SATC

ข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ.2550

 

ข้อบงคับการกีฬาแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ

พ.ศ. 2550

ตามที่การกีฬาแห่งประเทศไทยได้ประกาศใช้ข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 (ฉบับที่ 3) (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2546 และ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2548 ซึ่งมีความหลากหลายของ เนื้อหาและมีการเปลี่ยนแปลงของวิชาการอยู่ตลอดเวลา การกีฬาแห่งประเทศไทย พิจารณาเห็นสมควรแก้ไขข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการแข่งขันกีฬา เยาวชนแห่งชาติ เพื่อความเหมาะสมกับเหตุการณ์ ณ ปัจจุบัน และเพื่อให้สอดคล้องกับการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ที่มีการปรับเปลี่ยนให้มีการจัดการแข่งขันปีละครั้งเป็นประจำทุกปี

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19(1) แห่งพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2528 คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยออกข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ข้อบังคับนี้ เรียกว่า "ข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2550"

ข้อ 2 ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้ยกเลิก

 (1) ข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2544

(2) ข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545

(3) ข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2546

(4) ข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2546

(5) ข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2548

       บรรดาข้อบังคับ ระเบียบ และคำสั่งอื่นใดที่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน

ข้อ 4 ในข้อบังคับนี้

 "กกท" หมายความถึง การกีฬาแห่งประเทศไทย

"ภาค" หมายความถึง กลุ่มของจังหวัดที่แบ่งเพื่อการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติตามข้อบังคับนี้

"เจ้าภาพ" หมายความถึง จังหวัดเจ้าภาพที่จัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ

 "หัวหน้าภาค" หมายความถึง จังหวัดหัวหน้าภาคที่จัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติเพื่อคัดเลือกนักกีฬาระดับภาค

"คณะกรรมการอำนวยการแข่งขัน" หมายความถึง คณะกรรมการอำนวยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ

"คณะกรรมการจัดการแข่งขัน" หมายความถึง คณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ

"คณะกรรมการกีฬาจังหวัด" หมายความถึง คณะกรรมการกีฬาจังหวัดที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการกีฬา

"สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย" หมายความถึง สมาคมที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับกีฬาหรือส่งเสริมกีฬาโดยตรงในนามของชาติหรือของประเทศไทยและได้รับอนุญาตให้จัดตั้งตามกฎหมายว่าด้วยการกีฬา

"สมาคมกีฬาจังหวัด" หมายความถึง สมาคมกีฬาที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นในจังหวัดซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเกี่ยวกับกีฬาหรือส่งเสริมกีฬาโดยตรงในแต่ละจังหวัดและได้รับอนุญาตให้จัดตั้งตามกฎหมายว่าด้วยการกีฬา

"กีฬาบังคับ" หมายความถึง ชนิดกีฬา กรีฑา และว่ายน้ำ

"กีฬาสากล" หมายความถึง ชนิดกีฬาต่าง ๆ ที่มีการแข่งขันในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ หรือกีฬาซีเกมส์

"กีฬาอนุรักษ์" หมายความถึง ชนิดกีฬาต่าง ๆ ที่นิยมเล่นในท้องถิ่นและเจ้าภาพเสนอจัดเพื่อเป็นการอนุรักษ์ไม่น้อยกว่าหนึ่งชนิดกีฬา

                        “นักกีฬา” หมายความถึง นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ และมีคุณสมบัติไม่ขัดต่อข้อบังคับ กฎ ระเบียบของ กกท. และสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ชนิดกีฬานั้นๆ ด้วย

                        “เจ้าหน้าที่” หมายความถึง ผู้ซึ่งคณะกรรมการอำนวยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ แต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ

                        “หัวหน้าคณะนักกีฬา” หมายความถึง ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากจังหวัดนั้น ๆ ให้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลและควบคุมนักกีฬาตลอดทั้งการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้แก่คณะนักกีฬาจนกว่าการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติจะเสร็จสิ้น

            ข้อ 5 ให้ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย รักษาการตามข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจวางระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามข้อบังคับนี้

หมวด 1

บททั่วไป

            ข้อ 6 ให้มีการจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติปีละหนึ่งครั้งเป็นประจำทุกปี

            ข้อ 7 ให้เจ้าภาพดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติให้เสร็จสิ้นในระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบวันแต่ไม่เกิน 15 วัน โดนรวมพิธีเปิดและปิดด้วย

            ข้อ 8 การแบ่งพื้นที่ในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ให้ กกท. กำหนด และประกาศรายชื่อจังหวัดในแต่ละภาคก่อนพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ โดยปกติไม่น้อยกว่าเก้าเดือน

            ข้อ 9 การแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ให้ดำเนินการเป็นสามขั้นตอน ดังนี้

                        (1) การแข่งขันระดับจังหวัด เป็นการแข่งขันเพื่อคัดเลือกนักกีฬาเป็นตัวแทนของจังหวัด

                        (2) การแข่งขันระดับภาค เป็นการแข่งขันเพื่อคัดเลือกนักกีฬาระดับภาคของแต่ละภาค โดยให้แต่ละจังหวัดภายในภาคส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันตามชนิดและประเภทกีฬา

                        (3) การแข่งขันระดับชาติ เป็นการดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬาที่จังหวัด ส่งเข้าร่วมการแข่งขันได้โดยตรง เว้นแต่ชนิดกีฬาที่กำหนดให้มีการคัดเลือกนักกีฬาในระดับภาค โดยจะต้องดำเนินการจัดการแข่งขันในช่วงระยะเวลาที่ กกท. กำหนด

            ข้อ 10 การคัดเลือกเจ้าภาพ ในการแข่งขันระดับภาคและการแข่งขันระดับชาติให้เป็นไปตามระเบียบที่ กกท. กำหนด

            ข้อ 11 ชนิดและประเภทกีฬาที่จะจัดให้มีการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ให้ กกท. และเจ้าภาพร่วมกันกำหนด ดังต่อไปนี้

(1)    กีฬาบังคับ

(2)    กีฬาสากล

(3)    กีฬาอนุรักษ์

โดยทั้งสามรายการเจ้าภาพต้องจัดให้มีการแข่งขันร่วมกันไม่น้อยกว่า 24 ชนิดกีฬา และให้ กกท. ประกาศชนิดกีฬา ที่กำหนดแข่งขันให้ทุกจังหวัดทราบก่อนพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ โดยปกติไม่น้อยกว่าเก้าเดือน

            ข้อ 12 ชนิดและประเภทกีฬา ที่จะจัดให้มีการแข่งขันระดับชาติ ข้อ 9(3) ในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ต้งมีจังหวัดส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันไม่น้อยกว่า 6 จังหวัด และไม่น้อยกว่าสามภาค

            ข้อ 13 ตราสัญลักษณ์การแข่งขันของการกีฬาแห่งประเทศไทย สำหรับการแข่งขันที่ กกท. รับรอง ต้องจัดวางไว้อย่างเหมาะสมบนตราสัญลักษณ์เกมส์การแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติที่เจ้าภาพออกแบบและต้องได้รับความเห็นชอบจาก กกท. ก่อน

หมวด 2

คณะกรรมการ

            ข้อ 14 ในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ให้มีคณะกรรมการสองคณะ ดังนี้

(1)    คณะกรรมการอำนวยการแข่งขัน

(2)    คณะกรรมการจัดการแข่งขัน

ให้คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งทั้งสองคณะอยู่ในตำแหน่งจนกว่าการดำเนินการกิจกรรมเกี่ยวกับการแข่งขันครั้งนั้น ๆ จะเสร็จสิ้น

            ข้อ 15 คณะกรรมการอำนวยการแข่งขัน ประกอบด้วย ผู้ว่าการ กกท. เป็นประธานกรรมการ ผู้ว่าราชการจังหวัดเจ้าภาพเป็นรองประธานกรรมการ รองผู้ว่าการ กกท. ทุกท่าน ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ นายกสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยที่มีการแข่งขัน และผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินสามคนเป็นกรรมการ และให้ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ  กกท. เป็นกรรมการและเลขานุการ

            ข้อ 16 คณะกรรมการอำนวยการแข่งขัน มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(1)    เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการจัดการแข่งขัน

(2)    วินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการปฏิบัติงานตามข้อบังคับนี้

(3)    วินิจฉัยปัญหาต่าง ๆ ที่มิได้บัญญัติไว้ในข้อบังคับนี้

(4)    ปฏิบัติการอื่นใดเกี่ยวกับการแข่งขัน ตามที่คณะกรรมการ กกท. มอบหมาย

(5)    แต่งตั้งคณะกรรมการ หรือคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อดำเนินการกิจการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อประโยชน์แห่งการจัดการแข่งขัน

ทำคำวินิจฉัย มติ คำสั่งของคณะกรรมการอำนวยการแข่งขันให้เป็นที่สุด

            ข้อ 17 คณะกรรมการจัดการแข่งขัน ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเจ้าภาพเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ที่มีการแข่งขันสมาคมละหนึ่งคน คณะกรรมการกีฬาจังหวัดเจ้าภาพ นายกสมาคมกีฬาจังหวัดเจ้าภาพ บุคคลอื่นซึ่งเจ้าภาพ เสนอเพื่อแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ สำหรับตำแหน่งกรรมการและเลขานุการ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเจ้าภาพแต่งตั้ง ส่วนตำแหน่งกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการต้องเป็นพนักงาน กกท.

            ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดเจ้าภาพเห็นสมควรจะแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดการแข่งขันด้วยก็ได้

            ข้อ 18  คณะกรรมการจัดการแข่งขันมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(1)    จัดการแข่งขันให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามข้อบังคับ

(2)    เสนอปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากการปฏิบัติตามข้อบังคับ เพื่อให้คณะกรรมการอำนวยการแข่งขันวินิจฉัย

(3)    รายงานคณะกรรมการอำนวยการแข่งขันในกรณีที่ปรากฏว่าบุคคลหรือคณะบุคคลใดที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ

(4)    ดำเนินการจัดทำเกี่ยวกับหลักฐานการแข่งขัน ได้แก่ ใบสมัคร รายชื่อ แผงรูป บัตรประจำตัว และเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ ตลอดทั้งเอกสารที่ใช้เกี่ยวกับการจัดการแข่งขันและรวมถึงการสรุปผลและประเมินผลการแข่งขัน

(5)    แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อประโยชน์แห่งการจัดการแข่งขัน

หมวด 3

สิทธิประโยชน์

            ข้อ 19 สิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติให้เป็นไปตามที่ กกท. กำหนด

หมวด 4

ระเบียบและกติกาการแข่งขัน

            ข้อ 20 การแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ แต่ละชนิดกีฬาให้ใช้ระเบียบและกติกาการแข่งขัน ตามที่ กกท. กับสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยร่วมกันกำหนด และโดยความเห็นชอบของ กทท.

หมวด 5

จำนวนนักกีฬา

            ข้อ 21 การกำหนดจำนวนนักกีฬา จำนวนทีมในแต่ละชนิดและประเภทกีฬา ในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ให้เป็นไปตามระเบียบและกติกาการแข่งขัน ตามข้อ 20

หมวด 6

คุณสมบัติของนักกีฬา

            ข้อ 22  ผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ ดังนี้

(1)    มีสัญชาติไทย

(2)    อายุของนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันให้เป็นไปตามระเบียบและกติกาการแข่งขันของแต่ละชนิดกีฬา ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์ โดยนับตั้งแต่ปีที่เกิดถึงปีที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนั้น

(3)    เป็นนักกีฬาที่มีชื่อในทะเบียนนักกีฬาของสมาคมกีฬาจังหวัดนั้น ๆ  เพียงจังหวัดเดียวโดยให้ขึ้นทะเบียนไว้กับ กกท. ไม่น้อยกว่าหกเดือน ก่อนเข้าร่วมการแข่งขันในวันพิธีเปิดการแข่งขันครั้งนั้น

(4)    การย้ายสังกัดสมาคมกีฬาจังหวัดจะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากสมาคมกีฬาจังหวัดที่เป็นต้นสังกัดเดิมและที่จะเป็นต้นสังกัดใหม่เสียก่อน

(5)    ไม่เป็นนักกีฬาที่อยู่ในระยะเวลาที่สหพันธ์กีฬานานาชาติหรือสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย หรือประธานกรรมการอำนวยการแข่งขัน หรือ กกท. ลงโทษให้พักการแข่งขัน

(6)    นักกีฬาซึ่งเป็นผู้ที่เคยเข้าแข่งขันหรือมีชื่อในบัญชีผู้แทนทีมชาติในการแข่งขัน กีฬาโอลิมปิกเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ ซีเกมส์ การแข่งขันชิงชนะเลิศของโลก หรือการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย จะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติได้เฉพาะชนิดประเภทกีฬาและจำนวนตามระเบียบการแข่งขันของแต่ละชนิดกีฬา

(7)    นักกีฬาที่เข้าแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ต้องได้รับการคัดเลือกให้เป็นนักกีฬาผู้แทนจังหวัดตาม หมวด 7

หมวด 7

การคัดเลือกนักกีฬาและสมัครเข้าแข่งขัน

            ข้อ 23 การสมัครเข้าแข่งขันคัดเลือกเป็นนักกีฬาจังหวัด ให้ผู้สมัครยื่นใบสมัครส่วนบุคคลต่อสมาคมกีฬาจังหวัดที่ตนสังกัด ตามแบบที่ กกท. กำหนด

            ข้อ 24 การแข่งขันคัดเลือกนักกีฬาในระดับต่าง ๆ ให้ปฏิบัติ ดังนี้

(1)    ระดับจังหวัด ให้แต่ละจังหวัดจัดการแข่งขันคัดเลือกนักกีฬาระดับจังหวัดให้แล้วเสร็จก่อนการแข่งขันคัดเลือกนักกีฬาระดับภาคไม่น้อยกว่าหกสิบวัน

(2)    ระดับภาค ให้หัวหน้าภาคจัดการแข่งขันคัดเลือกนักกีฬาระดับภาค ตามข้อ 21 ให้แล้วเสร็จก่อนพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน

ข้อ 25 การส่งแบบแจ้งชนิด ประเภท แจะจำนวนนักกีฬา (Entry Form by Number) ที่ส่งเข้าแข่งขันให้ปฏิบัติ ดังนี้

(1)    ระดับภาค ให้แต่ละจงหวัดส่งแบบแจ้งชนิด ประเภท และจำนวนนักกีฬาที่จะเข้าร่วมการแข่งขันให้หัวหน้าภาคไม่น้อยกว่าหกสิบวันก่อนการแข่งขันคัดเลือกนักกีฬาระดับภาค

(2)    ระดับชาติ ให้จังหวัดส่งแบบแจ้งชนิด ประเภท และจำนวนนักกีฬาที่จะเข้าแข่งขันให้เจ้าภาพไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันก่อนพิธีเปิดการแข่งขัน

ข้อ 26 การส่งรายชื่อนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ (Entry Form by Name) ที่ส่งเข้าแข่งขันให้ปฏิบัติ ดังนี้

(1)    ระดับภาค ให้แต่ละจังหวัดส่งรายชื่อนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ให้หัวหน้าภาคไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนพิธีเปิดการแข่งขันคัดเลือกนักกีฬาระดับภาค

(2)    ระดับชาติ ให้จังหวัดส่งรายชื่อนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ให้เจ้าภาพไม่น้อยกว่าหกสิบวันก่อนพิธีเปิดการแข่งขัน

ข้อ 27 สำหรับนักกีฬาที่ไม่ต้องคัดเลือกนักกีฬาในระดับภาค และเจ้าภาพที่ได้สิทธิ์ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันได้โดยตรงตามชนิดกีฬาและประเภทกีฬาที่ กกท. กำหนด และให้ถือปฏิบัติตามข้อ 12 ข้อ 24 ข้อ 25 และข้อ 26

ข้อ 28 จังหวัดใดส่งรายชื่อนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ไปให้เจ้าภาพ และหัวหน้าภาค ไม่ทันภายในเวลาที่กำหนดตามข้อ 25 และข้อ 26 ให้ผู้นั้นหมดสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนั้น

ข้อ 29 บัญชีรายชื่อนักกีฬาที่จัดส่งให้เจ้าภาพและหัวหน้าภาคจะเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติมหรือสับเปลี่ยนตัวบุคคลไม่ได้ เว้นแต่จะเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยในเรื่องการเขียนหรือพิมพ์ผิดเท่านั้น

หมวด 8

กรรมการผู้ตัดสินและผู้ชี้ขาดกีฬา

            ข้อ 30 กรรมการผู้ตัดสินและผู้ชี้ขาดกีฬาแต่ละชนิดกีฬาที่มีการแข่งขัน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของ กกท. กับสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกันกำหนด และโดยความเห็นชอบของ กกท.

หมวด 9

รางวัลการแข่งขัน

            ข้อ 31 ให้เจ้าภาพจัดทำรางวัลในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ประกอบด้วย เหรียญรางวัลและประกาศนียบัตร ดังนี้

(1)    รางวัลที่ 1 เหรียญชุบทองและประกาศนียบัตร

(2)    รางวัลที่ 2 เหรียญชุบเงินและประกาศนียบัตร

(3)    รางวัลที่ 3 เหรียญชุบทองแดงและประกาศนียบัตร

ข้อ 32 ให้เจ้าภาพจัดพิธีมอบรางวัลนักกีฬาที่ชนะการแข่งขันอย่างสมเกียรติ

หมวด 10

การประท้วง

            ข้อ 33 ให้ประธานกรรมการอำนวยการแข่งขัน แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการประท้วงสองคณะ คือ

(1)    คณะกรรมการพิจารณาการประท้วงคุณสมบัติของนักกีฬา ประกอบด้วย ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ  กกท. เป็นประธานกรรมการ นายกสมาคมกีฬาจังหวัดเจ้าภาพ ผู้แทนสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยชนิดกีฬาที่มีการประท้วง ผู้แทนกองนิติการ กกท. เป็นกรรมการ ผู้อำนวยการกองแข่งขันกีฬาเป็นเลิศ กกท. เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้หัวหน้างานแข่งขันและทะเบียนกีฬาในประเทศ กกท. เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

(2)    คณะกรรมการพิจารณาการประท้วงเทคนิคกีฬา ประกอบด้วย ผู้แทนสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยชนิดกีฬาที่มีการประท้วง เป็นประธานกรรมการ ประธานฝ่ายเทคนิคกีฬา ประธานจัดการแข่งขันกีฬาที่มีการประท้วง ผู้แทน กกท. และผู้จัดการทีมทุกทีมในชนิดกีฬาที่มีการประท้วง ยกเว้นคู่กรณีเป็นกรรมการ และเจ้าภาพพิจารณาแต่งตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งตามที่เห็นสมควรเป็นกรรมการและเลขานุการ

ให้คณะกรรมการพิจารณาการประท้วงตาม (1) และ (2) มีอำนาจพิจารณาการประท้วง คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาการประท้วงให้เป็นที่สุด

            ข้อ 34 การประท้วงให้ปฏิบัติ ดังนี้

(1)    การประท้วงคุณสมบัตินักกีฬา หัวหน้าคณะนักกีฬาจังหวัดเป็นผู้ยื่นประท้วงเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมเอกสารหลักฐานต่อประธานกรรมการพิจารณาการประท้วงคุณสมบัติของนักกีฬา และวางเงินประกันการประท้วง เป็นเงิน 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน)

(2)    การประท้วงเทคนิคกีฬา ให้เป็นไปตามที่ระเบียบและกติกาการแข่งขันชนิดกีฬานั้น ๆ กำหนดไว้ คำประท้วงให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษร โดยให้ผู้จัดการทีมยื่นต่อประธานกรรมการพิจารณาการประท้วงเทคนิคกีฬาและวางเงินประกันการประท้วงภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ ในระเบียบและกติกาการแข่งขันกีฬาดังกล่าวนั้น

            ข้อ 35 ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาการประท้วง เห็นว่า คำประท้วงเป็นผลและได้วินิจฉัยให้เป็นไปตามคำประท้วงแล้ว ให้ผู้ยื่นประท้วงได้รับเงินประกันการประท้วงคืน แต่ถ้าคำประท้วงฟังไม่ขึ้น ให้เงินประกันดังกล่าวตกเป็นทุนสำหรับส่งเสริมการกีฬาของเจ้าภาพ

หมวด 11

บทลงโทษ

            ข้อ 36  นักกีฬา หัวหน้าคณะนักกีฬา หรือเจ้าหน้าที่ผู้ใดละเมิดข้อบังคับ หรือระเบียบการแข่งขัน หรือกติกาการแข่งขัน หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามคำตัดสินของคณะกรรมการพิจารณาการประท้วงตามข้อ 33 ให้ถือว่า นักกีฬา หัวหน้าคณะนักกีฬา หรือเจ้าหน้าที่ผู้นั้นกระทำการขัดต่อเจตนารมณ์ของการส่งเสริมกีฬาตามข้อบังคับนี้ โดยให้ประธานกรรมการอำนวยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติพิจารณางดเบี้ยเลี้ยงและตัดสิทธิผู้นั้นออกจากการเป็นผู้แทนจังหวัดในการแข่งขันสำหรับปีนั้นและปีต่อไปอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งปีแต่ไม่เกินห้าปี

            ในกรณีที่ปรากฏว่านักกีฬาผู้ละเมิดข้อบังคับนี้ ในส่วนที่ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้เข้าแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติซึ่งได้รับโทษตามวรรคหนึ่งอยู่ในสังกัดของผู้จัดการทีมกีฬาหรือผู้ฝึกสอนกีฬาผู้ใด ให้ประธานกรรมการอำนวยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติพิจารณางดเบี้ยเลี้ยงและตัดสิทธิผู้นั้นออกจากการเป็นผู้จัดการทีมกีฬาหรือผู้ฝึกสอนกีฬาในการแข่งขันสำหรับปีนั้นและปีต่อไปอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งปีแต่ไม่เกินห้าปี

            ข้อ 37 นักกีฬา หัวหน้าคณะนักกีฬา หรือเจ้าหน้าที่ผู้ใด ประพฤติตนไม่เหมาะสมต่อหน้าที่และขาดมารยาทอันดีงาม และถูกตัดสินให้ออกจากการแข่งขัน เช่น ผละออกจากการแข่งขัน ไม่ออกมาทำการแข่งขันตามกำหนด ก่อเหตุวิวาท ทำร้ายร่างกาย ทำลายสนามหรืออุปกรณ์การแข่งขัน หรือใช้ถ้อยคำหยาบคายต่อผู้แข่งขัน ผู้ตัดสิน เจ้าหน้าที่หรือนักกีฬา ไม่ว่าภายในสนามแข่งขัน หรือนอกสนามแข่งขัน ผู้นั้นถูกสั่งลงโทษแล้ว ให้ผู้แทนสมาคมกีฬาดังกล่าวแจ้งโทษต่อประธานกรรมการอำนวยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติเพื่อพิจารณางดเบี้ยเลี้ยงและตัดสิทธิออกจากการเป็นเจ้าหน้าที่หรือนักกีฬา ในการแข่งขันสำหรับปีนั้นและปีต่อไปอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งปีแต่ไม่เกินห้าปี

            ข้อ 38 การแข่งขันที่มีนักกีฬา หัวหน้าคณะนักกีฬา หรือเจ้าหน้าที่ละเมิดข้อบังคับหรือระเบียบการแข่งขันหรือกติกาการแข่งขัน ให้มีผล ดังนี้

(1)    การแข่งขันแบบพบกันหมด ผลการแข่งขันของฝ่ายละเมิดที่ได้แข่งขันไปแล้วให้ถือว่าไม่ได้มีการแข่งขัน ส่วนผลการแข่งขันของคู่แข่งขันให้คงไว้ตามเดิม

(2)    การแข่งขันแบบแพ้คัดออก ผลการแข่งขันก่อนการละเมิด ให้ถือว่าฝ่ายละเมิดเป็นฝ่ายแพ้

(3)    การแข่งขันประเภทบุคคล ถ้าบุคคลใดละเมิดให้บุคคลนั้นออกจากการแข่งขัน ถ้าบุคคลผู้ละเมิดการแข่งขันร่วมอยู่ในทีมใดให้ทีมนั้น ออกจากการแข่งขัน

(4)    การแข่งขันประเภททีม ถ้าทีมใดเป็นฝ่ายละเมิด ให้ทีมนั้นออกจากการแข่งขัน

(5)    หากผู้แข่งขันหรือทีมที่ละเมิดนั้นได้รับรางวัลหรือได้รับตำแหน่งในการแข่งขันให้ถือว่ารางวัลหรือตำแหน่งนั้นเป็นโมฆะ และให้คืนรางวัลนั้นโดยเร็วพร้อมทั้งให้เลื่อนอันดับถัดไปขึ้นมาแทน

ข้อ 39 เมื่อประธานกรรมการอำนวยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ได้รับรายงานว่ามี  นักกีฬา หัวหน้าคณะนักกีฬา หรือเจ้าหน้าที่กระทำการละเมิดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบการแข่งขัน กติกาการแข่งขัน หรือเจตนาฝ่าฝืนคำตัดสินของคณะกรรมการพิจารณาการประท้วง ให้ประธานกรรมการอำนวยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอย่างน้อยสามคนทำหน้าที่สอบสวน เพื่อให้ได้ความจริงและความยุติธรรมโดยไม่ชักช้า โดยให้เชิญนักกีฬา หัวหน้าคณะนักกีฬา หรือเจ้าหน้าที่ บุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือชี้แจงข้อเท็จจริง ให้ส่งเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบในที่ประชุม ทั้งนี้การสอบสวนคณะกรรมการสอบสวนต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มีอยู่และต้องให้โอกาสนักกีฬา หัวหน้าคณะนักกีฬา หรือเจ้าหน้าที่ ซึ่งถูกกล่าวหาชี้แจงและนำพยานหลักฐานสืบแก้ข้อกล่าวหาได้ด้วย และให้รายงานผลการดำเนินการสอบสวนพร้อมสำนวนและ/หรือเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาให้ประธานกรรมการอำนวยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ เพื่อพิจารณาสั่งการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

คณะกรรมการสอบสวนต้องแต่งตั้งจากผู้ที่ดำรงตำแหน่งนิติกร หรือผู้ที่ได้รับปริญญาทางกฎหมายอย่างน้อยหนึ่งคนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการสอบสวน

ข้อ 40 นักกีฬา หัวหน้าคณะนักกีฬา หรือเจ้าหน้าที่ ซึ่งถูกลงโทษมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งลงโทษต่อประธานกรรมการอำนวยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง และให้อุทธรณ์ได้สำหรับตนเองเท่านั้น จะอุทธรณ์แทนผู้อื่นหรือมอบหมายให้ผู้อื่นอุทธรณ์แทนไม่ได้

การอุทธรณ์ต้องทำเป็นหนังสือแสดงข้อเท็จจริงและเหตุผลในการอุทธรณ์ให้เห็นว่าได้ถูกลงโทษไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม หรือไม่เป็นธรรมอย่างไร และต้องลงลายมือชื่อและที่อยู่ของผู้อุทธรณ์

ประธานอำนวยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ อาจวินิจฉัยอุทธรณ์เอง หรือแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้พิจารณาให้ก็ได้ คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด

การอุทธรณ์ดังกล่าวข้างต้นไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับการลงโทษ เว้นแต่ประธานกรรมการอำนวยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ มีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับ

ข้อ 41 เมื่อมีคำสั่งลงโทษตามระเบียบนี้แล้ว ให้ กกท. แจ้งผลการพิจารณาและสั่งลงโทษนักกีฬา และ/หรือผู้เกี่ยวข้องกับการแข่งขันกีฬาให้แก่ผู้ถูกลงโทษ สมาคมกีฬาต้นสังกัด หน่วยงาน และองค์กรกีฬาที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อผู้เกี่ยวข้องดังกล่าวให้ความร่วมมือห้ามนักกีฬา และ/หรือผู้เกี่ยวข้องที่ถูกลงโทษเข้าร่วมหรือมีส่วนในการแข่งขันจนกว่าจะพ้นโทษ

ในกรณีที่ผู้ถูกลงโทษตามวรรคหนึ่งเป็นผู้ฝึกสอนหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดโดยตรง ให้สมาคมกีฬาต้นสังกัด หน่วยงานและองค์กรกีฬาที่เกี่ยวข้อง ห้ามมิให้ผู้ถูกลงโทษนั้นปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมนักกีฬา หรือการแข่งขันกีฬาของนักกีฬา ตลอดจนให้งดหรือยกเลิกการจ้างให้ปฏิบัติงาน จนกว่าคณะกรรมการจะมีคำสั่งทุเลาหรือให้พ้นจากการลงโทษ

 

                                    ประกาศ  ณ  วันที่  29  มิถุนายน  พ.ศ. 2550

                                               

                                                ร้อยโท

                                                            (สุวิทย์  ยอดมณี)

                                    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

  ประธานกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย

ประวัติของกีฬา

รัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญของเยาวชน ซึ่งเป็นทรัพยากรมนุษย์และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ เยาวชนจึงควรได้รับการศึกษา อบรม และฝึกฝนให้เจริญงอกงามทั้งในด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และจิตใจ รัฐบาลจึงได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับเยาวชนไว้อย่างชัดเจนในแผนพัฒนาเยาวชนแห่งชาติ อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2525-2529) ซึ่งจะเป็นหนทางในการพัฒนาคุณภาพของเยาวชนไทยให้มีความเพียบพร้อมทุกด้าน