 1 "มหัศจรรย์แห่งมิตรไมตรี" เป็นการสื่อมิตรภาพ ความรัก ความสามัคคีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้, ชุด 2 "เกียรติยศศักดิ์ศรีแห่งการกีฬา" เป็นขบวนพาเหรดทัพนักกีฬาจาก 77 จังหวัดเดินลงสู่สนาม ชุด 3 "จินตนาการสุดขอบฟ้า" เป็นพิธีการดับไฟในกระถางคบเพลิง, ชุด 4 "จากวันเวลาสู่นิจนิรันดร์" โดยมี "น้องบุ๋ม" สุภัทรพร ทองสุกใส นักร้องเยาวชนสุพรรณบุรีขับกล่อมเพลง, ชุด 5 "มนต์เมืองฝัน สุพรรณบุรีเกมส์" มี สุรชัย สมบัติเจริญ, เสรี รุ่งสว่าง, เปาวลี พรพิมล นักร้องลูกทุ่งสายเลือดสุพรรณบุรี มาขับร้อง ก่อนจะจุดพลุดอกไม้ไฟขึ้นไปสว่างไสวเต็มท้องฟ้า และส่งธงต่อให้กับนครราชสีมาที่จะเป็นเจ้าภาพกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 ต่อไป โดยเจ้าภาพครั้งต่อไป จ.นครราชสีมา จะรับไม้ต่อเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 ระหว่างวันที่ 9-19 ธ.ค. 57 มี นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เดินทางมาร่วมพิธีรับมอบธงเจ้าภาพด้วยตนเอง พร้อมจัดการแสดง 2 ชุดมาโชว์อีกด้วย 

ตราสัญลักษณ์

       ประกอบด้วย พระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงพระคชาธารออกศึก และองค์เจดีย์ยุทธหัตถี สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงสร้างเจดีย์ เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะ ในสงครามยุทธหัตถีที่ทรงมีต่อ พระมหาอุปราชาแห่งพม่า เมื่อปี พ.ศ. 2135 เป็นเจดีย์แบบลังกาทรงกลมใหญ่ สูง 66 เมตร ฐานกว้าง ด้านละ 36 เมตร ตั้งอยู่ ณ ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี

สัญลักษณ์ตัวนำโชค การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ

ม้าสีหมอก 

       เป็นม้าในวรรณคดีเรื่อง ขุนช้าง-ขุนแผน เป็นม้าแสนรู้พาหนะคู่ใจขุนแผน คล่องแคล่วว่องไว ลักษณะตัว สีหมอก ตาสีดําน่าเกรงขาม เป็นม้าที่เกิดจากการผสมพันธุ์ ระหว่างม้าเปอร์เซียกับม้าน้ำแม่ชื่อ อีเหลือง พ่อเป็นม้าน้ำคลอดจากท้องแม่เมื่อวันเสาร์ ขึ้น 9 ค่ำ หลวงศรีวรขาน ได้รับคําสั่งจาก สมเด็จพระพันวษาให้ไปซื้อม้าที่เมืองมะริด ประเทศอินเดีย สีหมอกซึ่งเป็นลูกม้ารุ่นหนุ่มก็ติดตามแม มาด้วย แต่ความซุกซนทําให้เที่ยวไล่กัดม้าตัวอื่นๆ อยู่เสมอ จึงทําให้คนดูแลม้าไล่ตีเอาเนืองๆ ขุนแผนไปพบเข้าที่เพชรบุรีเห็นสีหมอกมีลักษณะดี ต้องตามตําราจึงเข้าไปขอซื้อแล้วเสกหญ้าให้กิน ม้าสีหมอกก็ติดตามขุนแผนไปโดยดี 

คำขวัญการแข่งขัน 
กีฬาสู่มิตรภาพที่ไร้พรมแดน

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 42 สุพรรณบุรีเกมส์ 
วันที่ 5-15 มกราคม 2557

   จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติมาแล้วถึง 2 ครั้ง คือปี 2537 กับ ปี 2549 ความพร้อมในครั้งนี้จังหวัดสุพรรณบุรีสุพรรณบุรี ได้เตรียมตัวก่อนล่วงหน้าเป็นเวลา 2 ปี ก่อนหน้าที่จะมารับช่วงต่อจาก จ.เชียงใหม่

   สำหรับการแข่งขัน จัดให้มีการชิงชัยทั้งหมด 42 ชนิดกีฬา กีฬาบังคับ 2 ชนิดกีฬา กรีฑา และว่ายน้ำ กีฬาสากล 39 ชนิดกีฬา ได้แก่ กอล์ฟ, กาบัดดี้, กีฬาทางอากาศ, คาราเต้โด, จักรยาน, ตะกร้อ, เทควันโด, เทนนิส, เทเบิลเทนนิส, บาสเกตบอล, บิลเลียด-สนุกเกอร์, แบดมินตัน, เปตอง, เพาะกาย, ฟุตบอล, มวยสากลสมัครเล่น, มวยปล้ำ, ยกน้ำหนัก, ยิงปืน, ยิมนาสติก, ยูโด, รักบี้ฟุตบอล, เรือพาย, ลีลาศ, วูซู, วอลเลย์บอล, ขี่ม้า, แฮนด์บอล, ฮอกกี้, หมากล้อม, ซอฟต์บอล, บริดจ์, ปันจักสีลัต, ยิงธนู, ซอฟต์เทนนิส, เบสบอล, วู้ดบอล, เนตบอล, เอ็กซ์ตรีม และกีฬาอนุรักษ์ มวยไทยสมัครเล่น

3 เป้าหมายหลักทำคัญที่วางไว้
   - การจัดการแข่งขันเป็นเลิศ 
   - พิธีเปิดเป็นเยี่ยม 
   - การต้อนรับขับสู้ สร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือน

สุพรรณบุรี เคยจัดกีฬาแห่งชาติ อย่างยิ่งใหญ่มาแล้วถึง 2 ครั้ง เชื่อว่า กีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 จะยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันอย่างแน่นอน

จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นเจ้าภาพ
การแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 27 ดอนเจดีย์เกมส์ 
เมื่อวันที่ 19-26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2537
และ การแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 35 สุพรรณบุรีเกมส์
เมื่อวันที่ 9-19 กันยายน พ.ศ. 2549

พิธีเปิดการแข่งขัน

พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 จัดขึ้นวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2557 ที่สนามกีฬาสุพรรณบุรี เริ่มการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ในเวลา 17.00 น. ซึ่งประธานในพิธีเปิดการแข่งขันได้เดินทางมาถึงสนามกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี จากนั้นเป็นการแสดงชุดที่ 1 "เยาวชนคนดีศรีสุพรรณ รังสรรค์ค่า" และการแสดงชุดที่2 "กีฬาสู่มิตรภาพที่ไร้พรมแดน"

จากนั้นจะเป็นพีธีการและขบวนพาเหรด ประกอบด้วย ขบวนพาเหรดนำธงชาติไทย ขบวนธงการกีฬาแห่งประเทศไทย ขบวนธงจังหวัดสุพรรณบุรี ขบวนธงการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ขวบนธงสุพรรณบุรีเกมส์ และขบวนธงสัตว์นำโชค (Mascot) ขบวนป้ายชื่อการแข่งขันฯ ป้ายคำขวัญการแข่งขัน และตัวสัตว์นำโชค (Mascot) ขบวนคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ขบวนนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ ทั้ง 77 จังหวัด โดยขบวนนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ของจังหวัดสุพรรณบุรีมาเป็นขบวนสุดท้ายในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขันฯ

จากนั้น ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีและคณะ เดินขึ้นสู่เวทีพิธีการ และพิธีการเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสา, ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กลาววัตถุประสงค์ของการแข่งขันฯ, ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีและประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ กลางรายงานการจัดการแข่งขันฯ จากนั้นประธานในพิธีกล่าวเปิดการแข่งขันฯ, พิธีการเชิญธงการแข่งขันกีฬาแห่งชาติขึ้นสู่ยอดเสา, พิธีการกลางคำปฏิญาณตนของนักกีฬาและกรรมการผู้ตัดสิน

เมื่อเสร็จพิธีการแล้ว เป็นการแสดงพิธีเปิดชุดที่ 3 "เย็นศิระใต้เบื้อง พระบริบาล" ชุดที่4"เกริกตระการยิ่งใหญ่ แผ่นดินทอง" และชุดที่ 5 "โรจน์เรืองรองแสงไฟ ไสวสวรรค์" จากนั้นเป็นพิธีการจุดไฟในกระถ่างคบเพลิง และการแสดงพิธีเปิดปิดท้ายชุดที่6 "อลังการมหัศจรรย์ สุพรรณบุรีเกมส์" และการแสดงจาก SUPHANBURI SYMPHONIC BAND และเริ่มการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษ ระหว่าง ทีมสุพรรณบุรี เอฟซี กับ ทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

พีธีปิดการแข่งขัน

พีธีปิดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่42 มีขึ้นวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2557 ที่สนามกีฬาสุพรรณบุรี เริ่มการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ในเวลา 18.30 น. เมื่อประธานในพีธิ เดินทางมาถึงสนามกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นการแสดงพิธีปิดชุดที่1 "มหัศจรรย์แห่งมิตรไมตรี" การแสดงพิธีปิดชุดที่2 "เกียรติยศศักดิ์ศรีแห่งการกีฬา" จากนั้นขบวนพาเหรด นำโดยธงชาติไทย ขบวนธงการกีฬาแห่งประเทศไทย ขบวนธงจังหวัดสุพรรณบุรี ขบวนธงการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ขบวนธงสุพรรณบุรีเกมส์ และขบวนธงสัตว์นำโชค (Mascot) เดินเข้าสู่สนาม

จากนั้นป้ายการแข่งขันฯ ป้ายคำขวัญการแข่งขัน สัตว์นำโชต(Mascot) ขบวนคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ขบวนป้ายและขบวนธงทั้ง 77 จังหวัด นำขบวนนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทุกจังหวัดเข้าสู่นาม และผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี และคณะ เดินขึ้นสู่เวทีพิธีการ พิธีการเชิญธงชาติไทยลงจากยอดเสา ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวสรุปการแข่งขัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ กล่าวรายงานการแข่งขันฯ และประธานในพิธีกล่าวปิดการแข่งขันฯ พีธีการเชิญธงการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ลงจากยอดเสา

จากนั้นเป็นพิธีการรับ-ส่งมอบธงการแข่งขันกีฬาแห่งชาติของเจ้าภาพครั้งต่อไป คือจังหวัดนครราชสีมา และเป็นการแสดงของจังหวัดนครราชสีมา การแสดงพิธีปิดชุดที่3 "จินตนาการสุดขอบฟ้า" และพิธีการดับไฟในกระถางคบเพลิง ต่อด้วย

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 นครราชสีมาเกมส์

        การแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 43 หรือ “นครราชสีมาเกมส์” จัดในระหว่างวันที่ 9-19 ธันวาคม โดยชิงชัยกัน 43 ชนิดกีฬา ภายใต้คำขวัญ “สร้างมิตรไมตรี สร้างสามัคคี ด้วยกีฬา” โดยมีตัวนำโชคเป็น “สีมา” ที่เป็นช้างสี่งา สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ถูกค้นพบซากโบราณที่นครราชสีมา และจัดชิงชัยทั้งหมด 43 ชนิดกีฬา พร้อมทุ่มงบประมาณ 200-300 ล้านบาท เปิดมิติใหม่ให้นักกีฬาพักในหมู่บ้านนักกีฬา และใช้สนามแข่งขันมาตรฐานระดับที่ไทยเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ที่ จังหวัดนครราชสีมา ขณะที่สนามหลัก 2 แห่งจะใช้ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ และสนามกีฬาใน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีและนับเป็นครั้งแรกที่กีฬาแห่งชาติจะมีหมู่บ้านนักกีฬาเกิดขึ้นใน ม.เทคโนโลยีสุรนารี สามารถพักได้กว่า 9,000 คนและคัดเลือกจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2007

สัญลักษณ์การแข่งขัน

  

สำหรับสัญลักษณ์ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งนี้ สัญลักษณ์ต่างๆในการแข่งขัน มีความหมาย ดังนี้

·         ลักษณะของคบเพลิง หมายถึง การแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งนี้

·         ลักษณะรูปคน หมายถึง สปิริตของนักกีฬา

·         ลักษณะตัวเลขที่เหมือนลวดลายของดินเผาด่านเกวียน หมายถึง เอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมของนครราชสีมา

·         รูปท้าวสุรนารีและปราสาทหินพิมาย หมายถึง เอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมของนครราชสีมา

·         ลายของผ้าไหใ หมายถึง ภูมิปัญญาของนครราชสีมา

 

สัญลักษณ์นำโชค

ตัวมาสคอต สีมา ช้างสี่งา สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ถูกค้นพบซากโบราณที่นครราชสีมา สัตว์นำโชคที่เป็นสัญลักษณ์ของการแข่งขันครั้งนี้

 

พิธีเปิด

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 ได้มีกำหนดการพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดฯ พิธีเปิดในครั้งนี้ ประกอบด้วยการแสดงในพิธีเปิดการแข่งขัน 7 ชุดการแสดง ได้แก่

คบเพลิงในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 "นครราชสีมาเกมส์"

·         ชุดที่ 1 หนึ่งท่วงทำนองเปิดตำนานความยิ่งใหญ่

·         ชุดที่ 2 หนึ่งเดียวแห่งชัยชนะ หนึ่งน้ำใจนักกีฬา (ขบวนพาเหรดนักกีฬา)

·         ชุดที่ 3 หนึ่งน้ำพระราชหฤทัย สู่หนึ่งศรัทราแห่งแผ่นดิน

·         ชุดที่ 4 หนึ่งนครายิ่งใหญ่ หนึ่งดวงใจคนโคราช

·         ชุดที่ 5 ที่หนึ่งแห่งศักยภาพ ยกระดับโคราชสู่สากล

·         ชุดที่ 6 จุดประกายความเป็นหนึ่ง โชติช่วงทั่วแผ่นดิน (พิธีจุดไฟกระถางคบเพลิง)

·         ชุดที่ 7 หนึ่งพลังอันยิ่งใหญ่สู่มหานครแห่งความภาคภูมิ (การแสดงพลุแสงสีเสียง)

พิธีปิด

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 ได้มีกำหนดการพิธีปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีปิดฯ ซึ่งประกอบด้วยการแสดงในพิธีปิดการแข่งขัน 6 ชุดการแสดง ได้แก่

·         ชุดที่ 1 ทำนองหัวใจเมืองนคร

·         ชุดที่ 2 รวมใจสู่ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ (ขบวนพาเหรดนักกีฬา)

·         ชุดที่ 3 บันทึกมหานครแห่งกีฬา

·         ชุดที่ 4 จังหวะหัวใจคนเมืองคอน

·         ชุดที่ 5 ส่งต่อน้ำใจแห่งนักกีฬา (ส่งมอบธงให้แก่เจ้าภาพจัดการแข่งขันครั้งต่อไป)

·         ชุดที่ 6 ประกายไฟฝัน ดวงใจแห่งเกียรติยศ (พิธีดับไฟในกระถางคบเพลิง)

ชนิดกีฬาที่ใช้ในการแข่งขัน

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 จัดแข่งขันทั้งสิ้น 44 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย กรีฑา ว่ายน้ำ กอล์ฟ กาบัดดี้ กีฬาทางอากาศ ขี่ม้า คาราเต้โด คริกเก็ตจักรยาน ซอฟท์เทนนิส ตะกร้อ เทควันโด เทนนิส เทเบิลเทนนิส บริดจ์ บาสเกตบอล บิลเลียด-สนุกเกอร์ แบดมินตัน โบว์ลิ่ง ปันจักสีลัต เปตอง เพาะกาย ฟันดาบสากล ฟุตบอล มวยปล้ำ มวยสากลสมัครเล่น มวยไทยสมัครเล่น ยกน้ำหนัก ยิงปืน ยิมนาสติก ยูโด รักบี้ฟุตบอล เรือพาย ลีลาศ วอลเลย์บอล วูซู วู๊ดบอล หมากล้อม ฮอกกี้ เอ๊กซ์ตรีม แฮนด์บอล

กีฬาสาธิต หมากรุกไทย ยิงปืนรณยุทธ

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 44 หรือ “นครสวรรค์เกมส์”

   “นครสวรรค์เกมส์” จัดในระหว่างวันที่ 11-21 ธันวาคม พ.ศ. 2558 โดยชิงชัยกัน 40 ชนิดกีฬาจังหวัดนครสวรรค์ ได้รับความอนุเคราะห์จากเทศบาลนคร นครสวรรค์ ผันงบประมาณที่ไม่ต้องใช้ในการป้องกันอุทกภัยของจังหวัดในรอบ 3 ปี ที่น้ำไม่ท่วมตลาดปากน้ำโพ มาใช้ซ่อมแซมปรับปรุงสนามกีฬาต่างๆ เพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ เป็นเงินประมาณ 99,000,000 บาท สำหรับเรื่องที่พักนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และผู้ที่เกี่ยวข้องกว่า 14,000 คน จังหวัดได้เตรียมประสานงานขอใช้ค่ายจิรประวัติ มณฑลทหารบกที่ 31 นครสวรรค์ เพื่อใช้เป็นหมู่บ้านนักกีฬา ในบางชนิดกีฬา เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557 นายมนตรี ไชยพันธ์ รักษาการแทนผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นประธานแถลงข่าวความพร้อมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 44 “นครสวรรค์เกมส์” พร้อมด้วย นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมด้วย ดร.ภิญโญ นิโรจน์ นายกสมาคมกีฬา จ.นครสวรรค์ พร้อมรองผู้ว่าฯ หัวหน้าส่วนราชการ ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมราชพฤกษ์ จ.นครราชสีมา

สัญลักษณ์การแข่งขัน

 

           ประกอบกันขึ้นเป็นภาพของคน นักกีฬาที่กำลังเคลื่อนไหวในทุกกีฬาภาพสัญลักษณ์ ได้สื่อความหมาย แสดงถึงใบหน้าของ “เอ็งกอพะบู๊” ซึ่งเป็นหนึ่งในตำนานของคนชาวไทยเชื้อสายจีนที่ยังมีการสืบต่อเรื่องราว“ในงานประเพณีตรุษจีนของชาวปากน้ำโพ” โดยเอ็งกอพะบู๊ จะเป็นตัวแทนของความความมีพลัง มีคุณธรรม มีความสามัคคีกันดุจพี่น้อง ดังเช่นการแข่งขันกีฬาเแห่งชาติมี่ปากน้ำโพในครั้งนี้

 

สัญลักษณ์นำโชค

น้องเสี่ยวหลง (มังกร)และน้องเสี่ยวซือ (สิงโตน้อย) เป็นมาสคอตประจำการแข่งขัน

          สัญลักษณ์นำโชค คือ มังกร ชื่อ เสี่ยวหลง (มังกรน้อย) xiaolong ความหมาย มังกรจีนหรือ หลง มังกรได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้สร้างกฎแห่งความใจบุญ และเป็นสิ่งที่เสริมสร้างความมั่นใจ แสดงถึงพลังอำนาจและคุณงามความดี ความองอาจกล้าหาญ ความเป็นวีรบุรุษและความอุตสาหะพยายาม ความมีคุณธรรมอันสูงส่งและยิ่งใหญ่ดุจดั่งเทพเจ้า มังกรจีนนั้นไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคขวากหนามใด ๆ จนกว่าจะทำในสิ่งที่ต้องการได้สำเร็จ มีความขยันขันแข็ง เด็ดขาด เฉลียวฉลาด มองโลกในแง่ดี และมีความทะเยอทะยาน มีลักษณะสวยงาม เป็นมิตร และมีความเฉลียวฉลาด

           สัญลักษณ์นำโชค คือ สิงโต ชื่อ เสี่ยวซือ (สิงโตน้อย) xiaoshi ความหมาย สิงโตจีน เป็นเครื่องหมายของความรุ่งเรืองและความมียศถาบรรดาศักดิ์ ความมีอำนาจขจัดปีศาจและสิ่งชั่วร้าย ทั้งช่วยในด้านฐานะและชื่อเสียง ช่วยป้องกันสิ่งเลวร้ายที่เข้ามา ช่วยคุ้มครองให้ร่มเย็นเป็นสุข ปราศจากการรบกวนของภูตผีปีศาจ คุณไสยมนต์ดำและคนพาล และจะช่วยหนุนส่งวาสนาให้รุ่งเรืองขึ้นด้วย เพิ่มพลังอำนาจให้แก่บ้าน

คำขวัญ

 

มิตรภาพยิ่งใหญ่กว่าชัยชนะ
Friendship greater than victory

        การแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ ครั้งที่ 45 (พ.ศ. 2560) สงขลาเกมส์ จังหวัดสงขลา

       การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 “สงขลาเกมส์” ระหว่างวันที่ 20 -30 มิถุนายน 2560

       ตราสัญลักษณ์ การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 “สงขลาเกมส์” เกมส์แห่งสปิริตและมิตรภาพ ผู้ชนะเลิศ เป็นรูปลักษณะของรูปคน สื่อถึง นักกีฬา การพัฒนาศักยภาพนักกีฬา ความมีน้ำใจนักกีฬา ลักษณะของไฟคบเพลิง แสดงถึง การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ นักกีฬาความมีสปิริต คลี่คลายจากลักษณะของตัวเลขคลี่คลายจากนางเงือกและทะเล สัญลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา และคลี่คลายจากลักษณะของหอยสังข์ 

 

 

     สัญลักษณ์นำโชค การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 “สงขลาเกมส์”  แนวคิด ออกแบบรูปแมว และหนู โดยแมวชื่อ สิงหลา หนูชื่อ สิงขร ถือคบเพลิงเปลวไฟเป็นเลข 45 หนูถือลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ มีสัญลักษณ์การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ สื่อลูกแก้วที่สร้างสุขภาพแข็งแรง มีวินัย มีน้ำใจนักกีฬา สวมเสื้อสีขาวแทนความบริสุทธิ์ยุติธรรมในการแข่งขันกีฬา

 

 

       เจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 46 - 47 ประกอบด้วย   จังหวัดเชียงราย ครั้งที่ 46 (พ.ศ. 2561) และจังหวัดศรีสะเกษ ครั้งที่ 47 (พ.ศ. 2563)

 

ประวัติของกีฬา

"กีฬาแห่งชาติ" ได้วิวัฒนาการมาจากกีฬาเขต ซึ่งมีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้ตราพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง องค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทยขึ้น เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2507 โดยการแข่งขันกีฬาเขตได้ริเริ่มขึ้นพร้อม ๆ กับการก่อตั้งองค์การส่งเสริมกีฬาออกไปให้ทั่วราชอาณาจักรด้วยการจัดการแข่งขันระหว่างจังหวัดภายในภาคต่าง ๆ ของประเทศขึ้นพร้อมกัน แต่โดยที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 เดือนธันวาคม 2509