SATC

กติกาบาสเกตบอล

 

 

กติกาบาสเกตบอล 2010  OFFICIAL BASKETBALL  2010   

กติกาบาสเกตบอลฉบับนี้  ทั้งหมดได้กล่าวถึงผู้เล่น, ผู้ฝึกสอน, กรรมการ  ฯลฯ  สำหรับผู้ชาย รวมถึงใช้กับผู้หญิงด้วย  ต้องมีความเข้าใจว่า กติกาได้จัดขึ้นเพื่อเหตุผลในการปฏิบัติเท่านั้น

 

 

กติกาหมวดที่ 1  การแข่งขัน  :   Rule  one - The  game

 
   

 


ข้อ  1  คำจำกัดความ

 

1.1     การแข่งขันบาสเกตบอล  :  Basketball  game 

บาสเกตบอลเป็นการเล่นโดยทีม 2 ทีม  แต่ละทีม มีผู้เล่น 5 คน  จุดมุ่งหมายของแต่ละทีมคือการทำคะแนนด้านห่วงตาข่ายของทีมตรงข้าม และ ป้องกันไม่ให้ทีมตรงข้ามทำคะแนน

 

การแข่งขันถูกควบคุมโดยกรรมการ , เจ้าหน้าที่โต๊ะ และ ผู้ควบคุมการแข่งขัน ,ถ้ามี

 

1.2      ห่วงตาข่ายทีมตรงข้าม / ห่วงตาข่ายทีมตัวเอง  :   Basket : Opponents / Own

ห่วงตาข่ายที่ทีมรุกไปทำคะแนนคือห่วงตาข่ายทีมตรงข้าม และ ห่วงตาข่ายที่ทีมป้องกันไม่ให้ทีมตรงข้ามทำคะแนน คือห่วงตาข่ายทีมตัวเอง

 

1.3      ผู้ชนะการแข่งขัน  :  Winner of a game

 

ทีมที่มีคะแนนมากกว่าเมื่อสิ้นสุดเวลาการแข่งขัน จะเป็นผู้ชนะการแข่งขัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
   

 


กติกาหมวดที่ 2  สนามและอุปกรณ์  :   Court  and equipment

 
   

 


ข้อ  2 สนาม  :  Court

 

2.1      สนามแข่งขัน  :  Playing court

สนามแข่งขัน ต้องเป็นพื้นเรียบ แข็ง ไม่มีสิ่งกีดขวาง (ภาพที่ 1) มีขนาด ความยาว   28  เมตร             กว้าง  15  เมตร  โดยวัดจากขอบในของเส้น

 

2.2      แดนหลัง  :  Backcourt

แดนหลัง ของทีม ประกอบด้วย ห่วงตาข่ายของทีมตนเอง,  สนามแข่งขันและขอบเขตของแดนหลังกำหนดโดยเส้นหลัง  ด้านหลังห่วงตาข่ายของตนเอง, เส้นข้างและเส้นกลาง

 

2.3      แดนหน้า  :  Frontcourt

แดนหน้า ของทีม ประกอบด้วย ห่วงตาข่ายของฝ่ายตรงข้าม, สนามแข่งขัน และ ขอบเขตของแดนหน้า  กำหนดโดยเส้นหลัง  ด้านหลังห่วงตาข่ายของฝ่ายตรง, เส้นข้าง และ ขอบในของเส้นกลางใกล้ห่วงตาข่ายของฝ่ายตรงข้าม

 

2.4      เส้น  :  Lines

ให้เขียนเส้นทุกเส้นด้วยสีขาว มีขนาดกว้าง  5  เซนติเมตร สามารถมองเห็นได้ชัดเจน

 

2.4.1  เส้นเขตสนาม  :  Boundary line

            สนามแข่งขันจะกำหนดด้วยเส้นเขตสนาม , ประกอบด้วย  เส้นหลัง และ  เส้นข้างด้านยาว         

           เส้นดังกล่าวไม่ใช่ส่วนของสนามแข่งขัน

 

            สิ่งกีดขวางใด ๆ รวมทั้งที่นั่งของทีม ต้องอยู่ห่างจากสนามแข่งขันอย่างน้อยที่สุด  2  เมตร

 

2.4.2   เส้นกลาง , วงกลมกลาง และครึ่งวงกลมโยนโทษ

:  Centre line, centre circle and free-throw semi-circles

 

เส้นกลาง   ต้องลากขนานกับเส้นหลังจากจุดกึ่งกลางของเส้นข้าง  เส้นกลางจะต้องยื่นต่อออกไป

            จากเส้นข้าง  15  เซนติเมตร ทั้งสองด้าน  เส้นกลางไม่ใช่ส่วนของแดนหลัง

 

            วงกลมกลาง   ต้องอยู่กึ่งกลางสนามแข่งขัน  และมีรัศมี  1.80  เมตร  วัดถึงขอบนอกของเส้นรอบวง                    

            ถ้าจะทาสีในวงกลมกลาง  ต้องเป็นสีเดียวกับสีของเขต 3 วินาที

 

            ครึ่งวงกลมโยนโทษ   ต้องทำไว้ในสนามแข่งขัน   มีรัศมี  1.80  เมตร  วัดถึงขอบนอกของเส้นรอบวง   

โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่กึ่งกลางเส้นโยนโทษ  (ภาพที่ 2)

 

 

 

 

 

 

 

2.4.3  เส้นโยนโทษ, เขต 3 วินาที  และช่องยืนแย่งบอล

:  Free-throw lines, restricted areas and free-throw rebound places

 

เส้นโยนโทษ   ต้องลากขนานกับเส้นหลัง  โดยมีระยะห่างจากขอบในของเส้นหลังเข้าไปในสนาม

5.80  เมตร   เส้นโยนโทษมีความยาว  3.60  เมตร จุดกึ่งของเส้นโยนโทษจะต้องอยู่บนเส้นสมมติ      ที่ลากจากจุดกึ่งกลางของเส้นหลังทั้งสอง

 

เขต  3  วินาที    คือพื้นที่สี่เหลี่ยมมุมฉากในสนามแข่งขันที่กำหนดโดยเส้นหลัง, เส้นโยนโทษ  และ  เส้นที่ลากจากจุดที่ห่างจากจุดกึ่งกลางของเส้นหลังออกไปข้างละ  2.45  เมตร  ขึ้นไปถึงขอบปลาย   แต่ละด้านของเส้นโยนโทษ  เส้นดังกล่าวนี้รวมทั้งเส้นหลังถือเป็นส่วนของเขต  3  วินาที และให้ทาสีภายในเขต  3  วินาที

 

ช่องยืนแย่งบอล   ตามแนวเขต 3 วินาที มีไว้สำหรับให้ผู้เล่นยืนในระหว่างการโยนโทษ ให้ทำเส้นตามภาพที่  2

 

2.4.4  เขตยิงประตู  3  คะแนน  :  Three-point field goal area

 

เขตยิงประตู  3  คะแนน ของทีม (ภาพที่ 1 และ ภาพที่ 3) คือพื้นที่ทั้งหมดของสนามแข่งขัน  ยกเว้น พื้นที่ใกล้ห่วงตาข่ายของฝ่ายตรงข้ามที่กำหนด และประกอบด้วย :  

·     เส้นขนาน  2  เส้นที่ลากตั้งฉากกับเส้นหลัง ห่างจากขอบในของเส้นข้าง  0.90  เมตร

·     เส้นโค้งที่มีรัศมี  6.75  เมตร  วัดจากจุดกึ่งกลางห่วงตาข่ายบนพื้นสนามด้านล่าง โดยวัดถึง

 ขอบนอกของเส้น จุดกึ่งกลางห่วงตาข่ายบนพื้นสนามด้านล่างถึงขอบในของจุดกึ่งกลางเส้น  

 หลัง มีระยะ 1.575  เมตร  เส้นโค้งเชื่อมต่อกับเส้นขนานทั้งสองเส้น

 

เส้น 3 คะแนน ไม่ใช่ส่วนของเขตยิงประตู  3  คะแนน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพที่ 1   สนามแข่งขันFull size playing court

 

 

 

2.4.5   เขตที่นั่งของทีม  :  Team bench areas

 

เขตที่นั่งของทีม ให้ทำไว้นอกสนามแข่งขัน  กำหนดโดยเส้น  2  เส้น ดังภาพที่ 1

 

เขตที่นั่งของทีม  ต้องมีที่นั่ง จำนวน  14  ที่นั่ง  สำหรับผู้ฝึกสอน,  ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน,  ผู้เล่นสำรอง     และ ผู้ติดตามทีม  บุคคลอื่นต้องอยู่หลังเขตที่นั่งของทีมออกไปอย่างน้อยที่สุด  2  เมตร

 

2.4.6   เส้นส่งบอลเข้าเล่น  :  Throw-in lines

 

ให้ลากเส้นตรง  2  เส้น   มีความยาว  0.15  เมตร  นอกสนามแข่งขันที่เส้นข้างตรงข้ามโต๊ะผู้บันทึกคะแนน  วัดจากขอบนอกถึงขอบในของเส้นหลังที่ใกล้ที่สุด  8.325  เมตร

 

2.4.7   เขตพื้นที่ครึ่งวงกลมปลอดการฟาล์วชน  :   No-charge semi-circle areas

           

เขตพื้นที่ครึ่งวงกลมปลอดการฟาล์วชน  คือเขตพื้นที่ในสนามแข่งขันที่กำหนดโดย :  

·     ครึ่งวงกลมที่มีรัศมี  1.25  เมตร วัดจากจุดกึ่งกลางห่วงตาข่ายบนพื้นสนามด้านล่างถึงขอบในของครึ่งวงกลม  เส้นครึ่งวงกลมเชื่อมต่อกับ :

·   เส้นขนาน  2  เส้น  ลากตั้งฉากกับเส้นหลัง  วัดจากขอบในถึงจุดกึ่งกลางห่วงตาข่ายบนพื้นสนามด้านล่าง  1.25  เมตร  มีความยาว  0.375  เมตร ปลายเส้นห่างจากขอบในของเส้นหลัง  1.20  เมตร

 

เขตพื้นที่ครึ่งวงกลมปลอดการฟาล์วชน ครอบคลุมทั้งหมดด้วยเส้นสมมติที่เชื่อมต่อตรงจากปลาย  เส้นขนานทั้งสองด้านล่างของขอบหน้าของกระดานหลัง

 

            เส้นเขตพื้นที่ครึ่งวงกลมปลอดการฟาล์วชน  ไม่ใช่ส่วนของพื้นที่ครึ่งวงกลมปลอดการฟาล์วชน  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพที่ 2   เขต 3 วินาทีRestricted area

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           ภาพที่  3  เขตยิงประตู 2 คะแนน / เขตยิงประตู 3 คะแนน

             Two-point/Three-point field goal area

 

 

2.5      ตำแหน่งของโต๊ะผู้บันทึกและเก้าอี้เปลี่ยนตัว (ภาพที่ 4)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพที่ 4  โต๊ะผู้บันทึก และเก้าอี้เปลี่ยนตัว

                                                                  :  Scorer's table and substitution chairs

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อ  3 อุปกรณ์การแข่งขัน  :  Equipment

 

อุปกรณ์การแข่งขันที่ต้องจัดเตรียมมีดังนี้ :  

·     ชุดอุปกรณ์กระดานหลัง  ประกอบด้วย:  

-      กระดานหลัง

-      ชุดห่วงตาข่าย  ประกอบด้วย  ห่วงชนิดต้านแรงดึง (Pressure release) และ ตาข่าย

-      โครงสร้างเครื่องยึดกระดานหลังรวมทั้งนวมหุ้ม

·     ลูกบาสเกตบอล

·     นาฬิกาจับเวลาแข่งขัน

·     ป้ายคะแนน

·     เครื่องจับเวลา  24  วินาที

·     นาฬิกาจับเวลา หรืออุปกรณ์อื่นที่มองเห็นสำหรับจับเวลานอก(ไม่ใช่นาฬิกาจับเวลาแข่งขัน)

·     เครื่องให้สัญญาณเสียงที่ให้เสียงแตกต่างกัน  2  ชุด

·     ใบบันทึกคะแนน

·     ป้ายฟาล์วผู้เล่น

·     ป้ายฟาล์วทีม

·     ลูกศรแสดงการสลับการครอบครองบอล

·     พื้นสนาม

·     สนามแข่งขัน

·     แสงสว่าง

 

สำหรับรายละเอียดของอุปกรณ์การแข่งขันบาสเกตบอลที่มากกว่านี้  ให้ดูที่ภาคผนวก ในอุปกรณ์การแข่งขัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กติกาหมวดที่  3   ทีม  :   Rule  three  -  Teames

 
   

 


ข้อ  4 ทีม  :  Teams

 

4.1      คำจำกัดความ

 

4.1.1    สมาชิกของทีมจะมีสิทธิ์ลงแข่งขัน  เมื่อเขามีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในระเบียบ รวมทั้งระเบียบ

เกี่ยวกับ การกำหนดอายุ ตามที่ฝ่ายจัดการแข่งขันกำหนดไว้

  

4.1.2    สมาชิกของทีมมีสิทธิ์ลงแข่งขัน  เมื่อเขามีชื่อในใบบันทึกคะแนนก่อนเริ่มต้นการแข่งขัน ตราบใดที่

            เขาไม่ได้ทำฟาล์วเสียสิทธิ์ หรือ ทำฟาล์วครั้งที่  5

 

4.1.3    ในระหว่างเวลาแข่งขัน  สมาชิกของทีมมีสถานะ ดังนี้:

·     ผู้เล่น  เมื่อเขาอยู่ใสนาม  และ มีสิทธิ์แข่งขัน

·     ผู้เล่นสำรอง  เมื่อเขาไม่ได้อยู่ในสนามแข่งขัน แต่เขามีสิทธิ์ลงแข่งขัน

·     เป็นผู้เล่นที่ถูกให้ออก  เมื่อเขาทำฟาล์วครั้งที่  5  และ ไม่มีสิทธิ์ลงแข่งขัน

 

4.1.4    ในระหว่างช่วงพักการแข่งขัน  สมาชิกทุกคนของทีมที่มีสิทธิ์ลงแข่งขัน มีสถานะเป็นผู้เล่น

 

4.2      หลักเกณฑ์

 

4.2.1    แต่ละทีม ต้องประกอบด้วย :

·       สมาชิกที่มีสิทธิ์ลงแข่งขันจำนวน ไม่เกิน  12  คน  รวมทั้งหัวหน้าทีม

·       ผู้ฝึกสอน  และ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ถ้าทีมต้องการมีผู้ช่วยผู้ฝึกสอน

·       ผู้ติดตามทีมไม่เกิน  5  คน ที่อาจนั่งอยู่ในเขตที่นั่งของทีม และ มีหน้าที่พิเศษ  เช่น       ผู้จัดการทีม แพทย์ประจำทีม นักกายภาพบำบัด นักสถิติ และ ล่าม เป็นต้น

 

4.2.2    ในเวลาแข่งขัน  ผู้เล่น  5  คน ของแต่ละทีมต้องอยู่ในสนามแข่งขัน และ สามารถเปลี่ยนตัวได้

 

4.2.3    ผู้เล่นสำรองกลายเป็นผู้เล่น  และผู้เล่นกลายเป็นผู้เล่นสำรอง เมื่อ :

·       กรรมการกวักมือให้ผู้เล่นสำรองเข้าไปในสนามแข่งขัน

·       ในระหว่างเวลานอกหรือช่วงพักการแข่งขัน , ผู้เล่นสำรองขอเปลี่ยนตัวกับผู้บันทึกคะแนน

 

4.3      ชุดแข่งขัน

 

4.3.1    ชุดแข่งขันของทีมต้องประกอบด้วย :

·       เสื้อ ต้องมีสีเหมือนกันทั้งด้านหน้า และ ด้านหลัง 

                         ผู้เล่นทุกคนต้องเก็บชายเสื้อไว้ในกางเกง

                         อนุญาตให้ใช้ ชุดแข่งขันที่เสื้อกับติดกางเกง (All-in-one)

·       กางเกงขาสั้น ต้องมีสีเหมือนกันทั้งด้านหน้า และ ด้านหลัง  แต่ไม่จำเป็นต้องมีสีเดียวกัน

กับเสื้อ

·       ถุงเท้าของผู้เล่นทุกคนต้องมีสีเดียวกัน

 

4.3.2    สมาชิกของแต่ละทีมจะต้องใส่เสื้อชุดแข่งขันที่มีตัวเลขเห็นได้อย่างชัดเจน  มีสีตัดกับสีเสื้อติดไว้            

            ทั้งด้านหน้า และ ด้านหลัง  ตัวเลขจะต้องมองเห็นได้ชัดเจน  และ :

·       ตัวเลขด้านหลังต้องสูงอย่างน้อย  20  เซนติเมตร

·       ตัวเลขด้านหน้าต้องสูงอย่างน้อย  10  เซนติเมตร

·       ตัวเลขต้องมีความกว้างอย่างน้อย  2  เซนติเมตร

·       ทุกทีมต้องใช้หมายเลข  4  ถึงหมายเลข 15  สำหรับการแข่งขันภายในสหพันธ์แห่งชาติ       

                        สหพันธ์แห่งชาติของเขา มีอำนาจรับรองที่จะใช้หมายเลขอื่นได้ แต่ต้องไม่เกินเลข  2  หลัก

·       ผู้เล่นทีมเดียวกัน ต้องไม่ใส่เสื้อชุดแข่งขันที่มีหมายเลขเดียวกัน

·       การโฆษณา หรือสัญลักษณ์ (logo) ต้องมีระยะห่างจากตัวเลขอย่างน้อย  5  เซนติเมตร

 

4.3.3    ทีมจะต้องมีชุดแข่งขันอย่างน้อย 2 ชุด และ :

·       ทีมชื่อแรกในโปรแกรมการแข่งขัน (ทีมเหย้า - home team) ต้องใส่เสื้อสีอ่อน (ควรเป็นสีขาว)

·       ทีมชื่อที่สองในโปรแกรมการแข่งขัน (ทีมเยือน - visiting team)  ต้องใส่เสื้อสีเข้ม

·       อย่างไรก็ตาม  หากทีมตกลงกันได้  ทั้งสองทีมอาจจะเปลี่ยนสีเสื้อได้

 

4.4      อุปกรณ์อื่นๆ

 

4.4.1    อุปกรณ์ทุกอย่างที่ผู้เล่นใช้ต้องเป็นอุปกรณ์ที่จัดไว้สำหรับการเล่นบาสเกตบอล  ไม่อนุญาตให้ใช้อุปกรณ์ใดๆ ที่ทำให้ผู้เล่นสูงขึ้น เอื้อมได้ไกลขึ้น หรือทำให้ได้เปรียบโดยไม่ยุติธรรม 

 

4.4.2    ผู้เล่นจะต้องไม่ใช้อุปกรณ์(เครื่องใช้) ที่อาจเป็นเหตุทำให้ผู้เล่นอื่นได้รับบาดเจ็บ

·       ไม่อนุญาต  ให้ใช้สิ่งต่อไปนี้ :

-      เครื่องป้องกันนิ้ว, มือ, แขนท่อนล่าง, หรือข้อศอกที่ทำด้วยหนัง, พลาสติก, พลาสติกอ่อน,

โลหะ หรือ วัสดุแข็งอื่นใด แม้จะหุ้มด้วยนวมก็ตาม

-      เครื่องใช้ที่มีคม หรือ อาจที่ทำให้เกิดรอยถลอก (เล็บต้องตัดสั้น)

-      คลุมศีรษะ ที่คาดผม หรือ เครื่องประดับ

·       อนุญาต  ให้ใช้สิ่งต่อไปนี้ :

-      เครื่องป้องกันไหล่, แขนท่อนบน, ขาท่อนบน, ขาท่อนล่าง  ที่ทำด้วยวัสดุที่ห่อหุ้มอย่างดี

-      กางเกงยืดชั้นใน (Undergarments) ที่ยืดต่ำกว่ากางเกงแข่งขัน ที่เป็นสีเดียวกันกับกางเกงแข่งขัน

-      ปลอกแขนกระชับกล้ามเนื้อ (Compression sleeves) ที่เป็นสีเดียวกันกับเสื้อแข่งขัน

-      ถุงน่องกระชับกล้ามเนื้อ (Compression stockings)ที่เป็นสีเดียวกันกับกางเกงชุดแข่งขัน, ถ้าเป็นประเภทที่ยาวถึงขาท่อนบน จะต้องดึงสุดที่เหนือเข่า  ถ้าเป็นประเภทที่ยาวถึงขาท่อนล่าง ให้ดึงสุดที่ใต้เข่า

-      เครื่องป้องกันหัวเข่าที่มีการห่อหุ้มอย่างดี

-      เครื่องป้องกันการบาดเจ็บที่จมูก ,แม้จะทำด้วยวัสดุแข็ง

-      เครื่องป้องกันปาก  โปร่งแสง ไม่มีสี

-      แว่นตา, หากไม่ทำให้เกิดอันตรายกับผู้เล่นอื่น

-      แถบคาดศีรษะที่มีขนาดกว้าง ไม่เกิน  5  เซนติเมตร  ทำด้วยวัสดุที่ไม่ทำให้เกิดรอยถลอก

ที่ทำด้วยผ้าพลาสติกอ่อน หรือ ยาง

-      ผ้าเทปกาว ไม่มีสี โปร่งแสง สำหรับยึดกล้ามเนื้อแขน , ไหล่ , ขา  เป็นต้น

 

4.4.3    อุปกรณ์อื่นใดที่ไม่ได้กล่าวระบุไว้ในกติกาข้อนี้  ต้องได้รับการรับรองจากคณะกรรมการเทคนิคของสหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ (FIBA Technical Commission)

 

ข้อ  5 ผู้เล่นบาดเจ็บ  :  Players: Injury

 

5.1       ในช่วงเหตุการณ์ผู้เล่นคนเดียวหรือหลายคนเกิดบาดเจ็บ  กรรมการสามารถหยุดการแข่งขันได้

 

5.2       ถ้าการบาดเจ็บเกิดขึ้นในขณะที่บอลกำลังเป็นบอลดี   กรรมการต้องไม่เป่านกหวีดจนกว่าทีมที่ครอบครองบอลจะยิงประตู , เสียการครอบครองบอล ,  หยุดรั้งรอการเล่นบอล หรือบอลกลายเป็นบอลตาย แต่ถ้าจำเป็นเพื่อป้องกันผู้เล่นที่บาดเจ็บ , กรรมการสามารถหยุดเกมได้ทันที

 

5.3       ถ้าผู้เล่นที่บาดเจ็บไม่สามารถเล่นต่อไปได้ในทันที (ภายในเวลาประมาณ 15 วินาที) หรือถ้าเขาได้รับการรักษาเขาจะต้องเปลี่ยนตัวออก นอกจากทีมมีผู้เล่นในสนามแข่งขันลดลงเหลือน้อยกว่า 5 คน

 

5.4       ผู้ฝึกสอน, ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน, ผู้เล่นสำรอง, ผู้เล่นที่ถูกให้ออก  และผู้ติดตามทีมอาจจะเข้าไปในสนาม

แข่งขัน โดยการได้รับอนุญาตจากกรรมการ เพื่อดูแลผู้เล่นที่บาดเจ็บก่อนการเปลี่ยนตัว

 

5.5       แพทย์สามารถเข้าไปในสนามแข่งขันได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากกรรมการ  ถ้าแพทย์พิจารณาว่า      ผู้เล่นที่บาดเจ็บต้องได้รับการรักษาอย่างทันทีทันใด

 

5.6       ในระหว่างการแข่งขัน  ผู้เล่นที่เกิดบาดแผลหรือมีเลือดออกต้องเปลี่ยนตัวออก  เขาสามารถกลับลงมาในสนามแข่งขันได้ หลังจากเลือดหยุดไหล และ บาดแผลได้รับการปิดแผลเรียบร้อยแล้ว

 

ถ้าผู้เล่นที่บาดเจ็บหรือผู้เล่นคนใดที่มีเลือดออก  หรือสามารถทำให้เลือดหยุด และ ปิดแผลเรียบร้อยในระหว่างเวลานอกที่ขอโดยทีมใดทีมหนึ่ง  ก่อนที่ผู้บันทึกคะแนนจะให้สัญญาณเปลี่ยนตัว ผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นต่อไปได้

 

5.7       ผู้เล่นที่ถูกระบุโดยผู้ฝึกสอนให้เป็นผู้เล่น 5 คนแรกตอนเริ่มต้นการแข่งขัน สามารถเปลี่ยนตัวได้ถ้าเขาบาดเจ็บ  ในกรณีนี้ , ฝ่ายตรงข้ามสามารถเปลี่ยนตัวตามได้ในจำนวนที่เท่ากัน , ถ้าเขาต้องการ

ข้อ  6 หัวหน้าทีม : หน้าที่ และ สิทธิ  :  Captain: Duties and powers

 

6.1       หัวหน้าทีม (CAP)   คือผู้เล่นที่ถูกระบุแต่งตั้งโดยผู้ฝึกสอนให้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของทีมในสนาม แข่งขัน  ในระหว่างการแข่งขัน  เขาอาจจะติดต่อกับกรรมการด้วยกริยาที่สุภาพ เพื่อขอคำชี้แจงได้  อย่างไรก็ตาม  เขาจะติดต่อได้เฉพาะเมื่อบอลกลายเป็นบอลตาย และ นาฬิกาจับเวลาหยุดเดินเท่านั้น

 

6.2       หัวหน้าทีม  จะต้องแจ้งต่อผู้ตัดสินในทันที่จบเกมการแข่งขัน  หากทีมของเขาต้องการประท้วงผลการแข่งขัน  และ หัวหน้าทีมต้องลงชื่อในในใบบันทึกคะแนนที่ช่อง  “หัวหน้าทีมลงชื่อกรณีมีการประท้วง”

 

ข้อ  7  ผู้ฝึกสอน :  หน้าที่และสิทธิ  :  Coaches: Duties and powers

 

7.1       ก่อนเริ่มต้นการแข่งขันตามกำหนดการอย่างน้อย  20  นาที   ผู้ฝึกสอนหรือตัวแทนของเขาของแต่ละทีมจะต้องส่งใบรายชื่อผู้เล่น  หมายเลขผู้เล่นที่คุณสมบัติในการลงแข่งขัน  พร้อมระบุชื่อหัวน้าทีม,   ชื่อผู้ฝึกสอน, ชื่อผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ต่อผู้บันทึกคะแนน  ผู้เล่นของทีมทุกคนที่มีชื่อในใบบันทึกคะแนนจะมีสิทธิ์ลงแข่งขันแม้ว่าเขาจะมาถึงหลังจากได้เริ่มต้นการแข่งขันไปแล้วก็ตาม

 

7.2       ก่อนเริ่มต้นการแข่งขันตามกำหนดการอย่างน้อย  10  นาที  ผู้ฝึกสอนของแต่ละทีมจะต้องยืนยันรายชื่อผู้เล่นของทีม  หมายเลขผู้เล่น และชื่อผู้ฝึกสอน  โดยการลงชื่อในใบบันทึกคะแนน  ขณะเดียวกันเขาจะต้องระบุผู้เล่น 5 คนแรก ตอนเริ่มต้นการแข่งขัน  โดยผู้ฝึกสอนทีม A จะต้องเป็นฝ่ายดำเนินการก่อน                      

 

7.3       ผู้ฝึกสอน , ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน , สมาชิกของทีม และผู้ติดตามทีม เป็นบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้นั่งอยู่ในเขตที่นั่งของทีม และ คงอยู่ในเขตที่นั่งของทีมเท่านั้น

 

7.4       ผู้ฝึกสอนและผู้ช่วยผู้ฝึกสอนอาจจะไปที่โต๊ะผู้บันทึกคะแนนในระหว่างการแข่งขัน  ขณะที่บอลตายและนาฬิกาเวลาการแข่งขันหยุด  เพื่อขอทราบข้อมูลทางสถิติ

 

7.5       เฉพาะผู้ฝึกสอนคนเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ยืนได้ในระหว่างการแข่งขัน  เขาอาจจะพูดติดต่อกับผู้เล่นได้โดยเขาต้องอยู่ในเขตที่นั่งของทีม

 

7.6       ถ้าทีมมีผู้ช่วยผู้ฝึกสอน  จะต้องลงชื่อของเขาในใบบันทึกคะแนนก่อนเริ่มต้นการแข่งขัน (ไม่จำเป็นต้องเซ็นชื่อ) เขาสามารถทำหน้าที่และมีสิทธิในการเป็นผู้ฝึกสอนได้ ในกรณีที่ผู้ฝึกสอนไม่สามารถทำหน้าที่ได้ด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม

 

7.7       เมื่อหัวหน้าทีมต้องออกจากสนามแข่งขัน ผู้ฝึกสอนต้องแจ้งหมายเลขผู้เล่นที่จะปฏิบัติหัวหน้าทีมแทนในสนามแข่งขันให้กรรมการทราบ

 

7.8       หัวหน้าทีมสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนได้ ถ้าทีมนั้นไม่มีผู้ฝึกสอน หรือ ผู้ฝึกสอนไม่สามารถทำหน้าที่ได้ และทีมไม่มีชื่อผู้ช่วยผู้ฝึกสอนในใบบันทึกคะแนน (หรือภายหลังไม่สามารถทำหน้าที่ได้)    ถ้าหัวหน้าทีมต้องออกจากสนามแข่งขันเขายังสามารถเป็นผู้ฝึกสอนได้   ถ้าหัวหน้าทีมต้องออกจากสนามแข่งขันเพราะเขาทำฟาล์วเสียสิทธิ์ หรือ เขาไม่สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนได้เพราะได้รับบาดเจ็บ ผู้เล่นที่เปลี่ยนเป็นหัวหน้าทีมแทนเขาสามารถเป็นผู้ฝึกสอนแทนได้

 

7.9       ผู้ฝึกสอนต้องเป็นคนระบุตัวผู้โยนโทษของทีมเขา ในทุกกรณีที่ผู้โยนโทษไม่ได้ระบุโดยกติกา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กติกาหมวดที่  4   ระเบียบการแข่งขัน  :  Playing  regulations

 
   

 


ข้อ  8  เวลาการแข่งขัน , คะแนนเท่ากัน และ การต่อเวลาพิเศษ

:  Playing time, tied score and extra periods

 

8.1       การแข่งขัน ประกอบด้วย  4  ช่วงเวลา  ช่วงละ  10   นาที

 

8.2       มีช่วงพักก่อนเริ่มต้นการแข่งขันตามกำหนดการ   20  นาที

 

8.3       มีช่วงพักการเล่น  2  นาที ระหว่างช่วงแรกกับช่วงที่  2 (ครึ่งแรก),  ระหว่างช่วงที่ 3  กับช่วงที่ 4

(ครึ่งหลัง)  และก่อนแต่ละช่วงการต่อเวลาพิเศษ

 

8.4       มีช่วงพักครึ่ง 15  นาที

 

8.5       ช่วงพักการเล่น  เริ่มต้น  :

                                  ·          20  นาที ก่อนเริ่มต้นการแข่งขันตามกำหนดการ

                                  ·          เมื่อเสียงสัญญาณนาฬิกาจับเวลาแข่งขันดังขึ้นเมื่อหมดช่วงเวลา

 

8.6       ช่วงพักการเล่น  สิ้นสุด  :

                                  ·          เริ่มต้นการแข่งขันของช่วงเวลาแรก  เมื่อลูกบอลหลุดจากมือเดียว(สองมือ)ของผู้ตัดสิน

ขณะเล่นลูกกระโดด

                                  ·          เมื่อเริ่มต้นการแข่งขันของทุกช่วงเวลา  เมื่อลูกบอลอยู่กับผู้เล่นที่จะส่งบอลเข้าเล่น 

 

8.7       ถ้าคะแนนเท่ากัน เมื่อหมดเวลาการแข่งขันของช่วงเวลาที่ 4  การแข่งขันจะต้องดำเนินต่อไปด้วยการต่อเวลาพิเศษ  หากจำเป็นอาจต้องต่อเวลาพิเศษ  หลายครั้งๆ  ละ  5   นาที  จนกว่าจะมีทีมชนะ

 

8.8       ถ้ามีการทำฟาล์วขณะหมดเวลาการแข่งขัน  หรือก่อนเสียงสัญญาณหมดเวลาการแข่งขันดัง การโยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง) จะต้องดำเนินการหลังจากหมดเวลาการแข่งขัน

 

8.9       ถ้าต้องมีการต่อเวลาพิเศษจากผลของการโยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง) การฟาล์วทั้งหมดที่กระทำหลังจากหมดเวลาการแข่งขันให้พิจารณาว่าเป็นการทำฟาล์วที่เกิดขึ้นในช่วงพักการเล่น  การโยนโทษจะต้องดำเนินการก่อนเริ่มต้นการแข่งขันช่วงต่อเวลาพิเศษ

 

ข้อ  9  การเริ่มต้น และ การสิ้นสุดช่วงเวลา หรือ สิ้นสุดการแข่งขัน

:  Beginning and end of a period or the game

 

9.1       ช่วงเวลาแรก   เริ่มต้น เมื่อลูกบอลหลุดจากมือเดียว(สองมือ)ของผู้ตัดสิน  ขณะเล่นลูกกระโดด

 

9.2       ช่วงเวลาอื่นทั้งหมด  เริ่มต้น เมื่อลูกบอลอยู่กับผู้เล่นที่จะส่งบอลเข้าเล่น

 

9.3       การแข่งขันไม่สามารถเริ่มต้นได้  ถ้าทีมใดทีมหนึ่งมีผู้เล่นในสนามแข่งขันที่พร้อมเล่น ไม่ครบ  5  คน

 

9.4       การแข่งขันทุกครั้ง ให้ทีมที่มีชื่อแรกในโปรแกรม (ทีมเหย้า - home team) ได้ที่นั่งของทีม และ       ห่วงตาข่ายฝ่ายตัวเอง  อยู่ทางด้านซ้ายของโต๊ะผู้บันทึกคะแนน เมื่อหันหน้าเข้าหาสนาม   

 

อย่างไรก็ตาม  ถ้าทั้งสองทีมตกลงกันได้  เขาสามารถเปลี่ยนเขตที่นั่งของทีม และ / หรือ ห่วงตาข่ายได้

 

9.5       ก่อนเริ่มการแข่งขันช่วงเวลาแรก และ ช่วงเวลาที่ 3  ทั้งสองทีม มีสิทธิ์อบอุ่นร่างกายในครึ่งสนาม แข่งขันด้านห่วงตาข่ายของฝ่ายตรงข้ามได้

 

9.6       ทั้งสองทีมต้องเปลี่ยนห่วงตาข่ายในครึ่งเวลาหลัง

 

9.7       ในทุกช่วงของการต่อเวลาพิเศษ  ทั้งสองทีมต้องรุกไปที่ห่วงตาข่ายเหมือนในช่วงเวลาที่  4

 

9.8       ช่วงเวลาการแข่งขัน , ช่วงต่อเวลาพิเศษ หรือการแข่งขันสิ้นสุด เมื่อเสียงสัญญาณนาฬิกาจับเวลาแข่งขันดัง

 

ข้อ 10  ภาวะของลูกบอล  :  Status of the ball

 

10.1     ลูกบอลสามารถเป็นได้ทั้ง  บอลดี หรือ บอลตาย

 

10.2     ลูกบอลกลายเป็น  บอลดี (ball becomes live)  เมื่อ :

                                  ·          ในระหว่างการเล่นลูกกระโดด   ลูกบอลหลุดจากมือเดียว(สองมือ) ของผู้ตัดสิน ขณะโยนบอล

                                  ·          ในระหว่างการโยนโทษ   ลูกบอลอยู่ที่ผู้โยนโทษ

                                  ·          ในระหว่างการส่งบอลเข้าเล่น   เมื่อลูกบอลอยู่ที่ผู้เล่นที่ส่งบอลเข้าเล่น

 

10.3     ลูกบอลกลายเป็น บอลตาย (ball becomes dead)  เมื่อ :

                                  ·          การยิงประตู หรือ การโยนโทษเป็นผลสำเร็จ

                                  ·          กรรมการเป่านกหวีดของเขา ขณะที่ลูกบอลเป็นบอลดี

                                  ·          เป็นที่แน่ชัดว่า  ลูกบอลไม่ลงห่วงตาข่ายในการโยนโทษ  ที่ต้องดำเนินการต่อไปด้วย

-          การโยนโทษอีกครั้งเดียว(หลายครั้ง)

-          บทลงโทษเพิ่มเติม (การโยนโทษ และ / หรือ การครอบครองบอล)

                                  ·          เมื่อเสียงสัญญาณหมดเวลาของช่วงเวลาการแข่งขันดัง

                                  ·          เมื่อเสียงสัญญาณ 24 วินาทีดัง  ขณะมีทีมครอบครองบอล

                                  ·          เมื่อลูกบอลที่ลอยอยู่ในอากาศจากการยิงประตูถูกผู้เล่นทีมใดทีมหนึ่ง หลังจาก :

-          กรรมการเป่านกหวีดของเขา

-          เสียงสัญญาณหมดเวลาการแข่งขันดัง

-          เสียงสัญญาณ 24 วินาที ดัง

 

 

 

10.4     ลูกบอล ไม่ กลายเป็น บอลตาย  และ  ให้นับเป็นประตู  เมื่อ :

                                  ·          ลูกบอลลอยอยู่ในอากาศจากการยิงประตู แล้ว :

-          กรรมการเป่านกหวีดของเขา

-          เสียงสัญญาณหมดเวลาการแข่งขันดัง

-          เสียงสัญญาณ 24 วินาที ดัง

                                  ·          ลูกบอลลอยอยู่ในอากาศจากการโยนโทษ  และกรรมการเป่านกหวีด เพราะมีการละเมิดกติกาที่ทำโดยผู้เล่นอื่นที่ไม่ใช่ผู้โยนโทษ

                                  ·          ผู้เล่นทำฟาล์วฝ่ายตรงข้ามที่ครอบครองบอล และ กำลังยิงประตู  โดยที่เขาสามารถยิงประตูได้สำเร็จ จากการเคลื่อนไหวต่อเนื่องที่เริ่มต้นมาก่อนจะเกิดการฟาล์ว

          

ข้อกำหนดต่อไปนี้ไม่ให้นำมาใช้ และ ไม่นับเป็นประตู   ถ้า

-          หลังจากกรรมการเป่านกหวีดของเขา  แล้วมีท่าการยิงประตูครั้งใหม่(new act of shooting) เกิดขึ้น

-          ในระหว่างการเคลื่อนที่ต่อเนื่องของผู้เล่นที่อยู่ท่ากำลังยิงประตู  มีเสียงสัญญาณหมดเวลาการแข่งขัน  หรือเสียงสัญญาณ  24  วินาที ดัง

 

ข้อ 11  ตำแหน่งที่อยู่ของผู้เล่น และ กรรมการ  :  Location of a player and an official

 

11.1     ตำแหน่งที่อยู่ของ  ผู้เล่น  ให้พิจารณาตามพื้นที่ ที่เขากำลังสัมผัสพื้นสนาม  ขณะที่เขากำลังลอยตัวในอากาศ  ถือเสมือนหนึ่งเขาอยู่บนพื้นสนามที่เขาสัมผัสพื้นครั้งสุดท้าย  รวมทั้งเส้นเขตสนาม,         เส้นกลาง,  เส้นเขตยิงประตู  3  คะแนน,  เส้นโยนโทษ,  เส้นที่กำหนดเป็นเขต  3  วินาที และ เส้นที่กำหนดเขตพื้นที่ครึ่งวงกลมปลอดการฟาล์วชน

 

11.2     ตำแหน่งที่อยู่ของ กรรมการ ให้พิจารณาในลักษณะเดียวกับตำแหน่งที่อยู่ของผู้เล่น  ถ้าลูกบอลไปถูก 

กรรมการ  ให้เปรียบเสมือนลูกบอลถูกพื้นสนาม ที่ตำแหน่งของกรรมการ

 

ข้อ 12  ลูกกระโดด และ การสลับการครอบครองบอลบอล  :  Jump ball and alternating possession

 

12.1     คำจำกัดความ :  ลูกกระโดด  

 

12.1.1  ลูกกระโดด เกิดขึ้น  เมื่อกรรมการโยนบอลขึ้น ระหว่างผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามกัน  2  คน  ในวงกลมกลางตอนเริ่มต้นการแข่งขัน  ของช่วงเวลาแรก

 

12.1.2  ลูกยึด (held ball) เกิดขึ้น เมื่อผู้เล่นของแต่ละทีมหนึ่งคน หรือมากกว่า ใช้มือเดียวหรือสองมือจับบอลไว้ได้อย่างมั่นคง  โดยไม่มีผู้เล่นคนใดสามารถครอบครองบอลได้  โดยปราศจากการเล่นที่รุนแรง

 

 

 

 

12.2    วิธีดำเนินการลูกกระโดด  :  Jump ball procedure

 

12.2.1  ผู้เล่นลูกกระโดดแต่ละคน  ต้องยืนให้เท้าทั้งสองข้างอยู่ในครึ่งวงกลมด้านใกล้ห่วงตาข่ายฝ่าย

             ตัวเอง  และต้องให้เท้าข้างหนึ่งอยู่ใกล้เส้นกลาง

 

12.2.2  ผู้เล่นทีมเดียวกัน  ต้องไม่ยืนชิดติดกันรอบวงกลม  ถ้าฝ่ายตรงข้ามต้องการเข้าไปยืนแทรก

ณ ตำแหน่งนั้น

 

12.2.3  กรรมการต้องโยนบอลขึ้นเป็นแนวตั้งฉาก ระหว่างผู้เล่นลูกกระโดดทั้งสองคน, ให้ลูกบอลขึ้นไป 

ให้สูงพอที่ผู้เล่นสามารถกระโดดปัดถึง

 

12.2.4  ลูกบอลต้องถูกปัดด้วยมือเดียว(สองมือ) ของผู้เล่นลูกกระโดดอย่างน้อย  1  คน หรือ ทั้ง  2  คน หลังจากลูกบอลขึ้นไปถึงจุดสูงสุด

 

12.2.5  ผู้เล่นลูกกระโดดต้องไม่ออกจากตำแหน่งของเขา  จนกว่าลูกบอลได้ถูกปัดอย่างถูกกติกา

 

12.2.6  ผู้เล่นลูกกระโดดต้องไม่จับบอล  หรือปัดบอล มากกว่า 2 ครั้ง  จนกว่าลูกบอลได้ถูกผู้เล่นคนอื่น        หรือถูกพื้น

 

12.2.7  หากลูกบอล ไม่ถูกปัดโดยผู้เล่นลูกกระโดดอย่างน้อย  1  คน   ให้เล่นลูกกระโดดใหม่

 

12.2.8  ผู้เล่นคนอื่นต้องไม่ทำให้ส่วนใดๆ ของร่างกายอยู่บนเส้นวงกลม หรือข้ามเส้นวงกลม (รูปทรงกระบอก)ก่อนที่ลูกบอลจะถูกปัด

           

การละเมิดกติกาข้อ 12.2.1, 12.2.4, 12.2.6 และ 12.2.8  เป็นการทำผิดระเบียบ

 

12.3    สถานการณ์ลูกกระโดด  :  Jump ball situations

           

สถานการณ์ลูกกระโดดเกิดขึ้น เมื่อ :

                                  ·          มีการเรียกลูกยึด

                                  ·          ลูกบอลออกนอกสนาม  และ กรรมการไม่แน่ใจ หรือตกลงไม่ได้ว่า ฝ่ายตรงข้ามกันคนใด

ถูกลูกบอลเป็นคนสุดท้าย

                                  ·          เกิดการทำผิดระเบียบการโยนโทษของทั้งสองฝ่าย  ระหว่างการโทษครั้งเดียว หรือโยนโทษครั้งสุดท้าย และลูกบอลไม่ลงห่วงตาข่าย

                                  ·          บอลดีติดค้างระหว่างห่วงกับกระดานหลัง (ยกเว้นระหว่างมีการโยนโทษหลายครั้ง)

                                  ·          ลูกบอลกลายเป็นบอลตาย  ขณะที่ไม่มีทีมใดครอบครองบอล หรือ ไม่มีทีมใดมีสิทธิ์ได้บอล

ภายหลังมีการยกเลิกบทลงโทษที่เท่ากันของทั้งสองทีม, ไม่มีบทลงโทษการฟาล์วอื่นเหลือให้

                        ดำเนินการต่อไป  และ ไม่มีทีมใดได้ครอบครองบอล หรือ ไม่มีทีมใดมีสิทธิ์ได้บอล ก่อนมีการ 

                        ฟาล์วครั้งแรก หรือ ก่อนมีการทำผิดระเบียบ

                                  ·          เริ่มต้นการแข่งขันช่วงเวลาแรก  ยกเว้นช่วงเวลาอื่น

 

12.4    คำจำกัดความ  :  การสลับการครอบครองบอล  :  Alternating possession definition

 

12.4.1  การสลับการครอบครองบอล  คือวิธีการที่ทำให้บอลกลายเป็นบอลดี  ด้วยการส่งบอลเข้าเล่น 

            แทนการเล่นลูกกระโดด          

 

12.4.2  การสลับการส่งบอล  :  Alternating possession throw-in

                                  ·          เริ่มต้น  เมื่อลูกบอลอยู่กับผู้เล่นที่จะส่งบอลเข้าเล่น

                                  ·          สิ้นสุด   เมื่อ

-          ลูกบอลถูกผู้เล่น หรือ ผู้เล่นในสนามถูกบอลอย่างถูกกติกา

-          ทีมที่ส่งบอลเข้าเล่นทำผิดระเบียบ

-          บอลดีติดค้างระหว่างห่วงกับกระดานหลัง ในระหว่างการส่งบอลเข้าเล่น

 

12.5    วิธีการสลับการครอบครองบอล  :  Alternating possession procedure

 

12.5.1  ทุกครั้งที่เกิดสถานการณ์ลูกกระโดด  ให้ทั้งสองทีมสลับการครอบครองบอล  โดยการส่งบอลเข้า

            เล่นจากนอกสนาม  ณ จุดใกล้กับที่เกิดสถานการณ์ลูกกระโดด          

 

12.5.2  ทีมที่ไม่ได้ครอบครองบอลดีในสนามแข่งขัน ภายหลังการเล่นลูกกระโดดในตอนเริ่มต้นการแข่งขันของช่วงแรก  จะได้สิทธิ์การสลับการครอบครองบอลครั้งแรก          

 

12.5.3  ทีมที่ได้สิทธิ์ในการสลับการครอบครองบอลครั้งต่อไปหลังสิ้นสุดช่วงการแข่งขัน  จะเป็นฝ่ายเริ่มต้นเล่นในช่วงการเล่นต่อไปด้วยการส่งบอลเข้าเล่น  ณ จุดกึ่งกลางเส้นข้างด้านตรงข้ามโต๊ะผู้บันทึกคะแนน  ยกเว้น  มีการโยนโทษ และ การครอบครองบอล เป็นบทลงโทษที่ต้องดำเนินการ

 

12.5.4  ทีมที่ได้สิทธิ์ในการสลับ การส่งบอล  จะแสดงให้เห็นด้วยลูกศรสลับการครอบครองบอล ที่ชี้ไปทางด้านห่วงตาข่ายของฝ่ายตรงข้าม  ลูกศรจะต้องกลับตรงข้ามทันที  ที่การสลับการส่งบอลสิ้นสุด

 

12.5.5  การทำผิดระเบียบระหว่างการสลับการส่งบอล โดยทีมที่ส่งบอลเข้าเล่น จะทำให้ทีมนั้นสูญเสียการสลับการส่งบอล  ลูกศรการสลับการครอบครองบอลจะกลับตรงข้ามทันที   แสดงว่าทีมตรงข้ามกับทีมที่ทำผิดระเบียบ จะเป็นฝ่ายได้สิทธิ์ในการสลับการส่งบอล เมื่อเกิดสถานการณ์ลูกกระโดดครั้งต่อไป   ให้เริ่มต้นใหม่การแข่งขัน โดยให้ทีมตรงข้ามกับทีมที่ทำผิดระเบียบ ได้ส่งบอลเข้าเล่น ณ จุดเดิม

 

12.5.6  การทำฟาล์วโดยทีมใดทีมหนึ่ง  เกิดขึ้น :

                                  ·          ก่อน เริ่มต้นแข่งขันของช่วงเวลาอื่น  นอกเหนือจากช่วงเวลาแรก  หรือ

                                  ·          ในระหว่าง การสลับการส่งบอล

ไม่เป็นเหตุให้ทีมที่ได้สิทธ์ส่งบอลเข้าเล่น  ต้องสูญเสียสิทธิ์ในการสลับการครอบครองบอล

 

 

 

ข้อ 13 การเล่นลูกบอล  :   How the ball is played

 

13.1    คำจำกัดความ

 

ในระหว่างการแข่งขัน  ลูกบอลต้องเล่นด้วยมือเดียว(สองมือ) เท่านั้น  สามารถส่ง, โยน, ปัด, กลิ้ง หรือเลี้ยงบอล  ไปในทิศทางใด ๆ   ภายใต้ข้อกำหนดของกติกานี้     

 

 

13.2    หลักเกณฑ์

 

ผู้เล่นจะต้องไม่วิ่งไปพร้อมกับลูกบอล , ต้อง ไม่เจตนา (deliberately) เตะ  หรือสกัดกั้นลูกบอลด้วยส่วนใด ๆ ของขา หรือ ชกลูกบอลด้วยหมัด

           

อย่างไรก็ตาม  ถ้าลูกบอลบังเอิญมากระทบขา  หรือลูกบอลบังเอิญไปกระทบด้วยส่วนใด ๆ ของขา  ถือว่าไม่ผิดระเบียบ  

  

การละเมิดกติกาข้อ  13.2   เป็นการทำผิดระเบียบ

 

ข้อ 14  การครอบครองบอล  :   Control of the ball

 

14.1    คำจำกัดความ

 

14.1.1  ทีมครอบครองบอล  เริ่มต้น  เมื่อผู้เล่นของทีมนั้นครอบครองบอลดี (live ball)  โดยการถือบอล หรือเลี้ยงบอล หรือ บอลดีอยู่ที่ ผู้ถูกกำหนดให้เล่นบอล (disposal) ของทีมเขา                     

 

14.1.2  ทีมครอบครองบอล ต่อเนื่อง  เมื่อ :

                                  ·          ผู้เล่นของทีมนั้น กำลังครอบครองบอลดี

                                  ·          ลูกบอลถูกส่ง ระหว่างผู้เล่นทีมเดียวกัน

 

14.1.3    ทีมครอบครองบอล สิ้นสุด  เมื่อ :

                                  ·          ฝ่ายตรงข้ามได้ครอบครองบอล

                                  ·          ลูกบอลกลายเป็นบอลตาย

                                  ·          ลูกบอลปล่อยจากมือเดียว(สองมือ) ของผู้เล่นที่ยิงประตู  หรือ ปล่อยจากมือในการโยนโทษ

 

 

ข้อ 15  ผู้เล่นกำลังยิงประตู  :  Player in the act of shooting

 

15.1    คำจำกัดความ

 

15.1.1  การยิง  (A shot) ประตู หรือ การโยนโทษ (a free throw )  คือการกระทำเมื่อลูกบอลอยู่ในมือเดียว(สองมือ)  ของผู้เล่น   และต่อจากนั้น  ได้โยนบอลขึ้นไปในอากาศตรงไปที่ห่วงตาข่ายของฝ่ายตรงข้าม

           

การปัด  (A tap)   คือการกระทำเมื่อลูกบอลถูกควบคุมด้วยมือเดียว(สองมือ)ให้ตรงไปที่ห่วงตาข่ายของฝ่ายตรงข้าม

การยัดห่วง (A dunk)  คือการกระทำเมื่อใช้แรงกดลูกบอลลงไปในห่วงตาข่ายของฝ่ายตรงข้าม ด้วยมือเดียวหรือสองมือ   

           

การปัด และ การยัดห่วง ให้พิจารณาเป็นการยิงประตู

      

15.1.2  ท่ากำลังยิงประตู  : The act of shooting

                 ·     เริ่มต้น  เมื่อผู้เล่นเริ่มเคลื่อนไหวต่อเนื่องติดต่อกันตามปกติ  ก่อนปล่อยลูกบอลออกจากมือ โดยกรรมการพิจารณาว่า  เขาได้เริ่มต้นใช้ความพยายามที่จะทำคะแนน ด้วยการโยนบอล ปัดบอล  หรือการยัดห่วง ไปยังห่วงตาข่ายของฝ่ายตรงข้าม

                                  ·          สิ้นสุด   เมื่อลูกบอลหลุดออกจากมือเดียว(สองมือ) ในกรณีการยิงประตูในอากาศ            (an airborne shooter)  ท่ากำลังยิงประตูสิ้นสุด เมื่อเท้าทั้งสองข้างลงถึงพื้น

 

ผู้เล่นที่กำลังพยายามทำคะแนนอาจถูกฝ่ายตรงข้ามดึงแขนเดียว(สองแขน) เพื่อป้องกันไม่ให้เขาทำคะแนน   ในกรณีนี้  จึงไม่จำเป็นที่ลูกบอลจะต้องหลุดออกจากมือเดียว(สองมือ)  ให้พิจารณาว่าเขากำลังทำคะแนน

 

ไม่มีความสัมพันธ์กัน  ระหว่างจำนวนการก้าวเท้าอย่างถูกกติกากับท่ากำลังยิงประตู

 

15.1.3  การเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ของท่ากำลังยิงประตู

                                  ·          เริ่มต้น  เมื่อลูกบอลพักอยู่ในมือเดียว(สองมือ)ของผู้เล่น  และ เริ่มต้นเคลื่อนที่ขึ้นไปยิงประตู

                                  ·          อาจรวมทั้งการเคลื่อนไหวของแขนเดียว(สองแขน)  และ / หรือ ส่วนของร่างกายในการพยายามยิงประตูของเขา

                                  ·          สิ้นสุด เมื่อลูกบอลได้หลุดจากมือเดียว(สองมือ)  หรือ หากว่าท่ากำลังยิงประตูครั้งใหม่เกิดขึ้น

 

ข้อ 16  ประตู : ค่าของประตูเมื่อทำได้   Goal : When made and its value

 

16.1    คำจำกัดความ

 

16.1.1  ประตูทำได้  เมื่อบอลดีลงห่วงตาข่าย จากด้านบน แล้วค้างอยู่ในตาข่าย หรือ ผ่านห่วงตาข่าย                       

 

16.1.2  ลูกบอลอยู่ในตาข่าย  ให้พิจารณาเมื่อมีบางส่วนของลูกบอลอยู่ในตาข่ายและอยู่ต่ำกว่าระดับห่วง                      

 

16.2    หลักเกณฑ์

 

16.2.1  ให้ประตูแก่ทีมรุก  ที่ทำให้ลูกบอลลงไปในห่วงตาข่ายของฝ่ายตรงข้าม ดังนี้ :

                                  ·          ประตูจากการโยนโทษ  นับ  1  คะแนน

                                  ·          ประตูจากการยิงประตูในเขต  2  คะแนน   นับ  2  คะแนน

                                  ·          ประตูจากการยิงประตูในเขต  3  คะแนน   นับ  3  คะแนน

                                  ·          หลังจากลูกบอลถูกห่วง  ในการโยนโทษครั้งสุดท้าย  หรือโยนโทษครั้งเดียว  แล้วลูกบอลถูก         

สัมผัสอย่างถูกกติกา  โดยผู้เล่นฝ่ายรุก  หรือ ฝ่ายป้องกัน ก่อนลูกบอลจะลงห่วง  ให้ประตู

                        นับเป็น  2   คะแนน   

 

16.2.2  ถ้าผู้เล่น บังเอิญ ยิงประตูลงห่วงตาข่ายของตนเอง  ให้ประตู นับ  2  คะแนน  และ บันทึกเป็นการทำคะแนน  โดยหัวหน้าทีมฝ่ายตรงข้ามที่อยู่ในสนามแข่งขัน

 

16.2.3  ถ้าผู้เล่น เจตนา ยิงประตูลงห่วงตาข่ายของตนเอง  ถือเป็นการทำผิดระเบียบ และ ไม่นับเป็นประตู

 

16.2.4  ถ้าผู้เล่นทำให้ลูกบอลผ่านเข้าห่วงตาข่ายจากด้านล่าง  ถือเป็นการทำผิดระเบียบ

 

16.2.5  นาฬิกาการแข่งขันควรจะแสดงเวลา   0.00.3  วินาที (เศษสามในสิบของวินาที) หรือมากกว่าได้  เพื่อให้ผู้เล่นที่ได้ครอบครองบอลขณะส่งบอลเข้าเล่น  หรือ จากการแย่งบอลหลังจากการโยนโทษครั้งสุดท้าย หรือ โยนโทษครั้งเดียว  ได้พยายามยิงประตู   ถ้านาฬิกาการแข่งขันแสดงเวลา 0.00.2  วินาที หรือ 0.00.1 วินาที  วิธีการยิงประตู  ต้องกระทำโดย การปัดหรือยัดลูกบอลลงห่วงโดยตรงเท่านั้น

 

ข้อ 17  การส่งบอลเข้าเล่น  :  Throw - in

 

17.1    คำจำกัดความ

 

17.2     การส่งบอลเข้าเล่นเกิดขึ้น  เมื่อลูกบอลถูกส่งเข้าไปในสนามแข่งขัน  โดยผู้ส่งเข้าเล่นที่อยู่นอกสนาม

 

17.2    วิธีดำเนินการ

 

17.2.1  กรรมการต้องยื่นบอล หรือวางบอลให้ผู้เล่นที่ส่งบอลเข้าเล่น เขาอาจจะโยนบอล หรือ ส่งบอลกระดอนพื้นไปให้ผู้เล่นโดยมีเงื่อนไข  ดังนี้ :

                                  ·          กรรมการอยู่ห่างจากผู้เล่นที่ส่งบอลเข้าเล่น  ไม่เกิน  4  เมตร

                                  ·          ผู้เล่นที่ส่งบอลเข้าเล่นยืนถูกต้องตรงจุดที่กรรมการกำหนด

 

17.2.2    ผู้เล่นต้องส่งบอลเข้าเล่น ณ จุดใกล้กับที่มีการทำผิดระเบียบ  หรือ จุดที่กรรมการให้หยุดการแข่งขันยกเว้น  ใต้แนวกระดานหลัง

 

17.2.3    ในสถานการณ์ต่อไปนี้  การส่งบอลเข้าเล่นต้องส่งที่แนวเส้นกลางด้านตรงข้ามโต๊ะผู้บันทึกคะแนน

                                    ·       การเริ่มต้นการแข่งขันของทุกช่วงเวลาอื่น  ที่ไม่ใช่ช่วงแรก

                                    ·       ภายหลังการโยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง) ที่เกิดจากการทำฟาล์วเทคนิค, ฟาล์วผิดวิสัย

                        นักกีฬา  หรือ ฟาล์วเสียสิทธิ์

 

ผู้เล่นที่ส่งบอลเข้าเล่น  ต้องยืนคร่อมแนวเส้นกลางที่ยื่นต่อออกไปนอกสนามตรงข้ามโต๊ะผู้บันทึกคะแนน  และ มีสิทธิ์ส่งบอลไปให้เพื่อนร่วมทีมที่อยู่ในสนามแข่งขันที่อยู่ ณ ตำแหน่งใดก็ได้

 

17.2.4  ในระหว่างเวลา  2  นาทีสุดท้าย ของช่วงที่ 4  หรือ  2  นาทีสุดท้าย ของแต่ละช่วงต่อเวลาพิเศษ  ติดตามด้วย เวลานอกของทีมที่ได้สิทธิ์ครอบครองบอลในแดนหลัง  การส่งบอลเข้าเล่นต้องส่งเข้าเล่นที่เส้นส่งบอลเข้าเล่น (throw-in line) ตรงข้ามโต๊ะผู้บันทึกในแดนหน้าของทีม

 

17.2.5  ภายหลังการทำฟาล์วบุคคล โดยผู้เล่นที่ครอบครองบอลดี  หรือ ผู้เล่นของทีมที่มีสิทธิ์ได้บอล  การส่ง บอลเข้าเล่น   ต้องส่งเข้าเล่น ณ จุดใกล้กับที่มีการละเมิดกติกา

 

17.2.6  เมื่อใดก็ตามที่ลูกบอลลงห่วงตาข่ายจากการยิงประตู  หรือ จากการโยนโทษ  แต่คะแนนไม่นับ

การส่งบอลเข้าเล่น ให้ส่งที่แนวเส้นโยนโทษ (free-throw line extended)

 

17.2.7  หลังจากการยิงประตู  หรือ การโยนโทษครั้งสุดท้ายหรือครั้งเดียวสำเร็จ :

                                  ·          ให้ผู้เล่นของทีมที่เสียคะแนน ส่งบอลเข้าเล่นที่เส้นหลังของทีม ณ จุดใด ๆ ก็ได้  การส่งบอล

                        ดังกล่าวให้นำไปใช้ได้  หลังจากกรรมการยื่นบอล หรือ วางบอลให้ผู้ส่งบอลเข้าเล่น  ภายหลัง

                        หมดเวลานอก  หรือ ภายหลังการหยุดการแข่งขัน ด้วยกรณีใดๆ ก็ตามหลังจากการยิงประตู  

                        สำเร็จ หรือ การโยนโทษครั้งสุดท้าย หรือ ครั้งเดียวเป็นผลสำเร็จ

                                  ·          ผู้ส่งบอลเข้าเล่นสามารถเคลื่อนที่ไปทางด้านข้าง  และ / หรือ  ถอยหลัง และ อาจส่งบอล

                        ระหว่างเพื่อนร่วมทีมที่อยู่หลังเส้นหลัง  แต่การนับ  5  วินาที  เริ่มเมื่อลูกบอลอยู่กับผู้เล่นคน  

                        แรกที่อยู่นอกสนาม

 

17.3    หลักเกณฑ์

 

17.3.1  ผู้ส่งบอลเข้าเล่น  ต้องไม่ :

                                  ·          ใช้เวลาเกินกว่า  5  วินาที ในการปล่อยบอล

                                  ·          ก้าวเท้าเข้าไปในสนามแข่งขัน ขณะที่มีลูกบอลอยู่ในมือเดียว(สองมือ)

                                  ·          ทำให้ลูกบอลถูกพื้นเขตนอกสนาม  ภายหลังได้ปล่อยบอลจากการส่งบอลเข้าเล่น

                                  ·          ถูกลูกบอลในสนามแข่งขัน  ก่อนที่ลูกบอลจะถูกผู้เล่นคนอื่น

                                  ·          ทำให้ลูกบอลลงห่วงตาข่ายโดยตรง

                 ·     เคลื่อนที่ออกจากจุดที่กำหนดให้ส่งบอลเข้าเล่น หลังเส้นเขตสนาม, เส้นเขตสนาม อื่นๆ ที่ไม่ใช่เส้นหลังของทีมตนเอง  หลังจากยิงประตูสำเร็จ  หรือการโยนโทษครั้งสุดท้ายสำเร็จ ไปทางด้านข้างด้านหนึ่ง หรือทั้งสองด้าน  ในระยะทางรวมกัน  1  เมตร ก่อนปล่อยบอล  อย่างไรก็ตาม  อนุญาตให้เขาเคลื่อนที่ถอยหลังโดยตรงจากเส้นได้ไกล เท่าที่สามารถทำได้

 

17.3.2  ในระหว่างการส่งบอลเข้าเล่น  ผู้เล่นคนอื่น  ต้องไม่ :

                                  ·          ให้ส่วนใด ๆ ของร่างกาย ข้ามเส้นเขตสนาม  ก่อนที่ลูกบอลจะถูกส่งข้ามเส้นเขตสนามเข้ามา

                                  ·          เข้าใกล้ผู้ส่งบอล  ระยะเกิน  1  เมตร   ถ้าพื้นที่การส่งบอล  ระหว่างเส้นเขตสนามกับสิ่งกีด

ขวางนอกสนาม  มีระยะห่าง น้อยกว่า  2  เมตร             

           

การละเมิด กติกาข้อ  17.3   เป็นการทำผิดระเบียบ

 

17.4    บทลงโทษ  

           

ให้ฝ่ายตรงข้าม ได้ส่งบอลเข้าเล่นจากจุดเดิม   

 

 

ข้อ 18  เวลานอก  :  Time – out

 

18.1    คำจำกัดความ

 

เวลานอก  คือการหยุดการแข่งขัน  โดยการร้องขอจากผู้ฝึกสอนหรือผู้ช่วยผู้ฝึกสอน

 

18.2    หลักเกณฑ์

 

18.2.1  เวลานอก  แต่ละครั้ง  มีเวลา 1  นาที

 

18.2.2  อนุญาตให้เวลานอกได้  ในช่วงโอกาสการให้เวลานอก (a time-out opportunity)

 

18.2.3  โอกาสการให้เวลานอก  เริ่มต้น  เมื่อ :

                                  ·          สำหรับทั้งสองทีม  เมื่อบอลกลายเป็นบอลตาย  เวลาการแข่งขันหยุดเดิน และ กรรมการสิ้นสุดการติดต่อกับโต๊ะผู้บันทึกคะแนน

                                  ·          สำหรับทั้งสองทีม  เมื่อบอลกลายเป็นบอลตาย  ภายหลังการโยนโทษครั้งสุดท้าย  หรือ

ครั้งเดียวเป็นผลสำเร็จ

                                  ·          สำหรับทีมที่เสียคะแนน (non-scoring team) เมื่อมีการได้คะแนนจากการยิงประตู

 

18.2.4  โอกาสการให้เวลานอก สิ้นสุด  เมื่อลูกบอลอยู่ที่ผู้ส่งบอลเข้าเล่น หรือ ผู้โยนโทษครั้งแรก หรือ โยนโทษ ครั้งเดียว

 

18.2.5  อนุญาตให้แต่ละทีม ได้เวลานอก  2  ครั้ง  ณ เวลาใดก็ได ในช่วงครึ่งเวลาแรก,  3  ครั้ง ณ เวลาใดก็ได้ ในครึ่งเวลาหลัง   และ 1  ครั้ง  ในแต่ละช่วงต่อเวลาพิเศษ

 

18.2.6  เวลานอกที่ไม่ได้ใช้  ไม่สามารถนำไปรวมกับเวลานอกของครึ่งเวลาต่อไป  หรือ ช่วงต่อเวลาพิเศษ

 

18.2.7  เวลานอกจะให้กับทีมที่ผู้ฝึกสอนขอไว้ก่อน  ยกเว้น  การให้เวลานอก ภายหลังการได้คะแนนจากการยิงประตู โดยฝ่ายตรงข้าม และ ไม่มีการเรียกการละเมิดกติกา

 

18.2.8  ไม่อนุญาตให้เวลานอก แก่ทีมที่ทำคะแนนได้   เมื่อเวลาการแข่งขันหยุดเดิน ภายหลังการยิงประตูเป็นผลสำเร็จ  ในช่วงระหว่างเวลา  2  นาทีสุดท้ายของช่วงที่ 4  หรือ  2  นาทีสุดท้ายของแต่ละช่วงต่อเวลาพิเศษ  นอกจาก กรรมการได้หยุดการแข่งขัน

 

18.3    วิธีดำเนินการ

 

18.3.1  เฉพาะผู้ฝึกสอน หรือ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนเท่านั้น ที่มีสิทธิ์ร้องขอเวลานอก เขาต้องติดต่อให้ผู้บันทึกคะแนนมองเห็น หรือ เขาอาจไปที่โต๊ะผู้บันทึกคะแนน และ ร้องขอเวลานอกให้ชัดเจน พร้อมกับแสดงสัญญาณมือ

 

18.3.2  การขอเวลานอกอาจจะยกเลิกได้  แต่ต้องแจ้งก่อนที่ผู้บันทึกคะแนนให้สัญญาณขอเวลานอกเท่านั้น

 

 

18.3.3  ช่วงของเวลานอก :

                                  ·          เริ่มต้น  เมื่อกรรมการเป่านกหวีด  และ ให้สัญญาณเวลานอก

                                  ·          สิ้นสุด   เมื่อกรรมการเป่านกหวีด  และ กวักมือเรียกทั้งสองทีมกลับลงสนามแข่งขัน

 

18.3.4  ทันทีที่โอกาสการให้เวลานอก เริ่มต้น  ผู้บันทึกคะแนนต้องให้เสียงสัญญาณ แจ้งให้กรรมการว่ามีการขอเวลานอก 

 

ถ้ามีการได้คะแนนจากการยิงประตู ซึ่งทีมที่เสียคะแนนเป็นฝ่ายขอเวลานอก  ผู้จับเวลาต้องหยุดเวลาการแข่งขัน  และให้เสียงสัญญาณทันที

 

18.3.5  ในระหว่างเวลานอก  และ ระหว่างช่วงพักการแข่งขัน  ก่อนเริ่มการแข่งขันช่วงที่  2,  ช่วงที่  4  หรือ    แต่ละช่วงต่อเวลาพิเศษ   ผู้เล่นอาจออกนอกสนามแข่งขัน และนั่งในเขตที่นั่งของทีม  และ บุคคลที่อนุญาตให้อยู่ในเขตที่นั่งของทีม อาจเข้าไปในสนามแข่งขันได้  สมาชิกของทีมให้คงอยู่ในเขตใกล้เคียงกับบริเวณเขตที่นั่งของทีม

 

18.3.6  ถ้าทีมใดทีมหนึ่ง ร้องขอเวลานอก  หลังจากที่ลูกบอลอยู่ที่ผู้โยนโทษในการโยนโทษครั้งแรก หรือ     ครั้งเดียว  อนุญาตให้เวลานอกได้  ถ้า :

                                  ·          การโยนโทษครั้งสุดท้าย หรือครั้งเดียว  เป็นผลสำเร็จ

                                  ·          การโยนโทษครั้งสุดท้าย หรือครั้งเดียว ที่ตามด้วยการส่งบอลเข้าเล่นจากแนวเส้นกลาง     ด้านตรงข้ามโต๊ะผู้บันทึกคะแนน

                                  ·          มีการเรียกฟาล์ว ระหว่างการโยนโทษ  ในกรณีนี้ ให้ดำเนินการโยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง) 

ให้เสร็จสมบูรณ์   แล้วจึงอนุญาตให้เวลานอก  ก่อนดำเนินการตามบทลงโทษการฟาล์ว ครั้งใหม่

                                  ·          มีการเรียกฟาล์ว ก่อนบอลกลายเป็นบอลดี  หลังการโยนโทษครั้งสุดท้าย หรือโยนโทษ      ครั้งเดียว  ในกรณีนี้  อนุญาตให้เวลานอกได้ ก่อนดำเนินการตามบทลงโทษการฟาล์วครั้งใหม่

                                  ·          มีการทำผิดระเบียบ ก่อนบอลกลายเป็นบอลดี  หลังการโยนโทษครั้งสุดท้าย หรือโยนโทษ  ครั้งเดียว  ในกรณีนี้  อนุญาตให้เวลานอกได้ ก่อนดำเนินการส่งบอลเข้าเล่น

 

ในเหตุการณ์ของการโยนโทษหลายชุดต่อเนื่องกัน และ / หรือ ได้ครอบครองบอลจากผลของบทลงโทษการฟาล์วที่มากกว่า 1  ครั้ง  การโยนโทษแต่ละชุดให้แยกจากกัน

 

 

 

 

 

 

ข้อ 19  การเปลี่ยนตัว  :   Substitution 

 

19.1    คำจำกัดความ 

การเปลี่ยนตัว  คือการหยุดการแข่งขัน ที่ร้องขอโดยผู้เล่นสำรอง (the substitute) ที่จะกลายเป็นผู้เล่น

19.2    หลักเกณฑ์

19.2.1  ทีมสามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนเดียว(หลายคน) ในระหว่าง โอกาสการเปลี่ยนตัว (substitution opportunity)

 

19.2.2  โอกาสการเปลี่ยนตัว   เริ่มต้น เมื่อ :

                                  ·          สำหรับทั้งสองทีม  เมื่อบอลกลายเป็นบอลตาย   เวลาการแข่งขันหยุดเดิน  และ กรรมการ

สิ้นสุดการติดต่อกับโต๊ะผู้บันทึกคะแนน

                                  ·          สำหรับทั้งสองทีม  เมื่อบอลกลายเป็นบอลตาย  ภายหลังการโยนโทษครั้งสุดท้าย หรือ      การโยนโทษครั้งเดียว  เป็นผลสำเร็จ

                                  ·          สำหรับทีมที่เสียคะแนน  เมื่อมีการได้คะแนนจากการยิงประตู ในช่วงเวลา  2  นาทีสุดท้าย

                        ของช่วงที่  4  หรือ  2  นาทีสุดท้าย ของแต่ละช่วงต่อเวลาพิเศษ                        

 

19.2.3  โอกาสการเปลี่ยนตัว สิ้นสุด  เมื่อลูกบอลอยู่ที่ผู้ส่งบอลเข้าเล่น  หรืออยู่ที่ผู้โยนโทษครั้งแรก หรือ      ครั้งเดียว

 

19.2.4  ผู้เล่นที่กลายเป็นผู้เล่นสำรอง  และผู้เล่นสำรองที่กลายเป็นผู้เล่น  ไม่สามารถกลับลงไปแข่งขัน  หรือออกจากการแข่งขันได้ จนกว่าบอลจะกลายเป็นบอลตายอีกครั้ง, หลังจากเวลาการแข่งขันได้เดินไปแล้ว  นอกจาก :

                                  ·          ทีม มีผู้เล่นเหลือน้อยกว่า  5  คน ในสนามแข่งขัน

                                  ·          ผู้เล่นที่มีสิทธิ์ได้โยนโทษ จากผลของการแก้ไขข้อผิดพลาด อยู่ในเขตที่นั่งของทีม  ภายหลัง

                         ได้เปลี่ยนตัวอย่างถูกต้อง                     

 

19.2.5 ไม่อนุญาตให้เปลี่ยนตัว สำหรับทีมที่ได้คะแนน  เมื่อเวลาการแข่งขันหยุดเดิน ภายหลังการยิงประตูเป็นผลสำเร็จ ในช่วงเวลา  2  นาทีสุดท้ายของช่วงที่  4  หรือ  2  นาทีสุดท้าย ของแต่ละช่วงต่อเวลาพิเศษ  นอกจาก กรรมการได้หยุดการแข่งขัน

 

19.3    วิธีดำเนินการ

 

19.3.1  เฉพาะผู้เล่นสำรองเท่านั้น ที่มีสิทธิ์ร้องขอเปลี่ยนตัว  เขา(ไม่ใช่ผู้ฝึกสอนหรือผู้ช่วยผู้ฝึกสอน) ต้องไป

ที่โต๊ะผู้บันทึกคะแนน และแจ้งขอเปลี่ยนตัวให้ชัดเจน หรือ นั่งที่เก้าอี้เปลี่ยนตัว, เขาต้องพร้อมลงเล่นทันที

19.3.2  การร้องขอเปลี่ยนตัวสามารถยกเลิกได้  แต่ต้องก่อนผู้บันทึกคะแนนให้เสียงสัญญาณขอเปลี่ยนตัวเท่านั้น

 

19.3.3  ทันทีที่โอกาสการเปลี่ยนตัวเริ่มขึ้น  ผู้บันทึกคะแนนต้องให้เสียงสัญญาณ เพื่อแจ้งกรรมการว่ามีการร้องขอ เพื่อให้มีการเปลี่ยนตัว

 

19.3.4  ผู้เล่นสำรอง  ต้องอยู่นอกเส้นเขตสนาม จนกว่ากรรมการจะเป่านกหวีดให้สัญญาณเปลี่ยนตัว  และ       กวักมือให้เขาเข้าไปในสนามแข่งขัน

 

19.3.5  ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัว อนุญาตให้ออกไปยังเขตที่นั่งของทีมโดยตรงได้  โดยไม่ต้องแจ้งผู้บันทึกคะแนนหรือ กรรมการ

 

19.3.6  การเปลี่ยนตัวต้องทำให้เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วเท่าที่จะทำได้  ผู้เล่นที่ทำฟาล์ว ครั้งที่  5  หรือ ทำฟาล์วเสียสิทธิ์ ต้องเปลี่ยนตัวออกทันที (ประมาณ 30 วินาที)   ถ้ากรรมการพิจารณาว่า มีการทำให้การแข่งขันล่าช้าเกินจำเป็น (unnecessarily delay of the game) ให้ปรับเป็นเวลานอกกับทีมที่ทำผิด   ถ้าทีมนั้นไม่มีเวลานอกเหลืออยู่  อาจปรับเป็นฟาล์วเทคนิค การถ่วงเวลาการแข่งขัน ผู้ฝึกสอน,  บันทึกอักษร  “B”

 

19.3.7  ถ้าการขอเปลี่ยนตัวได้ร้องขอในระหว่างเวลานอก หรือ ในระหว่างช่วงพักการเล่นอื่นที่ไม่ใช่ช่วงพักครึ่ง  ผู้เล่นสำรองต้องแจ้งผู้บันทึกคะแนน ก่อนเข้าสู่การแข่งขัน

 

19.3.8  ถ้าผู้โยนโทษต้องเปลี่ยนตัว  เพราะเขา :

                                  ·          ได้รับบาดเจ็บ

                                  ·          ทำฟาล์วครั้งที่  5

                                  ·          ทำฟาล์วเสียสิทธิ์

 

การโยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง)  ต้องทำโดยผู้เล่นสำรองที่เข้ามาแทนเขา  และ ผู้เล่นสำรองที่เข้ามาแทนไม่สามารถเปลี่ยนตัวได้  จนกว่าเขาจะได้เล่น ในช่วงระยะที่เวลาการแข่งขันเดินถัดไป

 

19.3.9  ถ้าการขอเปลี่ยนตัว ได้ร้องขอโดยทีมใดทีมหนึ่ง  หลังจากลูกบอลอยู่ที่ผู้โยนโทษ ของการโยนโทษ     ครั้งแรก หรือโยนโทษครั้งเดียว  จะอนุญาตให้เปลี่ยนตัว ถ้า :

·       การโยนโทษครั้งสุดท้าย หรือโยนโทษครั้งเดียว  เป็นผลสำเร็จ

·       การโยนโทษครั้งสุดท้าย หรือโยนโทษครั้งเดียว แล้วตามด้วยการส่งบอลเข้าเล่นที่แนวเส้นกลางด้านตรงข้ามโต๊ะผู้บันทึกคะแนน

·       มีการเรียกฟาล์วระหว่างการโยนโทษ ในกรณีนี้ให้ดำเนินการโยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง)

                        ต่อไปจนเสร็จสมบูรณ์  จึงอนุญาตให้เปลี่ยนตัวก่อนดำเนินการตามบทลงโทษการฟาล์ว

                        ครั้งใหม่

·       มีการเรียกฟาล์ว ก่อนบอลกลายเป็นบอลดี  หลัง การโยนโทษครั้งสุดท้าย หรือโยนโทษ        ครั้งเดียว  ในกรณีนี้ อนุญาตให้เปลี่ยนตัว ก่อนดำเนินการตามบทลงโทษการฟาล์วครั้งใหม่

·       มีการทำผิดระเบียบก่อนบอลกลายเป็นบอลดี  หลังการโยนโทษครั้งสุดท้าย หรือโยนโทษ  ครั้งเดียว  ในกรณีนี้ อนุญาตให้เปลี่ยนตัว ก่อนดำเนินการส่งบอลเข้าเล่น

 

ในเหตุการณ์ของการโยนโทษหลายชุดต่อเนื่องกัน  และ / หรือ ได้ครอบครองบอลจากผลของบทลงโทษการฟาล์วที่มากกว่า 1  ครั้ง  การโยนโทษแต่ละชุดให้แยกจากกัน

 

ข้อ 20  การแพ้การแข่งขัน โดยการถูกปรับแพ้  :  Game lost by forfeit

 

20.1    หลักเกณฑ์  

           

ทีมจะถูกปรับแพ้การแข่งขัน  โดยการถูกปรับแพ้  ถ้า :

·       หลังจากเวลาการแข่งขันตามกำหนดการ  เริ่มเดินไปแล้ว 15 นาที  ทีมยังมาไม่ถึง  หรือ

มีผู้เล่นที่พร้อมลงแข่งขัน  ไม่ครบ  5  คน       

·       การกระทำใดๆ  ที่ขัดขวางการแข่งขันไม่ให้สามารถเล่นต่อไปได้

·       ปฏิเสธทำการแข่งขัน  หลังจากผู้ตัดสินได้สั่งแล้ว

 

20.2    บทลงโทษ

 

20.2.1 ให้ฝ่ายตรงข้าม เป็นฝ่ายชนะการแข่งขัน  ด้วยคะแนน  20 - 0   นอกจากนั้น  ให้ทีมที่ถูกปรับแพ้

ได้คะแนนการจัดอันดับ  0  คะแนน (points in the classification)

 

20.2.2  สำหรับการแข่งขัน ในระบบ  2  เกม (เหย้า–เยือน /home and away) ที่รวมคะแนนเป็นชุด และ     การแข่งขันระบบคัดเลือก (Play–Offs) 2 ใน 3 เกม ทีมที่ถูกปรับแพ้ ในเกมที่  1, เกมที่  2  หรือ เกมที่ 3 จะต้อง เป็นฝ่ายแพ้การแข่งขันของชุด หรือ การคัดเลือกโดย “การถูกปรับแพ้”(Forfeit)  กรณีนี้จะไม่นำไปใช้กับการแข่งขันระบบคัดเลือก  3 ใน 5  เกม

 

20.2.3  ถ้าในรายการแข่งขันนั้น  ทีมที่ถูกปรับแพ้ เป็นครั้งที่ 2  จะถูกปรับให้เสียสิทธิ์จากการแข่งขัน และให้ยกเลิกผลการแข่งขันทั้งหมด

 

ข้อ 21  การแพ้การแข่งขัน โดยมีผู้เล่นไม่ครบ  :  Game lost by default

 

21.1    หลักเกณฑ์

ทีมจะถูกปรับแพ้การแข่งขันโดยมีผู้เล่นไม่ครบ   ถ้าในระหว่างการแข่งขัน ทีมมีผู้เล่นในสนามแข่งขันที่พร้อมแข่งขัน น้อยกว่า  2  คน       

 

 

 

 

 

 

21.2    บทลงโทษ

21.2.1  ถ้าทีมมีคะแนนนำขณะกำลังแข่งขัน  ให้ถือผลคะแนน ณ เวลาเมื่อหยุดการแข่งขัน   ถ้ามีคะแนนตามหลัง ให้บันทึกคะแนนเป็น  2 -  0  แก่ทีมที่ชนะ  ทีมที่ถูกปรับแพ้การแข่งขัน โดยมีผู้เล่นไม่ครบ

จะได้คะแนนการจัดอันดับ 1  คะแนน

 

21.2.2  สำหรับการแข่งขัน ในระบบ  2  เกม(เหย้า–เยือน /home and away) ที่รวมคะแนนเป็นชุด ทีมที่ถูกปรับให้แพ้การแข่งขันเพราะมีผู้เล่นไม่ครบ ถูกปรับให้แพ้ ในเกมที่ 1 หรือ เกมที่ 2 จะเป็นฝ่ายแพ้การแข่งขันในชุดนั้น จะถูกปรับแพ้การแข่งขัน โดย ”มีผู้เล่นไม่ครบ” (default)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
   

 


กติกาหมวดที่ 5  การผิดระเบียบ   :   Violations

 
   

 


ข้อ 22  การผิดระเบียบ  :  Violations

 

22.1   คำจำกัดความ 

 

การผิดระเบียบ   คือการกระทำที่เป็นการละเมิดกติกา

 

22.2    บทลงโทษ

 

ให้ทีมตรงข้ามได้บอล  เพื่อส่งเข้าเล่น ณ จุดใกล้กับที่มีการละเมิดกติกา  ยกเว้น แนวตรงใต้กระดานหลัง  เว้นแต่ในกติกาได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

 

ข้อ 23  ผู้เล่นออกนอกสนาม และ ลูกบอลออกนอกสนาม

:  Player out-of-bounds and ball out-of-bounds

 

23.1    คำจำกัดความ

 

23.1.1   ผู้เล่น ออกนอกสนาม  เมื่อส่วนใด ๆ ของร่างกายสัมผัสถูกพื้น หรือ สิ่งอื่นใดที่ไม่ใช่ผู้เล่น             

            บนเส้นเขตสนาม, ด้านบนเหนือเส้นเขตสนาม หรือ นอกเส้นเขตสนาม

 

23.1.2  ลูกบอล ออกนอกสนาม  เมื่อลูกบอลสัมผัสถูก :

                                  ·          ผู้เล่น หรือ บุคคลอื่นที่อยู่นอกสนาม

                                  ·          พื้น หรือ สิ่งอื่นใดที่อยู่บนเส้นเขตสนาม, ด้านบนเหนือเส้นเขตสนาม หรือ นอกเส้นเขตสนาม

                                  ·          เครื่องยึดกระดานหลัง,  ด้านหลังของกระดานหลัง  หรือ สิ่งอื่นใดที่อยู่ด้านบนเหนือเขตสนาม

แข่งขัน

 

23.2    หลักเกณฑ์

 

23.2.1  ลูกบอลออกนอกสนาม โดยผู้เล่นคนสุดท้ายไปถูกลูกบอล หรือ ลูกบอลไปถูกผู้เล่นคนสุดท้าย ก่อนที่ ลูกบอลจะออกนอกสนาม  รวมทั้ง ถ้าลูกบอลออกนอกสนาม เพราะลูกบอลไปถูกสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ผู้เล่น

 

23.2.2  ถ้าลูกบอลออกนอกสนามเพราะถูกผู้เล่น หรือ อยู่กับผู้เล่นที่อยู่บนเส้นเขตสนาม หรือ นอกเส้นเขตสนาม ถือว่าผู้เล่นคนนั้นเป็นผู้ทำลูกบอลออกนอกสนาม

23.2.3  ถ้าผู้เล่นคนเดียว(หลายคน) เคลื่อนที่ออกนอกสนาม  หรือ กลับแดนหลังของเขา ระหว่าง เกิดลูกยึด ถือว่าเกิดสถานการณ์ลูกกระโดด

 

 

 

 

ข้อ 24  การเลี้ยงบอล  :  Dribbling

 

24.1    คำจำกัดความ

 

24.1.1  การเลี้ยงบอล   คือการเคลื่อนไหวของบอลดี  โดยผู้เล่นที่ครอบครองบอล ด้วยการโยนบอล, ปัดบอล, กลิ้งบอล ลงบนพื้น  หรือ เจตนาโยนลูกบอลไปกระทบกระดานหลัง

 

24.1.2  การเลี้ยงบอล เริ่มต้น  เมื่อผู้เล่นที่ครอบครองบอลดีในสนามแข่งขัน, โยนบอล, ปัดบอล, กลิ้งบอล, เลี้ยงบอลลงบนพื้น หรือ เจตนาโยนบอลไปกระทบกระดานหลัง แล้วถูกลูกบอลอีกครั้งก่อนลูกบอลจะถูกผู้เล่นอื่น    

           

การเลี้ยงบอล สิ้นสุด  เมื่อผู้เล่นถูกบอลพร้อมกันทั้งสองมือ  หรือ ทำให้ลูกบอลพักอยู่ในมือเดียว หรือ สองมือ

           

ในระหว่างเลี้ยงบอล  อาจจะโยนบอลขึ้นไปในอากาศ  โดยมีข้อกำหนดว่า  ลูกบอลต้องถูกพื้น หรือ  ถูกผู้เล่นอื่นก่อนผู้เล่นที่โยนบอลจะไปถูกบอลด้วยมือของเขาอีกครั้ง  ไม่มีข้อกำหนดสำหรับจำนวนการก้าวเท้า   ผู้เล่นสามารถก้าวเท้าได้  ถ้าลูกบอลไม่สัมผัสถูกมือของเขา

 

24.1.3  ผู้เล่นที่เสียการครอบครองบอลโดยบังเอิญ  แล้วกลับมาครอบครองบอลดีในสนามแข่งขันได้อีกครั้ง  ให้พิจารณาว่าเป็นการทำบอลหลุดมือโดยไม่เจตนา (Fumbling the ball)

 

24.1.4  การกระทำต่อไปนี้ไม่ใช่การเลี้ยงบอล :

                                  ·          การยิงประตูต่อเนื่องหลายครั้ง

                                  ·          การทำบอลหลุดมือโดยไม่เจตนา ขณะเริ่มต้น หรือสิ้นสุดการเลี้ยงบอล

                                  ·          การพยายามเข้าครอบครองบอล ด้วยการปัดบอลออกจากกลุ่มผู้เล่นอื่น

                                  ·          การปัดบอลออกจากการครอบครองของผู้เล่นอื่น

                                  ·          การสกัดกั้นการส่งบอล และได้ครอบครองบอล

                                  ·          การโยนบอลจากมือข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่ง  และทำให้ลูกบอลพักอยู่ในมือเดียวหรือสองมือ

ก่อนที่ลูกบอลจะถูกพื้น  โดยมีข้อกำหนดว่าต้องไม่ทำผิดระเบียบการพาบอลเคลื่อนที่

 

24.2    หลักเกณฑ์ 

 

ผู้เล่นต้องไม่เลี้ยงบอล ครั้งที่ 2  หลังจากการเลี้ยงบอลครั้งแรกได้สิ้นสุด  นอกจากเขาจะเสียการครอบครองบอลดีในสนามแข่งขัน  เพราะว่า :

                                  ·          การยิงประตู

                                  ·          ลูกบอลสัมผัสฝ่ายตรงข้าม

                                  ·          ส่งบอล หรือ ทำลูกบอลหลุดมือโดยไม่เจตนา หรือ ลูกบอลได้ถูกผู้เล่นคนอื่น

 

 

ข้อ 25  การพาบอลเคลื่อนที่ : Travelling 

 

25.1    คำจำกัดความ

 

25.1.1  การพาบอลเคลื่อนที่   คือการเคลื่อนที่ไปในทิศทางต่างๆ ที่ผิดกติกาของเท้าข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง  ที่นอกเหนือไปจากข้อกำหนดในกติกานี้  ขณะกำลังถือบอลดีอยู่ในสนามแข่งขัน

 

25.1.2  การหมุนตัว (pivot)  คือการเคลื่อนที่ไปในทิศทางต่างๆ อย่างถูกกติกาของผู้เล่น  ขณะกำลังถือบอลดีในสนามแข่งขัน  ด้วยการก้าวเท้าครั้งหนึ่ง หรือ มากกว่า ด้วยเท้าข้างเดียวกัน   ขณะที่เท้าอีกข้างหนึ่งเรียกว่า เท้าหลัก (pivot foot) สัมผัสติดอยู่กับพื้นที่จุดเดียว

 

 

25.2    หลักเกณฑ์

 

 

25.2.1  การสร้างเท้าหลัก เมื่อผู้เล่นที่จับบอลดีในสนามแข่งขัน :   

                                  ·          ขณะกำลังยืนด้วยเท้าสองข้างบนพื้น :

-     เคลื่อนที่ด้วยการยกเท้าข้างหนึ่งขึ้น  เท้าอีกข้างหนึ่งจะกลายเป็นเท้าหลัก

                                  ·          ขณะกำลังเคลื่อนที่

-          ถ้าเท้าข้างหนึ่งถูกพื้น  เท้าข้างนั้นจะกลายเป็น เท้าหลัก

-          ถ้าเท้าทั้งสองข้างพ้นจากพื้น  แล้วผู้เล่นลงสู่พื้นด้วยเท้าทั้งสองข้างพร้อมกัน,  เคลื่อนที่ด้วยการยกเท้าข้างหนึ่งขึ้น  เท้าอีกข้างหนึ่งจะกลายเป็นเท้าหลัก

-     ถ้าเท้าทั้งสองข้างพ้นจากพื้น แล้วผู้เล่นลงสู่พื้นด้วยเท้าข้างเดียว  เท้าข้างนั้นจะกลายเป็นเท้าหลัก  จากนั้น หากผู้เล่นใช้เท้าข้างนั้นกระโดดขึ้นจากพื้น  แล้วลงมาหยุดบนพื้นด้วยเท้าสองข้างพร้อมกัน  กรณีนี้ จะไม่มีเท้าใดเป็นเท้าหลัก

 

25.2.2  การเคลื่อนที่ไปพร้อมกับลูกบอลของผู้เล่นที่สร้างเท้าหลักแล้ว ขณะที่ครอบครองบอลดีในสนามแข่งขัน :  

                                  ·          ขณะกำลังยืนด้วยเท้าสองข้างบนพื้น

-          การเริ่มต้นเลี้ยงบอล  เท้าหลักต้องไม่ยกขึ้น ก่อนลูกบอลปล่อยจากมือเดียว(สองมือ)

-          การส่งบอล หรือ การยิงประตู  ผู้เล่นสามารถยกเท้าหลักขึ้นได้  แต่ต้องไม่ให้เท้าข้างใด

ข้างหนึ่งลงสู่พื้น  ก่อนลูกบอลปล่อยจากมือเดียว(สองมือ)

                                  ·          ขณะกำลังเคลื่อนที่

-     การส่งบอล หรือการยิงประตู  ผู้เล่นสามารถยกเท้าหลักขึ้นได้ แล้วลงสู่พื้นด้วยเท้า      ข้างเดียว หรือสองข้างพร้อมกัน  จากนั้น สามารถยกเท้าข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างขึ้นจากพื้น  แต่ต้องไม่ให้เท้าข้างใดข้างหนึ่งลงสู่พื้น  ก่อนลูกบอลปล่อยจากมือเดียว(สองมือ)

-          การเริ่มต้นเลี้ยงบอล  เท้าหลักต้องไม่ยกขึ้น ก่อนลูกบอลปล่อยจากมือเดียว(สองมือ)

 

                                  ·          ขณะเคลื่อนที่มาหยุด  เมื่อไม่มีเท้าข้างใดเป็นเท้าหลัก

-          การเริ่มต้นเลี้ยงบอล  ไม่ให้เท้าข้างใดข้างหนึ่งยกขึ้น ก่อนลูกบอลปล่อยจาก

มือเดียว(สองมือ)

-          การส่งบอล หรือยิงประตู  สามารถยกเท้าข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้างขึ้นได้ แต่ต้องไม่ให้

                              เท้าลงสู่พื้น  ก่อนลูกบอลปล่อยจากมือเดียว(สองมือ)

 

25.2.3  ผู้เล่นล้มลง, นอน หรือ นั่งอยู่บนพื้น  :  Player falling, lying or sitting on the floor

                                  ·          เป็นการเล่นที่ ถูกกติกา เมื่อผู้เล่นล้มลงแล้วลื่นไถลไปบนพื้น ขณะกำลังถือบอล หรือ      ขณะกำลังนอน  หรือนั่งอยู่บนพื้น  แล้วได้ครอบครองบอล

                                  ·          เป็นการเล่นที่ ผิดระเบียบ ถ้าผู้เล่นม้วนตัว  หรือ พยายามลุกขึ้นยืน ขณะกำลังถือบอล 

 

ข้อ 26  กติกา 3  วินาที  :   Three  seconds

 

26.1    หลักเกณฑ์

 

26.1.1  ผู้เล่นต้อง ไม่ อยู่ในเขต  3  วินาที ของฝ่ายตรงข้ามต่อเนื่องกันเกินกว่า  3  วินาที  ในขณะที่ทีมของเขากำลังครอบครองบอลดีอยู่ในแดนหน้า  และ เวลาการแข่งขันกำลังเดินอยู่

 

26.1.2  อนุญาตให้สำหรับผู้เล่นที่ :

                                  ·          พยายามออกจากเขต 3  วินาที

                                  ·          อยู่ในเขต  3  วินาที  เมื่อเขา หรือ เพื่อนร่วมทีมของเขา กำลังยิงประตู และลูกบอลกำลังปล่อย หรือ เพิ่งจะปล่อยจากมือเดียว(สองมือ) ในการยิงประตู

                                  ·          เลี้ยงบอลอยู่ในเขต  3  วินาที แล้วยิงประตู  ภายหลังที่เขาอยู่ในเขต 3  วินาที มาแล้วน้อยกว่า

                        3  วินาที

 

26.1.3  การทำให้ตัวเขาออกไปนอกเขต  3  วินาที  ผู้เล่นจะต้องทำให้เท้าทั้งสองข้างอยู่บนพื้นนอก              เขต  3  วินาที

 

ข้อ 27  ผู้เล่นถูกป้องกันใกล้ชิด  :  Closely guarded player 

 

27.1    คำจำกัดความ 

 

ผู้เล่นถูกป้องกันใกล้ชิด ขณะกำลังถือบอลดีในสนามแข่งขัน ด้วยฝ่ายตรงข้ามที่ป้องกันอย่างกระตือรือร้น ในระยะห่างไม่เกิน 1  เมตร

 

27.2    หลักเกณฑ์

           

ผู้เล่นที่ถูกป้องกันใกล้ชิดจะต้องส่งบอล, ยิงประตู หรือ เลี้ยงบอล  ภายในเวลา  5  วินาที

 

 

ข้อ 28  กติกา  8  วินาที  :  Eight  seconds 

 

28.1    หลักเกณฑ์

 

28.1.1  เมื่อใดก็ตามที่ : 

                                  ·          ผู้เล่นได้ครอบครอง บอลดี ใน แดนหลัง ของเขา

                                  ·          ขณะส่งบอลเข้าเล่น  ลูกบอลถูกผู้เล่น หรือ ผู้เล่นถูกลูกบอลอย่างถูกกติกาในแดนหลัง  แล้ว   ผู้เล่นของทีมนั้นยังคงครอบครองบอลอยู่ในแดนหลัง

 

ทีมนั้นต้องทำให้ลูกบอลขึ้นไปในแดนหน้า ภายในเวลา  8   วินาที

 

28.1.2  ทีมได้พาบอลขึ้นไปในแดนหน้า  เมื่อ :

                                  ·          ลูกบอล, ไม่อยู่ในการครอบครองบอลของผู้เล่นใด, สัมผัสกับแดนหน้า

                                  ·          ลูกบอลถูกผู้เล่น หรือ ผู้เล่นถูกลูกบอลอย่างถูกกติกา โดยผู้เล่นฝ่ายรุกที่มีเท้าทั้งสองข้างสัมผัสในแดนหน้าของเขา

                                  ·          ลูกบอลถูกผู้เล่น หรือ ผู้เล่นถูกลูกบอลอย่างถูกกติกา โดยผู้เล่นฝ่ายป้องกันที่มีส่วนใดของร่างกายสัมผัสในแดนหลังของเขา

                                  ·          ลูกบอลถูกกรรมการที่มีส่วนใดของร่างกายของเขา อยู่ในแดนหน้าของทีมครอบครองบอล

                                  ·          ในระหว่างการเลี้ยงบอลจากแดนหลังขึ้นไปแดนหน้า  เท้าทั้งสองข้างของผู้เลี้ยงบอล และ   ลูกบอลสัมผัสกับแดนหน้า

                                  ·          และ ลูกบอลสัมผัสกับแดนหน้า

 

28.1.3  ช่วงเวลา  8  วินาที  ยังคงนับต่อเนื่องจากเวลาที่เหลืออยู่  เมื่อทีมที่ครอบครองบอลอยู่เดิมเป็นฝ่ายได้ส่งบอลเข้าเล่นในแดนหลัง  จากผลของ :

                                  ·          ลูกบอลออกได้ไปนอกสนาม

                                  ·          ผู้เล่นของทีมเดียวกันได้รับบาดเจ็บ

                                  ·          สถานการณ์ลูกระโดด

                                  ·          ฟาล์วคู่

                                  ·          การยกเลิกบทลงโทษที่เท่ากันของทั้งสองทีม

 

 

 

 

 

 

 

ข้อ 29 กติกา  24  วินที  :  Twenty - four seconds 

 

29.1    หลักเกณฑ์

 

29.1.1  เมื่อใดก็ตาม ที่ :

                                  ·          ผู้เล่นได้ครอบครอง บอลดี ใน สนามแข่งขัน

                                  ·          ขณะส่งบอล  ลูกบอลถูกผู้เล่น หรือ ผู้เล่นคนหนึ่งคนใดถูกบอลอย่างถูกกติกาในสนามแข่งขัน  และ ทีมของผู้เล่นที่ส่งบอลยังคงได้ครอบครองบอล

 

ทีมนั้นจะต้องพยายามยิงประตู ภายในเวลา  24  วินาที

           

องค์ประกอบของการยิงประตูภายใน  24  วินาที :

                                  ·          ลูกบอลต้องหลุดจากมือเดียว(สองมือ) ของผู้เล่น  ก่อนเสียงสัญญาณ  24  วินาที ดัง  และ

                                  ·          ภายหลังลูกบอลหลุดจากมือเดียว(สองมือ) ของผู้เล่น  ลูกบอลจะต้องถูกห่วง หรือ ลงห่วง      ตาข่าย 

29.1.2  เมื่อใดที่มี การยิงประตูในช่วงใกล้สิ้นสุดเวลา 24 วินาที  และเสียงสัญญาณ 24 วินาที ดังขณะที่ลูกบอลลอยอยู่ในอากาศ :

                                  ·          ถ้าลูกบอลลงห่วงตาข่าย  ถือว่าไม่เกิดการทำผิดระเบียบ  ไม่ต้องสนใจเสียงสัญญาณ  และ ให้นับเป็นประตู

                                  ·          ถ้าลูกบอล ถูกห่วงแต่ไม่เข้าห่วงตาข่าย  ถือว่าไม่เกิดการทำผิดระเบียบ ไม่ต้องสนใจเสียงสัญญาณ  แล้วให้การแข่งขันดำเนินต่อไป

                                  ·          ถ้าลูกบอล ไม่ถูกห่วง  ถือว่าเกิดการทำผิดระเบียบ อย่างไรก็ตาม ถ้าฝ่ายตรงข้ามได้ครอบครองบอลในทันทีทันใดอย่างชัดเจน  ไม่ต้องสนใจเสียงสัญญาณ แล้วให้การแข่งขันดำเนินต่อไป

 

ข้อกำหนดทั้งหมด เกี่ยวกับการขัดขวางลูกบอลลงห่วง และ การรบกวนห่วงตาข่ายให้นำมาใช้

 

29.2    วิธีดำเนินการ

 

29.2.1  ถ้ากรรมการ หยุด การแข่งขัน  :

                                  ·          สำหรับการฟาล์ว หรือ การทำผิดระเบียบ (ไม่ใช่ลูกบอลออกไปนอกสนาม) โดยทีมที่ไม่ได้

ครอบครองบอล

                                  ·          ด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง โดยทีมที่ไม่ได้ครอบครองบอล

                                  ·          ด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง และ ไม่เกี่ยวข้องกับทีมใดทีมหนึ่ง

 

การครอบครองบอล  ให้แก่ทีมเดิมที่ได้ครอบครอง

 

หากการส่งบอลเข้าเล่น  ดำเนินการอยู่ในแดนหลัง  ให้ตั้งเวลา  24  วินาที ใหม่

           

หากการส่งบอลเข้าเล่น  ดำเนินการอยู่ในแดนหน้า  เวลา  24  วินาที  ให้ตั้งเวลา ดังต่อไปนี้ :

                                  ·          ขณะหยุดการแข่งขัน  ถ้านาฬิกา 24  วินาที แสดงเวลา 14 วินาที หรือ มากกว่า ไม่ต้องตั้ง เวลา  24  วินาที ใหม่ และ ให้เวลาเดินต่อจากเวลาที่ได้หยุดการแข่งขัน

                                  ·          ขณะหยุดการแข่งขัน  ถ้านาฬิกา 24  วินาที แสดงเวลา 13 วินาที หรือน้อยกว่า ให้ตั้ง

เวลา   24  วินาที ใหม่  เป็น 14  วินาที

 

อย่างไรก็ตาม  หากกรรมการพิจารณาว่า อาจทำให้ฝ่ายตรงข้ามอยู่ในสถานะเสียเปรียบ สามารถให้เวลา  24  วินาที เดินต่อจากเวลาที่หยุดได้

 

29.2.2  หากเสียงสัญญาณนาฬิกา  24  วินาที ดังผิดพลาด ในขณะที่ทีมกำลังครอบครองบอลหรือไม่มีทีมครอบครองบอล  ไม่ต้องสนใจเสียงสัญญาณ  และให้การแข่งขันดำเนินต่อไป

           

อย่างไรก็ตาม หากกรรมการพิจารณาว่า ทีมครอบครองบอลอยู่ในสถานะเสียเปรียบ กรรมการ สามารถหยุดการแข่งขัน เพื่อแก้ไขเวลา 24 วินาทีให้ถูกต้อง แล้วให้ทีมนั้นได้บอล

 

ข้อ 30 ลูกบอลกลับสู่แดนหลัง  :  Ball  returned  to the backcourt

 

30.1    คำจำกัดความ

 

30.1.1  ลูกบอล กลับสู่แดนหลัง ของทีม  เมื่อ :

                                  ·          ลูกบอลถูกแดนหลัง

                                  ·          ลูกบอลถูกผู้เล่น หรือ ลูกบอลถูกผู้เล่นฝ่ายรุก ที่มีส่วนของร่างกายสัมผัสกับแดนหลังอย่างถูกกติกา

                                  ·          ลูกบอลถูกกรรมการ ที่มีส่วนของร่างกายสัมผัสกับแดนหลัง

 

30.1.2  ลูกบอลได้กลับสู่แดนหลังอย่างผิดกติกา  เมื่อผู้เล่นของทีมที่ครอบครองบอลดีเป็นคนสุดท้ายที่ถูกบอลในแดนหน้า  จากนั้นผู้เล่นคนนั้นหรือผู้เล่นทีมเดียวไปถูกบอลเป็นคนแรกในแดนหลัง

 

ข้อกำหนดนี้ให้ใช้กับทุกสถานการณ์ในแดนหน้าของทีม รวมทั้งการส่งบอลเข้าเล่น  อย่างไรก็ตาม ไม่ให้ใช้กับผู้เล่นที่กระโดดจากแดนหน้าของเขา และได้เป็นทีมครอบครองบอลใหม่  ในขณะที่ยังคงลอยตัวอยู่ในอากาศ แล้วลงสู่พื้นในแดนหลังของเขา

 

30.2    หลักเกณฑ์ 

           

ผู้เล่นของทีมที่ครอบครองบอลดี จะต้องไม่ทำให้ลูกบอลกลับสู่แดนหลังของเขาอย่างผิดกติกา

 

30.3    บทลงโทษ 

 

ให้ทีมตรงข้าม ได้บอลเพื่อส่งเข้าเล่นในแดนหน้าของเขา ณ จุดใกล้กับที่มีการละเมิดกติกา ยกเว้น แนวตรงใต้กระดานหลัง

 

 

ข้อ 31  การขัดขวางลูกบอลลงห่วง และการรบกวนห่วงตาข่าย  :  Goaltending  and Interference

 

31.1    คำจำกัดความ

 

31.1.1  การยิงประตู หรือการโยนโทษ :

                                  ·          เริ่มต้น  เมื่อลูกบอลหลุดจากมือเดียว(สองมือ)ของผู้เล่นที่อยู่ในท่ากำลังยิงประตู

                                  ·          สิ้นสุด  เมื่อลูกบอล :

-          ลงห่วงตาข่ายโดยตรงจากด้านบนและอยู่ในตาข่าย หรือ ผ่านห่วงตาข่าย

-          ไม่มีโอกาสที่จะลงห่วงตาข่าย

-          กระทบห่วง

-          ถูกพื้น

-          กลายเป็นบอลตาย

 

31.2    หลักเกณฑ์

 

31.2.1  การขัดขวางลูกบอลลงห่วง ที่เกิดขึ้นในระหว่าง การยิงประตู  เมื่อผู้เล่นถูกบอลที่ลอยอยู่เหนือระดับห่วงอย่างสมบูรณ์  และ :          

                                  ·          ลูกบอลลอยลงมาที่ห่วงตาข่าย  หรือ

                                  ·          ภายหลังลูกบอลกระทบกระดานหลัง

 

31.2.2  การขัดขวางลูกบอลลงห่วง ที่เกิดขึ้นในระหว่าง การโยนโทษ เมื่อผู้เล่นถูกบอลขณะที่ลูกบอลลอยไปที่ห่วงตาข่าย  และ ก่อนลูกบอลถูกห่วง

 

31.2.3  ให้นำข้อกำหนดเรื่องการขัดขวางลูกบอลลงห่วง ไปใช้ จนกว่า

                                  ·          ลูกบอลไม่มีโอกาสลงห่วงตาข่าย

                                  ·          ลูกบอลได้กระทบห่วง

 

31.2.4  การรบกวนห่วงตาข่าย เกิดขึ้น  เมื่อ :

                                  ·          ภายหลังการยิงประตู  หรือ การโยนโทษครั้งสุดท้ายหรือครั้งเดียว  เมื่อผู้เล่นถูกห่วงตาข่าย

หรือกระดานหลัง  ขณะที่ลูกบอลกระทบกับห่วง

                                  ·          ภายหลังการโยนโทษ  ที่ต้องเล่นต่อด้วยการโยนโทษอื่นครั้งเดียว(หลายครั้ง) เมื่อผู้เล่นถูกห่วง

ตาข่ายหรือกระดานหลัง ขณะที่ลูกบอลยังมีโอกาสที่จะลงห่วงตาข่าย

                                  ·          ผู้เล่นเอื้อมมือลอดผ่านห่วงตาข่ายจากด้านล่างขึ้นไปถูกลูกบอล

                                  ·          ผู้เล่นฝ่ายป้องกันถูกบอล หรือ ถูกห่วงตาข่าย ขณะที่ลูกบอลอยู่ในห่วงตาข่าย  เพื่อเป็นการ

ขัดขวางไม่ให้ลูกบอลผ่านห่วงตาข่ายลงมา

                                  ·          ผู้เล่นทำให้ห่วงตาข่ายสั่นสะเทือน หรือ คว้าจับห่วงตาข่าย ภายใต้การพิจารณาของกรรมการว่า ลูกบอลถูกขัดขวางไม่ให้ลงห่วงตาข่าย หรือ เป็นเหตุไม่ให้ลูกบอลลงห่วงตาข่าย

                                  ·          ผู้เล่นคว้าจับห่วงตาข่ายเพื่อเล่นลูกบอล 

 

31.2.5  เมื่อ :

                                  ·          กรรมการเป่านกหวีด ขณะที่ลูกบอลอยู่ในมือของผู้เล่นที่อยู่ในท่ากำลังยิงประตู หรือ

ลูกบอลลอยอยู่ในอากาศจากการยิงประตู

                                  ·          เสียงสัญญาณหมดเวลาการแข่งขันดังขึ้น  ขณะที่ลูกบอลลอยอยู่ในอากาศจากการยิงประตู

ผู้เล่นต้องไม่ไปถูกลูกบอล ภายหลังที่ลูกบอลได้ถูกห่วงแล้ว  ตราบที่ลูกบอลยังมีโอกาสลงห่วงตาข่าย

            ข้อกำหนดทั้งหมด  ที่เกี่ยวการขัดขวางลูกบอลลงห่วง และ การรบกวนห่วงตาข่าย ให้นำมาใช้

 

31.3    บทลงโทษ

 

 

31.3.1  หากการผิดระเบียบทำโดย  ผู้เล่นฝ่ายรุก  คะแนนไม่นับ  ให้ฝ่ายตรงข้ามส่งบอลเข้าเล่นจากแนวเส้นโยนโทษ  เว้นแต่กติกาได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

31.3.2  หากการผิดระเบียบทำโดย  ผู้เล่นฝ่ายป้องกัน ให้ฝ่ายรุก ได้รับคะแนน :

                                  ·          1  คะแนน   เมื่อลูกบอลหลุดจากมือโดยการโยนโทษ

                                  ·          2  คะแนน  เมื่อลูกบอลหลุดจากมือจากการยิงประตูในเขต  2  คะแนน

                                  ·          3  คะแนน  เมื่อลูกบอลหลุดจากมือจากการยิงประตูในเขต  3  คะแนน

 

การให้เป็นคะแนน เปรียบเสมือนลูกบอลลงห่วงตาข่ายตามปกติ

 

31.3.3  หากการผิดระเบียบทำโดย ผู้เล่นฝ่ายป้องกัน ระหว่างการโยนโทษครั้งสุดท้าย หรือโยนโทษครั้งเดียว  ให้ฝ่ายรุกได้ 1  คะแนน  ตามด้วยปรับฟาล์วเทคนิคผู้เล่นฝ่ายป้องกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กติกาหมวดที่  6   การฟาล์ว  :   Rule Six  – Foul

 
   

 


ข้อ 32  การฟาล์ว :  Foul

 

32.1    คำจำกัดความ

 

32.1.1  การฟาล์วคือ  การละเมิดกติกาที่เกี่ยวกับการถูกต้องตัวฝ่ายตรงข้ามที่ผิดกติกา และ/หรือพฤติกรรมที่ไม่ใช่วิสัยนักกีฬา

 

32.1.2  สามารถเรียกฟาล์วกับทีมจำนวนเท่าใดก็ได้  โดยไม่ต้องคำนึงถึงบทลงโทษ การปรับเป็นฟาล์วแต่ละครั้ง  ให้บันทึกลงในใบบันทึกคะแนน  เป็นการฟาล์วของผู้ที่ทำผิดและลงโทษไปตามกติกา

 

ข้อ 33 การปะทะ : หลักการทั่วไป   Contact :  General principles

 

33.1     หลักการรูปทรงกระบอก  :  Cylinder principles

 

33.1.1  หลักการรูปทรงกระบอก  คือการกำหนดพื้นที่ว่างสมมติเป็นรูปทรงกระบอกของผู้เล่นที่ยืนอยู่บนพื้น  รวมทั้งพื้นที่ว่างเหนือผู้เล่นขึ้นไป  โดยมีขอบเขต  ดังนี้ :

·       ด้านหน้า  โดยฝ่ามือของมือทั้งสองข้าง

·       ด้านหลัง  โดยสะโพก  และ

·       ด้านข้าง   โดยส่วนนอกสุดของแขน และขาทั้งสองข้าง

 

มือและแขนทั้งสองข้าง  อาจยื่นออกไปด้านหน้าของลำตัว  ไม่เลยออกไปเกินกว่าตำแหน่งของเท้า, โดยแขนทั้งสองข้างงอศอก  เช่นเดียวกับแขนท่อนล่าง และ มือทั้งสองข้างที่ยกขึ้น  ระยะห่างระหว่างเท้าทั้งสองเป็นสัดส่วนกับความสูงของเขา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพที่ 5   หลักการรูปทรงกระบอกCylinder principle

33.2     หลักการของแนวดิ่ง  :   Principle of verticality

           

ในระหว่างการแข่งขัน  ผู้เล่นแต่ละคนมีสิทธิ์ที่จะอยู่ ณ ตำแหน่งใดก็ได้ (รูปทรงกระบอก - cylinder)ในสนามแข่งขัน  โดยไม่มีฝ่ายตรงข้ามยืนอยู่ก่อนแล้ว

 

หลักการนี้  เป็นการป้องกันพื้นที่ว่างบนพื้นที่ ซึ่งเขายืนอยู่ และ พื้นที่ว่างเหนือเขาขึ้นไป  เมื่อเขากระโดดขึ้นในแนวดิ่งภายในพื้นที่ว่างนั้น

           

ทันทีที่ผู้เล่นออกจากตำแหน่งแนวดิ่งของเขา (รูปทรงกระบอก) และ เกิดมีการถูกต้องตัวกับฝ่ายตรงข้ามที่อยู่ในตำแหน่งแนวดิ่ง(รูปทรงกระบอก) ของเขาก่อนแล้ว  ผู้เล่นที่ออกจากตำแหน่งแนวดิ่ง      (รูปทรงกระบอก) จะต้องรับผิดชอบการปะทะ

 

ผู้เล่นฝ่ายป้องกันจะไม่ถูกลงโทษ  สำหรับการกระโดดขึ้นจากพื้นในแนวดิ่ง(ในรูปทรงกระบอกของเขา) หรือ ยกมือ และ แขนทั้งสองข้างขึ้นด้านบน ภายในรูปทรงกระบอกของเขา

 

ผู้เล่นฝ่ายรุก ไม่ว่าอยู่บนพื้น หรือ ลอยตัวอยู่ในอากาศ จะต้องไม่ไปปะทะผู้เล่นฝ่ายป้องกันที่อยู่ในตำแหน่งการป้องกันที่ถูกต้อง โดย :

·       ใช้แขนทั้งสองข้างทำให้ตัวเขามีพื้นที่ว่างมากขึ้น (ผลักออก)

·       กางขา หรือแขน ทั้งสองข้างออก ทำให้เกิดมีการปะทะ ในระหว่างการยิงประตู หรือ ภายหลังการยิงประตูโดยทันที

 

33.3     ตำแหน่งการป้องกันที่ถูกต้อง :  Legal guarding position

           

ผู้เล่นฝ่ายป้องกัน  อยู่ในตำแหน่งการป้องกันที่ถูกต้อง  เมื่อ :

·       เขาหันหน้า (facing) เข้าหาฝ่ายตรงข้าม, และ

·       เขายืนอยู่บนพื้นด้วยเท้าทั้งสองข้าง

 

ตำแหน่งการป้องกันที่ถูกต้อง จะยื่นต่อขึ้นไปในแนวดิ่งเหนือตัวเขา (รูปทรงกระบอก) จากพื้นถึงเพดาน   เขาอาจยกแขนและมือทั้งสองข้างเหนือศีรษะ หรือ กระโดดในแนวดิ่ง  แต่เขาจะต้องคงอยู่ในตำแหน่งแนวดิ่งของพวกเขาภายในรูปทรงกระบอกสมมติ

 

 

33.4     การป้องกันผู้เล่นที่ครอบครองบอล :  Guarding a player who controls the ball

 

ขณะกำลังป้องกันผู้เล่นที่ครอบครองบอล(กำลังถือบอลหรือกำลังเลี้ยงบอล)  องค์ประกอบของเวลาและ ระยะทางไม่ให้นำมาใช้

 

ผู้เล่นที่มีบอลต้องรู้ว่าจะถูกป้องกัน  และ ต้องเตรียมพร้อมที่จะหยุดหรือเปลี่ยนทิศทาง  เมื่อใดก็ตามที่ฝ่ายตรงข้ามอยู่ในตำแหน่งการป้องกันที่ถูกต้องตรงหน้าเขา  แม้ว่าการป้องกันนั้นจะกระทำในช่วงเสี้ยววินาทีก็ตาม

ผู้เล่นที่กำลังป้องกัน (ฝ่ายป้องกัน) ต้องอยู่ในตำแหน่งการป้องกันที่ถูกต้อง  ไม่ทำให้เกิดการปะทะก่อนที่จะเข้าไปอยู่ในตำแหน่งของเขา

 

ขณะเดียวกันที่ผู้เล่นฝ่ายป้องกันอยู่ในตำแหน่งการป้องกันที่ถูกต้อง เขาสามารถเคลื่อนที่ป้องกันฝ่ายตรงข้ามของเขา  แต่เขาจะต้องไม่ยื่นแขนทั้งสองข้าง, ไหล่, สะโพกหรือขา ไปขัดขวางผู้เลี้ยงบอลที่กำลังผ่านเขาไป

 

การพิจารณาสถานการณ์ การชน/การสกัดกั้น (charge / block)  ที่เกี่ยวกับผู้เล่นที่มีบอล กรรมการต้องใช้หลักการ ต่อไปนี้:  

·       ผู้เล่นฝ่ายป้องกัน จะต้องอยู่ในตำแหน่งการป้องกันที่ถูกต้อง  โดยการหันหน้าเข้าหาผู้เล่นที่มีบอล และเท้าทั้งสองข้างต้องอยู่บนพื้น

·       ผู้เล่นฝ่ายป้องกัน อาจจะยืนอยู่กับที่, กระโดดขึ้นในแนวดิ่ง, เคลื่อนที่ไปทางด้านข้าง หรือ ถอยหลัง เพื่อให้คงอยู่ในตำแหน่งการป้องกันที่ถูกต้อง

·    เมื่อเขาเคลื่อนที่  เพื่อให้คงอยู่ในตำแหน่งการป้องกันที่ถูกต้อง  เท้าข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างอาจจะยกขึ้นจากพื้น เคลื่อนที่ไปทางด้านข้างหรือถอยหลัง แต่ต้อง ไม่เคลื่อนที่ตรง เข้าไปหาผู้เล่นที่มีบอล

·    การปะทะจะต้องเกิดขึ้นที่ลำตัว  ในกรณีนี้  ผู้เล่นฝ่ายป้องกันจึงจะได้รับการพิจารณาว่าเขาได้อยู่ในตำแหน่งที่เกิดการปะทะก่อน

·    เมื่ออยู่ในตำแหน่งการป้องกันที่ถูกต้อง  ผู้เล่นฝ่ายป้องกันสามารถหมุนตัวภายในรูปทรงกระบอกของเขา เพื่อหลีกเหลี่ยงการบาดเจ็บ

 

ในทุกเหตุการณ์ดังกล่าวข้างบนนี้  ให้พิจารณาว่า  การปะทะที่เกิดขึ้นกระทำโดยผู้เล่นที่มีบอล        

 

33.5     การป้องกันผู้เล่นที่ไม่ได้ครอบครองบอล  :  Guarding a player who does not control the ball

 

ผู้เล่นที่ไม่ได้ครอบครองบอล มีสิทธิ์เคลื่อนที่ได้โดยอิสระ  และ อยู่ ณ ตำแหน่งใด ๆ ในสนามแข่งขันที่ไม่มีผู้เล่นอื่นยืนอยู่ก่อน

 

ขณะกำลังป้องกันผู้เล่นที่ไม่ได้ครอบครองบอล ให้นำ องค์ประกอบของเวลาและระยะทาง(elements of time and distance)มาใช้  ผู้เล่นฝ่ายป้องกันไม่สามารถเข้าไปในตำแหน่งที่ใกล้  และ/หรือ เข้าไปอย่างรวดเร็วในทางของฝ่ายตรงข้ามที่กำลังเคลื่อนที่  จนทำให้เขาไม่มีเวลาและระยะทางเพียงพอที่ หยุด หรือเปลี่ยนทิศทางของเขา

 

ระยะทางจะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับความเร็วของฝ่ายตรงข้าม  ซึ่งไม่น้อยกว่า 1  ก้าวปกติ  และ ไม่เกิน 2  ก้าวปกติ

 

หากผู้เล่นฝ่ายป้องกันละเมิดหลักการของเวลา และระยะทาง ในการเข้าไปยังตำแหน่งการป้องกันที่ถูกต้องของเขา  แล้วเกิดการปะทะกับฝ่ายป้องกัน   เขาต้องรับผิดชอบต่อการปะทะ

ขณะเดียวกัน  ผู้เล่นฝ่ายป้องกันอยู่ในตำแหน่งการป้องกันที่ถูกต้อง  เขาสามารถเคลื่อนที่ป้องกันฝ่ายตรงข้ามของเขา  เขาต้องไม่ขัดขวางฝ่ายรุกที่กำลังผ่านตัวเขาไป  โดยการยื่นแขนทั้งสองข้าง, ไหล่, สะโพกหรือขา ไปในทางของฝ่ายตรงข้าม   เขาสามารถหมุนตัวภายในรูปทรงกระบอกของเขา เพื่อหลีกเหลี่ยงการบาดเจ็บ

 

33.6     ผู้เล่นที่ลอยตัวอยู่ในอากาศ  :  A player who is in the air

 

ผู้เล่นที่กระโดดจากพื้นสนามขึ้นไปในอากาศ  มีสิทธิ์ลงสู่พื้นสนามอีกครั้ง ณ ที่จุดเดิม

           

เขามีสิทธิ์ลงสู่พื้นสนามแข่งขันที่จุดอื่นได้   โดยมีเงื่อนไขว่า จุดที่เขาลงสู่พื้น และ ระหว่างทางจากจุดที่เขากระโดดขึ้นไปในอากาศกับจุดที่เขาลงสู่พื้น ไม่มีฝ่ายตรงข้ามคนเดียว(หลายคน)ยืนอยู่ในเวลาที่กระโดด

 

หากผู้เล่นที่กระโดดขึ้นไปในอากาศ และลงสู่พื้น แต่ด้วยแรงส่งของเขา (his momentum) ทำให้เขาไปปะทะฝ่ายตรงข้ามที่อยู่ในตำแหน่งการป้องกันที่ถูกต้องที่อยู่ห่างออกไปจากจุดที่ลงสู่พื้น  ผู้กระโดดเป็นผู้รับผิดชอบต่อการปะทะ

           

ฝ่ายตรงข้ามต้องไม่เคลื่อนที่เข้าไปในทางของผู้เล่น  หลังจากที่ผู้เล่นได้กระโดดขึ้นไปในอากาศแล้ว

 

การเคลื่อนที่เข้าไปด้านล่างผู้เล่นที่ลอยตัวอยู่ในอากาศ  แล้วทำให้เกิดการปะทะ โดยปกติเป็นการฟาล์วผิดวิสัยนักกีฬา (unsportsmanlike foul)  และในกรณีที่เกิดขึ้นโดยชัดเจน สามารถปรับเป็นฟาล์วเสียสิทธิ์ได้ (disqualifying foul)

 

33.7     การกำบัง : การกำบังที่ถูกกติกาและผิดกติกา   Screening :  Legal and illegal

การกำบัง  คือการพยายามยับยั้ง หรือ ป้องกันผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่ไม่มีลูกบอล ไม่ให้ไปถึงตำแหน่งที่ต้องการในสนามแข่งขัน

 

การกำบังที่ ถูกกติกา  คือการที่ผู้เล่นทำการกำบังฝ่ายตรงข้าม โดย :

·       ยืนอยู่กับที่ (ในรูปทรงกระบอกของเขา) เมื่อเกิดการปะทะ

·       เท้าทั้งสองข้างอยู่บนพื้น  เมื่อเกิดการปะทะ

 

การกำบังที่ ผิดกติกา  คือการที่ผู้เล่นทำการกำบังฝ่ายตรงข้าม โดย :

·       กำลังเคลื่อนที่  เมื่อเกิดการปะทะ

·       ไม่ยอมให้มีระยะห่างเพียงพอ ในการทำกำบังที่อยู่นอกสายตาฝ่ายตรงข้ามที่ยืนอยู่กับที่    เมื่อเกิดการปะทะ

·       ละเมิดเรื่อง องค์ประกอบของเวลาและระยะทาง ของฝ่ายตรงข้ามที่ กำลังเคลื่อนที่ เมื่อ   เกิดการปะทะ

 

หากการกำบัง ทำอยู่ ในสายตาของฝ่ายตรงข้ามที่ยืนอยู่กับที่ (ด้านหน้า หรือ ด้านข้าง) ผู้กำบังสามารถกำบังในระยะใกล้กับฝ่ายตรงข้ามได้ตามที่เขาต้องการ โดยมีข้อกำหนดว่า ต้องไม่มีการปะทะ

 

หากการกำบังทำอยู่ นอกสายตา ของฝ่ายตรงข้ามที่ยืนอยู่กับที่  ผู้กำบังต้องยอมให้มีระยะห่างจากฝ่ายตรงข้าม 1  ก้าวปกติ  โดยไม่มีการปะทะ

 

หากฝ่ายตรงข้าม กำลังเคลื่อนที่  ให้นำองค์ประกอบของเวลาและระยะทางมาใช้  ผู้กำบังต้องยอมให้มี พื้นที่ว่างเพียงพอ ให้ผู้เล่นที่ถูกกำบังสามารถหลีกเหลี่ยงการถูกกำบัง  ด้วยการหยุดหรือเปลี่ยนทิศทาง

 

ระยะทางที่กำหนดคือ ไม่น้อยกว่า 1  ก้าว   และ ไม่เกินกว่า  2  ก้าวปกติ

           

ผู้เล่นที่ถูกกำบังอย่างถูกกติกา ต้องรับผิดชอบต่อการปะทะกับผู้เล่นที่ทำกำบัง

 

33.8     การชน  :  Charging

 

การชน  คือการปะทะตัวบุคคลที่ผิดกติกา  ในขณะที่มีลูกบอล หรือ ไม่มีบอล ด้วยการผลัก หรือเคลื่อนที่ไปปะทะลำตัวของฝ่ายตรงข้าม

 

33.9     การสกัดกั้น :  Blocking

 

การสกัดกั้น  คือการปะทะตัวบุคคลที่ผิดกติกา  ด้วยการขัดขวางการเคลื่อนไปข้างหน้าของฝ่ายตรงข้ามที่มีลูกบอล หรือ ไม่มีลูกบอล

 

ผู้เล่นที่พยายามทำกำบัง ทำให้เกิดการสกัดกั้นได้  ถ้าเกิดขึ้นการปะทะ  เมื่อเขากำลังเคลื่อนที่ และฝ่ายตรงข้ามยืนอยู่กับที่ หรือ ถอยห่างจากเขา

 

หากผู้เล่นไม่สนใจเล่นลูกบอล  หันหน้าเข้าหาฝ่ายตรงข้าม และขยับตำแหน่งของเขาไปตามการขยับของฝ่ายตรงข้าม  ในเบื้องต้นเขาต้องรับผิดชอบต่อการปะทะเกิดขึ้น  ยกเว้น จะมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง

 

ข้อความ  “ยกเว้นจะมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง”  หมายถึง จงใจผลัก, ชน หรือ ดึง โดยผู้เล่นที่ถูกกำบัง

 

นับเป็นการเล่นที่ถูกต้องสำหรับผู้เล่นที่ยื่นแขนข้างเดียว(สองข้าง), กางศอกข้างเดียว(สองข้าง) ออกไปนอกรูปทรงกระบอก  ขณะเขาอยู่บนพื้น  แต่เขาเหล่านั้นต้องลดแขน หรือ ศอกลงมาในรูปทรงกระบอก  เมื่อฝ่ายตรงข้ามพยายามจะผ่านไป  ถ้าแขน หรือศอก อยู่นอกรูปทรงกระบอก  และ เกิดการปะทะ ถือเป็นการสกัดกั้น หรือการดึง

 

 

 

 

 

33.10  เขตพื้นที่ครึ่งวงกลมปลอดการฟาล์วชน  :  No charge  semi-circle  area

 

เขตพื้นที่ครึ่งวงกลมปลอดการฟาล์วชน ได้เขียนลงไปในสนามแข่งขัน  โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อกำหนดเขตพื้นที่โดยเฉพาะ สำหรับการวินิจฉัยสถานการณ์ การชน / การสกัดกั้น ใต้ห่วงตาข่าย

ในสถานการณ์การรุกทุกครั้งในเขตพื้นที่ครึ่งวงกลมปลอดการฟาล์วชน  ที่ทำให้เกิดการปะทะโดยผู้เล่นฝ่ายรุกกับผู้เล่นฝ่ายป้องกันในครึ่งวงกลมปลอดการฟาล์วชน  จะไม่เรียกเป็นการฟาล์วของฝ่ายรุก นอกจากผู้เล่นฝ่ายรุก ใช้มือ(เดียวหรือทั้งสองมือ), แขน(เดียวหรือทั้งสองแขน), ขา(เดียวหรือทั้งสองขา), หรือร่างกาย อย่างผิดกติกา  เมื่อ

                                  ·          ผู้เล่นฝ่ายรุก เป็นผู้ครอบครองบอลขณะลอยตัวอยู่ในอากาศ, และ

                                  ·          เขาพยายามยิงประตู  หรือ ส่งบอล, และ

                                  ·          ผู้เล่นฝ่ายป้องกัน  มีเท้าทั้งสองข้างอยู่ในเขตพื้นที่ครึ่งวงกลมปลอดการฟาล์วชน

 

33.11   การสัมผัสฝ่ายตรงข้ามด้วยมือ และ/หรือด้วยแขน

:  Contacting an opponent with the hand(s) and/or arm(s)

 

การสัมผัสฝ่ายตรงข้าม ด้วยมือเดียว(สองมือ) การกระทำในลักษณะนี้  ไม่จำเป็นต้องเป็นการฟาล์วเสมอไป

 

กรรมการต้องพิจารณาผู้เล่นทั้งสองที่เป็นต้นเหตุ การปะทะ แล้วทำให้ได้เปรียบ  ถ้าการปะทะทำโดยผู้เล่นในการจำกัดการเคลื่อนที่โดยอิสระของฝ่ายตรงข้าม การปะทะนั้นถือเป็นการทำฟาล์ว

 

การใช้มือเดียว(สองข้าง) ที่ผิดกติกา  หรือการยื่นแขนเดียว(สองแขน) ที่ผิดกติกา   เกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นฝ่ายป้องกันที่อยู่ในตำแหน่งการป้องกัน ใช้มือเดียว(สองข้าง) ของเขา  หรือใช้แขนเดียว(สองแขน)ยกขึ้นไปสัมผัสและถูกต้องตัวตลอดเวลา  เพื่อหน่วงเหนี่ยวการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าของฝ่ายตรงข้ามที่ มีบอล หรือ ไม่มีบอล

 

การใช้มือสัมผัสซ้ำๆ  หรือ ใช้มือ ”แหย่” (jab) ฝ่ายตรงข้ามที่มีบอล หรือ ไม่มีบอล  ถือเป็นการฟาล์วเพราะอาจนำไปสู่การเล่นที่รุนแรง

 

ถือเป็นการทำฟาล์ว โดย ผู้เล่นฝ่ายรุกที่มีบอล  เมื่อเขา :

                                  ·          “ เกี่ยว ” (Hook) หรือ ใช้แขนโอบรัด หรือ งอข้อศอก อ้อมรอบลำตัวผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้ตัวเองได้เปรียบ

                 ·     “ผลักออก” (Push off) เป็นการขัดขวางผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามจากการเล่นบอล  หรือ พยายามจะเล่นบอล หรือ ทำให้ตัวเขามีพื้นที่ว่างมากขึ้น

                                  ·          ใช้แขนท่อนล่าง หรือ มือยื่นออกไป ขณะกำลังเลี้ยงบอล  เพื่อขัดขวางฝ่ายตรงข้ามเข้ามาแย่งบอล

           

 

ถือเป็นการทำฟาล์ว โดย ผู้เล่นฝ่ายรุกที่ไม่มีบอล ที่ใช้วิธีการ ”ผลักออก”  เพื่อ :

                                  ·          มีอิสระในการรับบอล

                                  ·          ขัดขวางผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามจากการเล่น  หรือ พยายามจะเล่นบอล

                                  ·          ทำให้ตัวเขามีพื้นที่ว่างมากขึ้น

 

33.12   การเล่นแบบโพส  :  Post play

 

หลักการของแนวดิ่ง (หลักการรูปทรงกระบอก) ให้นำมาใช้กับการเล่นแบบโพส  

 

ผู้เล่นฝ่ายรุกที่เล่นตำแหน่งโพส  และ ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่ป้องกันเขา   จะต้องคำนึงถึงสิทธิ์ต่างๆ ของตำแหน่งในแนวดิ่ง (รูปทรงกระบอก) 

 

ถือเป็นการทำฟาล์ว  โดยผู้เล่นฝ่ายรุก หรือ ผู้เล่นฝ่ายป้องกันในตำแหน่งโพส  ที่ใช้ไหล่ หรือ สะโพกดันฝ่ายตรงข้ามออกไปจากตำแหน่ง หรือ รบกวนการเคลื่อนที่โดยอิสระของฝ่ายตรงข้าม ด้วยการยื่นแขน, ไหล่,  สะโพก, ขา หรือ ส่วนอื่นใดของร่างกาย

 

33.13   การป้องกันจากด้านหลังที่ผิดกติกา  :  Illegal guarding from the rear

 

การป้องกันจากด้านหลังที่ผิดกติกา  คือการถูกต้องตัวฝ่ายตรงข้ามจากด้านหลัง โดยผู้เล่นฝ่ายป้องกัน ในความเป็นจริง  หากผู้เล่นฝ่ายป้องกันพยายามจะเล่นบอล  จะไม่พิจารณาว่าเป็นการปะทะฝ่ายตรงข้ามจากด้านหลัง

 

33.14   การดึง  :  Holding

 

การดึง   คือการถูกต้องตัวฝ่ายตรงข้ามที่ผิดกติกา   ด้วยการรบกวนการเคลื่อนที่โดยอิสระของฝ่ายตรงข้าม   การถูกต้องตัว (การดึง) สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของร่างกาย

 

33.15   การผลัก  :  Pushing

           

การผลัก   คือการถูกต้องตัวฝ่ายตรงข้ามที่ผิดกติกา ด้วยส่วนใด ๆ ของร่างกาย   โดยผู้เล่นใช้แรง หรือพยายามใช้แรงทำให้ฝ่ายตรงข้าม ที่มีบอล หรือ ไม่ได้ครอบครองบอลเคลื่อนที่ออกไป

 

ข้อ 34              ฟาล์วบุคคล  :  Personal foul

 

34.1     คำจำกัดความ

 

34.1.1  ฟาล์วบุคคล  คือ  การฟาล์วที่มีการถูกต้องตัวของผู้เล่นต่อฝ่ายตรงข้าม ในขณะที่บอลดี หรือ บอลตาย

ผู้เล่นจะต้องไม่ดึง, สกัดกั้น, ผลัก, ชน, ทำให้สะดุดล้ม  หรือกีดขวางการเคลื่อนที่ของฝ่ายตรงข้ามด้วยการยื่นมือของเขา,  แขน,  ศอก,  ไหล่,  สะโพก,  ขา,  เข่า  หรือ เท้า หรือ ก้มตัวของเขาให้อยู่ในตำแหน่งผิดปกติ (นอกรูปทรงกระบอกของเขา) ต้องไม่ใช้วิธีการเล่นที่หยาบหรือรุนแรง

 

 

 

34.2    บทลงโทษ

           

ปรับเป็นฟาล์วบุคคลแก่ผู้กระทำผิด  

 

34.2.1  หากการฟาล์ว ได้กระทำต่อผู้เล่นที่ไม่อยู่ในท่ากำลังยิงประตู  :

                                  ·          ให้เริ่มต้นการแข่งขันใหม่ ด้วยการส่งบอลเข้าเล่น โดยทีมที่ไม่ได้ทำผิด ณ จุดใกล้กับที่มีการละเมิดกติกา

                                  ·          หากทีมที่ทำผิดต้องรับโทษ ตามบทลงโทษสถานการณ์การฟาล์วทีม  ดังนั้นให้นำกติกา  ข้อ 41 (บทลงโทษฟาล์วทีม) มาใช้

 

34.2.2              หากการฟาล์ว ได้กระทำต่อผู้เล่นที่อยู่ในท่ากำลังยิงประตู ผู้เล่นคนนั้นจะได้รับจำนวนการโยนโทษ ดังนี้  :

                                  ·          ถ้าการยิงประตูเป็นผลสำเร็จ  ให้นับประตูเป็นคะแนน  และให้โยนโทษเพิ่มอีก 1 ครั้ง

                                  ·          ถ้าการยิงประตูจากเขต  2  คะแนนไม่เป็นผลสำเร็จ  ให้โยนโทษ  2  ครั้ง

                                  ·          ถ้าการยิงประตูจากเขต  3  คะแนนไม่เป็นผลสำเร็จ  ให้โยนโทษ  3  ครั้ง

                 ·     ถ้าผู้เล่นถูกทำฟาล์ว ในขณะที่หรือก่อนที่เสียงสัญญาณหมดเวลาของช่วงเวลาการแข่งขันจะดังขึ้น  หรือในขณะที่หรือก่อนที่เสียงสัญญาณเวลา  24  วินาทีดังขึ้น  โดยที่ลูกบอลยังคงอยู่ในมือ(เดียวหรือสองมือ) ของผู้เล่น  และการยิงประตูเป็นผลสำเร็จ  ประตูจะไม่นับเป็นคะแนน  ให้โยนโทษ  2  ครั้ง หรือ  3  ครั้ง

 

ข้อ 35 ฟาล์วคู่  :  Double  foul

 

35.1     คำจำกัดความ

 

35.1.1  ฟาล์วคู่  คือเหตุการณ์ที่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามกัน  2  คน ทำฟาล์วบุคคลซึ่งกันและกันในช่วงเวลาเดียวกัน

 

35.1.2  บทลงโทษ 

           

ปรับเป็นฟาล์วผู้เล่นแต่ละคนที่ทำผิด  ไม่ต้องมีการโยนโทษ  แล้วให้กลับสู่การแข่งขันใหม่ ดังนี้ :

           

ถ้าในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันที่เกิดฟาล์วคู่ :

                                  ·          มีการทำคะแนนได้อย่างถูกต้อง หรือ การโยนโทษครั้งสุดท้าย หรือโยนโทษครั้งเดียว เป็นคะแนน ให้ทีมที่เสียคะแนนได้ส่งบอลเข้าเล่น ณ จุดใด ๆ ก็ได้ที่เส้นหลัง

                                  ·          มีทีมครอบครองบอล หรือ ได้สิทธิ์ครอบครองบอล ให้ทีมนั้นได้ส่งบอลเข้าเล่น ณ จุดใกล้กับที่มีการละเมิดกติกา

                                  ·          ไม่มีทีมใดครอบครองบอล หรือ ไม่มีทีมใดได้สิทธิ์ครอบครองบอล  ถือว่าเกิดสถานการณ์ลูกกระโดด

 

 

ข้อ 36 ฟาล์วผิดวิสัยนักกีฬา :  Unsportsmanlike foul

 

36.1     คำจำกัดความ

 

36.1.1  ฟาล์วผิดวิสัยนักกีฬา  คือการฟาล์วที่มีการถูกต้องตัวผู้เล่น ที่กรรมการพิจารณาว่า ไม่พยายามเล่นบอลด้วยเจตนารมณ์ และ ความมุ่งหมายของกติกา

 

36.1.2  กรรมการต้องพิจารณาการฟาล์วผิดวิสัยนักกีฬาอย่างเสมอต้นเสมอปลายตลอดการแข่งขัน และพิจารณาตัดสินเฉพาะ การกระทำ เท่านั้น

36.1.3  การพิจารณาตัดสินว่าเป็นการฟาล์วผิดวิสัยนักกีฬา กรรมการต้องนำหลักการต่อไปนี้ไปพิจารณา :

                                  ·          ถ้าผู้เล่นไม่พยายามเล่นบอล  แล้วเกิดการปะทะ  ถือเป็นการฟาล์วผิดวิสัยนักกีฬา

                                  ·          ถ้าผู้เล่นพยายามเล่นบอล  แล้วทำให้เกิดการปะทะที่เกินเหตุ (ฟาล์วรุนแรง - hard foul) ถือเป็นการฟาล์วผิดวิสัยนักกีฬา

                                  ·          ถ้าผู้เล่นฝ่ายป้องกัน ทำให้การปะทะกับฝ่ายตรงข้ามจากด้านหลัง หรือ ด้านข้าง เพื่อพยายาม

                        หยุดการเล่นแบบรุกเร็ว (fast break)  และ ไม่มีฝ่ายตรงข้ามระหว่างผู้เล่นฝ่ายรุก กับห่วงตา

                        ข่ายของฝ่ายตรงข้าม  ถือเป็นการฟาล์วผิดวิสัยนักกีฬา

                                  ·          ถ้าผู้เล่นทำฟาล์ว ในขณะที่พยายามเล่นบอลอย่างถูกต้อง (เล่นบอลตามปกติ) ไม่ถือว่าเป็น

                        การฟาล์วผิดวิสัยนักกีฬา

 

36.2     บทลงโทษ

 

36.2.1  ปรับเป็นฟาล์วผิดวิสัยนักกีฬากับผู้ที่กระทำผิด

 

36.2.2  ให้ผู้เล่นที่ถูกทำฟาล์ว ได้โยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง) ติดตามด้วย :

                                  ·          ส่งบอลเข้าเล่น ที่แนวเส้นกลาง ด้านตรงข้ามโต๊ะผู้บันทึกคะแนน

                                  ·          เล่นลูกกระโดดที่วงกลมกลาง เพื่อเริ่มต้นการแข่งขันของช่วงเวลาแรก

 

จำนวนครั้งของการโยนโทษ ให้เป็นดังนี้ :

                                  ·          ถ้าการฟาล์วทำกับผู้เล่นที่ไม่ได้อยู่ในท่าการยิงประตู  :  ให้โยนโทษ  2  ครั้ง

                                  ·          ถ้าการฟาล์วทำกับผู้เล่นที่อยู่ในท่ากำลังยิงประตู   หากทำประตูได้  :  ให้นับคะแนน         แล้วให้โยนโทษเพิ่มอีก  1  ครั้ง

                                  ·          ถ้าการฟาล์วทำกับผู้เล่นที่อยู่ในท่ากำลังยิงประตู  และไม่เป็นประตู  :  ให้โยนโทษ  2  หรือ    3  ครั้ง

 

36.2.3  ผู้เล่นจะถูกปรับเป็นฟาล์วเสียสิทธิ์  เมื่อเขาทำฟาล์วผิดวิสัยนักกีฬา 2 ครั้ง

 

36.2.4  หากผู้เล่นที่ทำฟาล์วเสียสิทธิ์ ตามกติกา  ข้อ 36.2.3  ให้ลงโทษเฉพาะการฟาล์วผิดวิสัยนักกีฬาเท่านั้น และไม่ต้องดำเนินการตามบทลงโทษสำหรับการฟาล์วเสียสิทธิ์เพิ่ม

 

ข้อ 37  ฟาล์วเสียสิทธิ์  :  Disqualiflying foul

 

37.1     คำจำกัดความ

 

37.1.1  ฟาล์วเสียสิทธิ์   คือการกระทำใด ๆ  ที่ผิดวิสัยนักกีฬาอย่างชัดแจ้งของ  ผู้เล่น,  ผู้เล่นสำรอง,              ผู้เล่นที่ถูกให้ออก,  ผู้ฝึกสอน,  ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน  หรือ  ผู้ติดตามทีม

37.1.2 ผู้ฝึกสอนที่ถูกปรับฟาล์วเสียสิทธิ์  ต้องให้ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน  ที่ได้ลงชื่อในใบบันทึกคะแนนปฏิบัติหน้าที่แทน   ถ้าไม่มีชื่อผู้ช่วยผู้ฝึกสอนในใบบันทึกคะแนน  เขาต้องให้หัวหน้าทีม(CAP) ปฏิบัติหน้าที่แทน

 

37.2     บทลงโทษ 

 

37.2.1  ปรับเป็นฟาล์วเสียสิทธิ์กับผู้ที่กระทำผิด

 

37.2.2  เมื่อผู้ที่ทำผิดถูกปรับเป็นฟาล์วเสียสิทธิ์ที่เกี่ยวกับกติกาข้อนี้   เขาต้องออกไปพักอยู่ในห้องพักนักกีฬา          

            ตลอดเวลาการแข่งขัน  หรือ ถ้าเขาเลือก เขาอาจจะออกไปอยู่นอกอาคาร

 

37.2.3  ให้โยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง) :

                                  ·          แก่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามคนใดก็ได้ ที่ระบุโดยผู้ฝึกสอน  ในกรณีทำฟาล์วที่ไม่มีการถูกต้องตัว

                                  ·          แก่ผู้เล่นที่ถูกทำฟาล์ว  ในกรณีทำฟาล์วที่มีการถูกต้องตัว

           

ตามด้วย :  

                                  ·          ให้ส่งบอลเข้าเล่นจากแนวเส้นกลางด้านตรงข้ามโต๊ะผู้บันทึกคะแนน

                                  ·          ให้เล่นลูกกระโดดที่วงกลมกลาง ในกรณีเริ่มต้นการแข่งขันช่วงเวลาแรก

 

37.2.4  จำนวนครั้งของการโยนโทษ  ให้เป็นดังนี้  :

                                  ·          ถ้าทำฟาล์วผู้เล่นที่ไม่ได้อยู่ในท่ากำลังยิงประตู  :  ให้โยนโทษ 2 ครั้ง

                                  ·          ถ้าทำฟาล์วผู้เล่นที่อยู่ในท่ากำลังยิงประตู  :  ถ้าทำประตูได้ , ให้นับคะแนน  และ ให้โยนโทษเพิ่มอีก  1  ครั้ง

                                  ·          ถ้าทำฟาล์วผู้เล่นที่อยู่ในท่ากำลังยิงประตู  และไม่เป็นประตู  :  ให้โยนโทษ  2  ครั้ง  หรือ          3 ครั้ง

 

ข้อ 38  ฟาล์วเทคนิค  :  Technical  foul

 

38.1     หลักของการประพฤติปฏิบัติ :  Rules of conduct

 

38.1.1  ความประพฤติปฏิบัติที่ดี  เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นตลอดเวลาการแข่งขัน  รวมทั้งการให้ความร่วมมือที่ดี

ของ สมาชิกของทั้งสองทีม (ผู้เล่น, ผู้เล่นสำรอง, ผู้ฝึกสอน, ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน, ผู้เล่นที่ถูกให้ออก และผู้ติดตามทีม) กับกรรมการ, เจ้าหน้าที่โต๊ะ และ ผู้ควบคุมการแข่งขัน (Commissioner) ถ้ามี

 

38.1.2  แต่ละทีมต้องเล่นให้ที่สุดเพื่อชัยชนะ  แต่ต้องเล่นด้วยเจตนารมณ์ของความมีน้ำใจนักกีฬา และการเล่นที่ยุติธรรม

 

38.1.3  การเจตนา หรือ การทำซ้ำๆ ในการไม่ให้ความร่วมมือ หรือ ไม่ยอมปฏิบัติตามเจตนารมณ์ และ   ความมุ่งหมายของกติกานี้  ให้พิจารณาเป็นการฟาล์วเทคนิค

 

38.1.4  กรรมการสามารถป้องกันการทำฟาล์วเทคนิค  โดยการเตือน  หรือ  มองข้ามการละเมิดทางเทคนิคเล็กน้อยที่เห็นได้ชัดว่า ไม่เจตนา และ ไม่มีผลโดยตรงกับการแข่งขัน  นอกจากจะเป็นการละเมิด    หรือ ทำซ้ำๆ หลังจากได้ตักเตือนแล้ว

38.1.5  ถ้าการละเมิด  ถูกพบภายหลังบอลกลายเป็นบอลดี  ต้องหยุดการแข่งขัน  และ ปรับเป็นฟาล์วเทคนิค  ให้ดำเนินการตามบทลงโทษเสมือนการฟาล์วเทคนิค เกิดขึ้น ณ เวลานั้น   เหตุการณ์ใดก็ตามที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างมีการละเมิดถึงช่วงหยุดการแข่งขัน ให้ถือว่าคงอยู่ถูกต้อง

 

38.2     ความรุนแรง  :  Violence

 

38.2.1  การกระทำที่รุนแรงอาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างการแข่งขัน   ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์ของความมีน้ำใจนักกีฬาและ การเล่นที่ยุติธรรม  การกระทำเหล่านี้ ต้องให้ยุติทันทีโดยกรรมการ และ ถ้าจำเป็น  อาจให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสาธารณะช่วยเหลือ

 

38.2.2  เมื่อใดก็ตาม  การกระทำรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่าง  ผู้เล่น,  ผู้เล่นสำรอง,  ผู้เล่นที่ถูกให้ออก,  ผู้ฝึกสอน, ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน  หรือ ผู้ติดตามทีม ในสนามแข่งขัน หรือ ในบริเวณใกล้เคียง กรรมการทุกคน จำเป็น   ต้องช่วยกันยุติการกระทำเหล่านั้น  

 

38.2.3  บุคคลดังกล่าวข้างต้น ผู้ใดเป็นผู้กระทำผิดอย่างชัดเจนต่อฝ่ายตรงข้าม หรือ ต่อกรรมการ  จะต้องถูกตัดสิทธิ์   ผู้ตัดสินต้องรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อฝ่ายจัดการแข่งขัน

 

38.2.4  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสาธารณะ  สามารถเข้าไปในสนามแข่งขันได้ เฉพาะเมื่อมีการร้องขอให้ระงับเหตุการณ์โดยกรรมการ  อย่างไรก็ตาม  ถ้ามีผู้ชมลงไปในสนามแข่งขันใน  โดยมีเจตนาชัดเจนว่าจะทำให้เกิดความรุนแรง   เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสาธารณะต้องเข้าไปช่วยเหลือป้องกันทีมและ กรรมการทุกคนทันที

 

38.2.5  พื้นที่อื่นทั้งหมดรวมทั้งทางเข้า - ออก,  ห้องโถง,  ห้องพักนักกีฬา  ฯลฯ  ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของฝ่ายจัดการแข่งขัน และ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสาธารณะ

 

38.2.6  การกระทำใด ๆ ของผู้เล่น,  ผู้เล่นสำรอง,  ผู้เล่นที่ถูกให้ออก,  ผู้ฝึกสอน,  ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน และผู้ติดตามทีมที่จะทำให้อุปกรณ์การแข่งขันเกิดความเสียหาย  กรรมการต้องไม่อนุญาตให้กระทำ

 

เมื่อกรรมการสังเกตเห็นพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว  จะต้องตักเตือนผู้ฝึกสอนของทีมที่ทำผิดทันที 

 

หากการกระทำต่างๆ ทำซ้ำๆ  ให้เรียกเป็นฟาล์วเทคนิคบุคคลเดียว(หลายคน)ที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

 

38.3     คำจำกัดความ 

 

38.3.1  ฟาล์วเทคนิค   คือการฟาล์วที่ไม่ถูกต้องตัว  การแสดงพฤติกรรมที่ไม่สุภาพ รวมทั้งต้องไม่กระทำในลักษณะดังนี้

                                  ·          เพิกเฉยต่อการตักเตือนของกรรมการ

                                  ·          ถูกต้องตัวกรรมการ,  ผู้ควบคุมการแข่งขัน,  เจ้าหน้าที่โต๊ะคะแนน หรือ  ผู้ที่อยู่ในเขตที่นั่งของทีม ด้วยกิริยาที่ไม่สุภาพ

                                  ·          ติดต่อกับกรรมการ,  ผู้ควบคุมการแข่งขัน,  เจ้าหน้าที่โต๊ะ หรือ ฝ่ายตรงข้ามในด้วยกิริยาที่ไม่สุภาพ

                                  ·          ใช้วาจา หรือ แสดงท่าทางเยาะเย้ย หรือ ยั่วยุผู้ชม

                                  ·          รบกวน หรือ กีดขวางการมองเห็นของฝ่ายตรงข้าม โดยการโบกมือของเขาใกล้ๆ นัยน์ตา

                                  ·          การเหวี่ยงศอกเกินความจำเป็น

                                  ·          ถ่วงเวลาการแข่งขัน  โดยเจตนาถูกลูกบอลภายหลังจากลูกบอลผ่านห่วงตาข่ายลงมา หรือโดยการขัดขวางการส่งบอลเข้าเล่นจากการส่งเข้าเล่นอย่างรวดเร็ว

                                  ·          แกล้งล้มเพื่อให้ได้ฟาล์ว

                                  ·          โหนห่วงในลักษณะที่ทำให้ห่วงต้องรับน้ำหนักตัว   ยกเว้น  ผู้เล่นจับโหนห่วงชั่วขณะภายหลัง

การยัดห่วง หรือ กรรมการพิจารณาว่าเป็นความพยายามป้องกันตัวเขาเอง หรือ ป้องกันผู้เล่นอื่นไม่ให้ได้รับบาดเจ็บ

                 ·     การขัดขวางลูกบอลลงห่วงในระหว่างการโยนโทษครั้งสุดท้าย หรือโยนโทษครั้งเดียว โดย      ผู้เล่นฝ่ายป้องกัน  ให้ฝ่ายรุกได้ 1  คะแนน  ตามด้วยการลงโทษฝ่ายป้องกัน โดยการปรับฟาล์วเทคนิค

 

38.3.2  การฟาล์วเทคนิค โดย ผู้ฝึกสอน,  ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน,  ผู้เล่นสำรอง,  ผู้เล่นที่ถูกให้ออก หรือ ผู้ติดตามทีม    คือการทำฟาล์ว โดยการแสดงกิริยาไม่สุภาพ หรือถูกต้องตัวกรรมการ, ผู้ควบคุมการแข่งขัน, เจ้าหน้าที่โต๊ะ หรือ ฝ่ายตรงข้าม หรือ การละเมิดเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติ หรือ วิธีดำเนินการ

 

38.3.3  ผู้ฝึกสอนจะถูกปรับให้ฟาล์วเสียสิทธิ์  เมื่อ :

                                  ·          เขาถูกปรับฟาล์วเทคนิค  2  ครั้ง ( ”C ”)  จากผลของการแสดงพฤติกรรมผิดวิสัยนักกีฬาของเขา

                                  ·          เขาถูกปรับฟาล์วเทคนิค  3  ครั้ง ,  2  ใน  3 ครั้ง (”B”) จากผลของการแสดงพฤติกรรมที่ผิดวิสัยนักกีฬาของบุคคลอื่นที่อยู่ในเขตที่นั่งของทีม (ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน, ผู้เล่นสำรอง, ผู้เล่นที่ถูก

ให้ออก หรือ ผู้ติดตามทีม)  และ 1 ใน  3  ครั้ง (”C”) เป็นการทำฟาล์วเทคนิคโดยตัวผู้ฝึกสอน

 

 

38.3.4  หากผู้ฝึกสอนถูกปรับให้ฟาล์วเสียสิทธิ์ ภายใต้กติกา ข้อ 38.3.3  ให้ลงโทษเฉพาะการฟาล์วเทคนิค

เท่านั้น  และ ไม่ต้องดำเนินการลงโทษ สำหรับการฟาล์วเสียสิทธิ์เพิ่ม

 

38.4     บทลงโทษ 

 

38.4.1  ถ้าการฟาล์วเทคนิค กระทำ :

                                  ·          โดยผู้เล่น  ให้ปรับเป็นฟาล์วเทคนิคผู้เล่นคนนั้น  เหมือนการฟาล์วผู้เล่น และให้นับเป็น

ฟาล์วทีม  1  ครั้ง

                                  ·          โดยผู้ฝึกสอน (”C”),  ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน(”B”),  ผู้เล่นสำรอง(”B”),  ผู้เล่นที่ถูกให้ออก(”B”)      หรือ  ผู้ติดตามทีม(”B”) ให้ปรับเป็นฟาล์วเทคนิคผู้ฝึกสอน  และ ไม่นับเป็นฟาล์วทีม

 

38.4.2  ให้ฝ่ายตรงข้ามโยนโทษ  2  ครั้ง  แล้วตามด้วย :

                                  ·          ส่งบอลเข้าเล่นที่แนวเส้นกลาง ตรงข้ามโต๊ะผู้บันทึกคะแนน

                                  ·          เล่นลูกกระโดดที่วงกลมกลาง เพื่อเริ่มต้นแข่งขันช่วงแรก

 

ข้อ 39  การทะเลาะวิวาท  :  FIighting

 

39.1     คำจำกัดความ

 

การทะเลาะวิวาท   คือการกระทบกระทั่งร่างกาย ระหว่างฝ่ายตรงข้ามกัน  2  คน หรือมากกว่า (ผู้เล่น, ผู้เล่นสำรอง,  ผู้เล่นที่ถูกให้ออก,  ผู้ฝึกสอน,  ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน  และ ผู้ติดตามทีม)

           

กติกาข้อนี้ให้นำไปใช้เฉพาะกับ ผู้ฝึกสอน,  ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน,  ผู้เล่นสำรอง,  ผู้เล่นที่ถูกให้ออก  และผู้ติดตามทีม  ที่ออกจากขอบเขตของเขตที่นั่งของทีม ในระหว่างการทะเลาะวิวาท หรือในระหว่าง

สถานการณ์ที่อาจนำไปสู่การทะเลาะวิวาท

 

39.2     หลักเกณฑ์

 

39.2.1  ผู้เล่นสำรอง,  ผู้เล่นที่ถูกให้ออก  หรือ ผู้ติดตามทีมที่ออกจากเขตที่นั่งของทีมในระหว่างการทะเลาะวิวาท หรือ ในระหว่างสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่การทะเลาะวิวาท จะถูกตัดสิทธิ์ 

 

39.2.2  เฉพาะผู้ฝึกสอน  และ / หรือ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนเท่านั้น  ที่อนุญาตให้ออกจากเขตที่นั่งของทีมในระหว่างการทะเลาะวิวาทหรือ ในระหว่างสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่การทะเลาะวิวาท  เพื่อช่วยกรรมการให้เหตุการณ์สงบ หรือ ยุติลง ในสถานการณ์นี้ เขาจะไม่ถูกตัดสิทธิ์

 

39.2.3  หากผู้ฝึกสอน  และ / หรือ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ออกจากเขตที่นั่งของทีม และ ไม่ช่วยเหลือ หรือ ไม่พยายามช่วยกรรมการทำให้เหตุการณ์สงบ หรือ ยุติลง เขาจะถูกตัดสิทธิ์

 

39.3     บทลงโทษ

 

39.3.1  ไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนของผู้ฝึกสอน,  ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน,  ผู้เล่นสำรอง,  ผู้เล่นที่ถูกให้ออก หรือ ผู้ติดตามทีม ที่ถูกตัดสิทธิ์จากการออกไปจากเขตที่นั่งของทีม  ให้ปรับฟาล์วเทคนิคผู้ฝึกสอนครั้งเดียว ( ”B”)

 

39.3.2  หากสมาชิกของทั้งสองทีมถูกตัดสิทธิ์ภายใต้กติกาข้อนี้   และไม่มีบทลงโทษอื่นคงเหลือ  ให้      ดำเนินการ ให้เริ่มต้นการแข่งขัน ดังนี้ :   

           

ถ้าในเวลาเดียวกับที่ได้หยุดการแข่งขัน   เนื่องจากการทะเลาะวิวาท :

                                  ·          มีการได้คะแนนจากการยิงประตู ให้ฝ่ายที่เสียคะแนนได้บอล เพื่อส่งเข้าเล่น ณ จุดใดก็ได้

จากเส้นหลัง

                                  ·          มีทีมครอบครองบอล  หรือมีสิทธิ์ได้บอล  ให้ทีมนั้นเป็นฝ่ายได้บอล เพื่อส่งเข้าเล่นที่แนวเส้น

กลางตรงข้ามโต๊ะผู้บันทึกคะแนน

                                  ·          ไม่มีทีมครอบครองบอล หรือไม่มีสิทธิ์ได้บอล  ถือว่าเป็นสถานการณ์ลูกกระโดด

 

39.3.3  การฟาล์วเสียสิทธ์ทั้งหมด ให้บันทึกตามข้อ B.8.3  และ ไม่นับเป็นการฟาล์วทีม

 

39.3.4    การลงโทษผู้เล่นที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในสนาม จากการทะเลาะวิวาท หรือสถานการณ์ที่อาจ

นำไปสู่การทะเลาะวิวาท  ให้ดำเนินการไปตามกติกาข้อ 42 (กติกาข้อ 42 สถานการณ์พิเศษ)  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กติกาหมวดที่  7   บทบัญญัติทั่วไป  :  Rule seven – General  provisions

 
   

 


ข้อ 40 ผู้เล่นฟาล์ว 5 ครั้ง  :   Five fouls by a player

 

40.1     ผู้เล่นที่ทำฟาล์ว  ครั้งที่ 5   ฟาล์วบุคคล และ / หรือฟาล์วเทคนิค  จะต้องได้รับแจ้งจากกรรมการ  และ ต้องออกจากการแข่งขันทันที   เขาจะกลายเป็นผู้เล่นสำรอง ภายใน  30  วินาที

 

40.2     การทำฟาล์วโดยผู้เล่นที่ทำฟาล์ว ครั้งที่ 5  ไปก่อนหน้าแล้ว  ให้พิจารณาเป็นการทำฟาล์วของผู้เล่นที่ถูกให้ออก โดยปรับเป็นฟาล์วผู้ฝึกสอน และ บันทึกลงในใบบันทึกคะแนนเป็น  ผู้ฝึกสอน (”B”)

 

 

ข้อ 41  การฟาล์วทีม และ บทลงโทษ  :   Team Fouls : Penalty

 

41.1     คำจำกัดความ 

 

41.1.1  ทีมจะอยู่ในสถานการณ์การลงโทษเป็นฟาล์วทีม (a team foul penalty situation) เมื่อทีมทำฟาล์ว ในช่วงเวลา  4   ครั้ง

 

41.1.2  การฟาล์วทีมทั้งหมดที่ได้กระทำในช่วงพักการแข่งขัน  ให้พิจารณาเป็นการทำฟาล์วในช่วงเวลาต่อไปหรือ ช่วงต่อเวลาพิเศษช่วงต่อไป

 

41.1.3  การทำฟาล์วทั้งหมดที่ได้กระทำในช่วงต่อเวลาพิเศษ  ให้พิจารณาเป็นการทำฟาล์วของ ช่วงเวลาที่  4

 

41.2     หลักเกณฑ์  

 

41.2.1  เมื่อทีมอยู่ในสถานการณ์การลงโทษเป็นฟาล์วทีม  การทำฟาล์วบุคคลทั้งหมดครั้งต่อไป ที่กระทำต่อ  ผู้เล่นที่ไม่อยู่ในท่ากำลังยิงประตู  ให้ลงโทษโดยการโยนโทษ  2  ครั้ง   แทนการส่งบอลเข้าเล่น

 

41.2.2  หากการทำฟาล์วบุคคลทำโดย  ผู้เล่นของทีมที่ครอบครองบอลดี  หรือ ทีมที่มีสิทธิ์ได้บอล การฟาล์ว

นั้น ให้ลงโทษ ด้วยการส่งบอลเข้าเล่นโดยฝ่ายตรงข้าม

 

ข้อ  42  สถานการณ์พิเศษ :  Special situations

 

42.1     คำจำกัดความ 

 

ในช่วงเดียวกันกับที่เวลาแข่งขันหยุดเดิน  ซึ่งตามด้วยการละเมิดกติกา  สถานการณ์พิเศษอาจเกิดขึ้นได้เมื่อมีการทำฟาล์วครั้งเดียว(หลายครั้ง) เกิดเพิ่มขึ้น        

 

42.2     วิธีปฏิบัติ 

 

42.2.1  ให้ปรับเป็นฟาล์วทั้งหมด  และระบุบทลงโทษทั้งหมด

 

42.2.2  พิจารณาจัดลำดับการทำฟาล์วทั้งหมดที่เกิดขึ้น

42.2.3 บทลงโทษที่เท่ากันทั้งหมดของทั้งสองทีม หรือ บทลงโทษการฟาล์วคู่ทั้งหมด  ให้ยกเลิก                แล้วเรียงลำดับการทำฟาล์ว  บทลงโทษที่ได้ยกเลิก ให้พิจารณาเหมือนการฟาล์วไม่เคยเกิดขึ้น

 

42.2.4  สิทธิ์ในการครอบครองบอล ที่เป็นส่วนของบทลงโทษสุดท้าย ให้คงไว้ดำเนินต่อไป  และ ให้ยกเลิกบทลงโทษสิทธิ์การครอบครองบอลที่มีอยู่ก่อน

 

42.2.5  เมื่อบอลกลายเป็นบอลดี ในการโยนโทษครั้งแรก หรือครั้งเดียว หรือ การส่งบอลเข้าเล่น  บทลงโทษ นั้นไม่สามารถใช้  เพื่อยกเลิกบทลงโทษอื่นๆ ที่คงอยู่ต่อไป

 

42.2.6  บทลงโทษทั้งหมดที่เหลืออยู่ ให้ดำเนินการไปตามลำดับการเรียกฟาล์ว

 

42.2.7  ภายหลังยกเลิกบทลงโทษที่เท่ากันของทั้งสองทีมแล้ว  ถ้าไม่มีบทลงโทษอื่นเหลืออยู่ไว้ให้ดำเนินการ ให้เริ่มต้นการแข่งขัน ดังนี้:   

 

ถ้าในเวลาเดียวกันกับที่มีการละเมิดกติกาครั้งแรก มีเหตุการณ์ต่อไปนี้เกิดขึ้น

                                  ·          มีการได้คะแนนจากการยิงประตู  ให้ทีมที่เสียคะแนนเป็นฝ่ายได้บอลเพื่อส่งเข้าเล่น ณ จุดก็ได้ที่เส้นหลัง

                                  ·          มีทีมกำลังครอบครองบอลหรือมีสิทธิ์ได้บอล ให้ทีมนั้นได้ส่งบอลเข้าเล่น ณ จุดใกล้กับที่มี

การละเมิดกติกาครั้งแรก

                                  ·          ไม่มีทีมใดครอบครองบอล  หรือไม่มีทีมใดมีสิทธิ์ได้บอล  ถือว่าเกิดสถานการณ์ลูกกระโดด

 

 

ข้อ 43  การโยนโทษ  :   Free Throws

 

43.1     คำจำกัดความ

 

43.1.1  การโยนโทษ  คือการให้โอกาสผู้เล่นทำคะแนน  1  คะแนน จากตำแหน่งหลังเส้นโยนโทษภายในครึ่งวงกลม  โดยไม่มีการรบกวน

 

43.1.2  ชุดของการโยนโทษ  หมายถึงการโยนโทษทั้งหมด และ / หรือ การได้ครอบครองบอลที่มีผลมาจาก การทำฟาล์วครั้งเดียว

 

43.2     หลักเกณฑ์

 

43.2.1  เมื่อมีการเรียกฟาล์วบุคคล  และ มีการระบุให้โยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง)  ให้ดำเนินการดังนี้:  

                                  ·          ให้ผู้เล่นที่ถูกทำฟาล์วได้โยนโทษครั้งเดียว (หลายครั้ง)

                                  ·          ถ้ามีการขอเปลี่ยนตัวผู้โยนโทษ   เขาต้องโยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง) ก่อนเปลี่ยนตัวออกไป

                 ·     ถ้าเขาต้องออกจากการแข่งขัน เพราะบาดเจ็บ  ทำฟาล์วครั้งที่  5 หรือ ทำฟาล์วเสียสิทธิ์      ให้ผู้เปลี่ยนตัวเข้ามาเป็นผู้โยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง)  หากไม่มีผู้เล่นสำรองที่จะเข้ามาแทน ให้ผู้ฝึกสอนของเขา เป็นผู้ระบุเพื่อนร่วมทีมคนใดคนหนึ่งโยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง)แทน

43.2.2  เมื่อมีการเรียกฟาล์วเทคนิค  ให้ผู้เล่นทีมตรงข้ามคนใดก็ได้  ที่ถูกระบุโดยผู้ฝึกสอนเป็นผู้โยนโทษ   ครั้งเดียว(หลายครั้ง)

 

43.2.3  ผู้โยนโทษ  ต้อง  : 

                                  ·          เข้าไปอยู่ในตำแหน่งหลังเส้นโยนโทษ และ อยู่ภายในครึ่งวงกลม

                                  ·          ใช้วิธีการใดก็ได้ที่จะยิงลูกโทษ  เพื่อให้ลูกบอลลงห่วงตาข่ายจากด้านบน  หรือ ลูกบอล

ถูกห่วง

                                  ·          ลูกบอลหลุดจากมือ ภายใน  5  วินาที  ตั้งแต่กรรมการให้ลูกบอลกับเขา

                                  ·          ไม่สัมผัสเส้นโยนโทษ  หรือ เข้าไปในเขต  3  วินาที  จนกว่าลูกบอลได้ลงห่วงตาข่ายหรือถูกห่วง

                                  ·          ไม่ทำท่าหลอกในการโยนโทษ

 

43.2.4  ผู้เล่นที่อยู่ในช่องยืนแย่งบอล ให้เข้าไปยืนในช่องว่างสลับตำแหน่งกัน  ซึ่งช่องว่างดังกล่าวพิจารณาให้มีความลึก 1 เมตร  (ภาพที่ 6)

 

ในระหว่างการโยนโทษ  ผู้เล่นเหล่านี้จะต้องไม่ : 

                                  ·          ยืนในช่องยืนแย่งบอล ที่พวกเขาไม่มีสิทธิ์ยืน

                                  ·          เข้าไปในเขต  3  วินาที,  เขตปลอดผู้เล่น  หรือออกไปจากช่องยืนแย่งบอล จนกว่าลูกบอลได้หลุดจากมือเดียว(สองมือ) ของผู้โยนโทษ

                                  ·          แสดงท่าทางรบกวนผู้โยนโทษ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพที่ 6   ตำแหน่งของผู้เล่นในระหว่างการโยนโทษ

:  Players' positions during free throws

43.2.5  ผู้เล่นที่ไม่ได้อยู่ในช่องยืนแย่งบอล  ให้อยู่หลังแนวเส้นโยนโทษ และ หลังเส้นเขตยิงประตู  3  คะแนน จนกว่าการโยนโทษจะสิ้นสุด

 

43.2.6  ในระหว่างการโยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง) ที่จะเล่นต่อไปด้วยการโยนโทษชุดอื่น(ชุดเดียวหรือหลายชุด) หรือ เล่นต่อไปด้วยการส่งบอลเข้าเล่น ผู้เล่นทุกคนต้องอยู่หลังแนวเส้นโยนโทษ และ หลังแนวเส้นเขตยิงประตู  3  คะแนน 

           

การละเมิด  กติกาข้อ 43.2.3,  43.2.4,  43.2.5  และ  43.2.6  ถือเป็นการทำผิดระเบียบ

 

43.3     บทลงโทษ   

 

43.3.1  ถ้า การโยนโทษเป็นผลสำเร็จ  และ มีการทำผิดระเบียบ  โดยผู้โยนโทษ คะแนนที่ทำได้ไม่นับ

 

ให้ฝ่ายตรงข้ามส่งบอลเข้าเล่นจากแนวเส้นโยนโทษ ยกเว้น มีการโยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง)อื่น  หรือ มีบทลงโทษการได้ครอบครองบอล ที่ต้องดำเนินการต่อไป

 

43.3.2  ถ้า การโยนโทษเป็นผลสำเร็จ  และ มีการทำผิดระเบียบ โดยผู้เล่นอื่นที่ไม่ใช่คนโยนโทษ  : 

                                  ·          คะแนนที่ทำได้  ให้นับ

                                  ·          การทำผิดระเบียบไม่ต้องคำนึงถึง

 

ในกรณีการโยนโทษครั้งสุดท้าย หรือโยนโทษครั้งเดียว  ให้ฝ่ายตรงข้ามเป็นฝ่ายได้บอลเพื่อส่งเข้าเล่น ณ จุดใดก็ได้จากเส้นหลัง

 

 

43.3.3  ถ้า การโยนโทษไม่เป็นผลสำเร็จ  และ มีการทำผิดระเบียบโดย :

                 ·     เพื่อนร่วมทีม ของผู้โยนโทษ ในการโยนโทษครั้งสุดท้าย หรือโยนโทษครั้งเดียว ให้ฝ่ายตรงข้าม เป็นฝ่ายได้บอลเพื่อส่งเข้าเล่นจากแนวเส้นโยนโทษ   ยกเว้น ทีมนั้นเป็นฝ่ายมีสิทธิ์ได้ครอบครองบอลต่อไป

                                  ·          ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามกับผู้โยนโทษ  ให้ผู้โยนโทษได้โยนโทษใหม่

                                  ·          ผู้เล่นทั้งสองทีมในการโยนโทษครั้งสุดท้ายหรือโยนโทษครั้งเดียว  ถือว่าเกิดสถานการณ์ลูกกระโดด

 

 

ข้อ 44  การแก้ไขข้อผิดพลาด  :  Correctable errors

 

44.1     คำจำกัดความ 

กรรมการสามารถแก้ไขข้อผิดพลาด หากไม่ได้ปฏิบัติตามกติกาโดยไม่ตั้งใจ เฉพาะเหตุการณ์ ต่อไปนี้ : 

                                  ·          ให้โยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง) กับทีมที่ไม่สมควรได้โยนโทษ

                                  ·          ไม่ให้โยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง) กับทีมที่สมควรได้โยนโทษ

                                  ·          ให้คะแนน หรือ ยกเลิกคะแนนผิดพลาด

                                  ·          ให้ผู้เล่นผิดคนได้โยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง)

 

44.2     วิธีดำเนินการทั่วไป 

 

44.2.1  การแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าว   ต้องได้รับการยอมรับจากกรรมการ  หรือ ผู้ควบคุมการแข่งขัน(ถ้ามี) หรือ  เจ้าหน้าที่โต๊ะ ก่อนบอลกลายเป็นบอลดี หลังจากบอลตายครั้งแรก  ภายหลังเวลาการแข่งขันเริ่มเดินหลังเกิดการผิดพลาด

 

44.2.2  กรรมการสามารถหยุดการแข่งขันได้ทันที  เมื่อยอมรับความผิดพลาด   ตราบใดที่ไม่ทำให้ทีมใดเสียเปรียบ

 

44.2.3 การทำฟาล์วใด ๆ  ,คะแนนที่ทำได้,  เวลาที่ใช้   และ การกระทำอื่นที่เกิดขึ้น หลังจากเกิดการผิดพลาด และ ก่อนการยอมรับการผิดพลาด  ให้คงไว้ไม่เป็นโมฆะ 

 

44.2.4  หลังจากแก้ไขข้อผิดพลาด  ให้เริ่มต้นแข่งขันใหม่ ณ จุดที่หยุดแข่งขันเพื่อทำการแก้ไข  โดยให้ทีมที่มี

สิทธิ์ได้บอล ณ เวลาที่หยุดแข่งขันเพื่อทำการแก้ไข  เป็นฝ่ายได้บอล   ยกเว้น ในกติกาจะกำหนดเป็นอย่างอื่น 

 

44.2.5  การผิดพลาดที่ได้รับการยอมรับ ยังคงแก้ไขได้ และ :

                 ·     ถ้าผู้เล่นที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขข้อผิดพลาด ได้เปลี่ยนตัวอย่างถูกต้องออกไปอยู่ในเขตที่นั่งของทีมแล้ว (ไม่ใช่เพราะทำฟาล์วครบ 5 ครั้ง หรือ ทำฟาล์วเสียสิทธิ์) เขาต้องกลับเข้าไปในสนามแข่งขัน เพื่อทำการแก้ไขข้อผิดพลาด  ยกเว้นเขาได้รับบาดเจ็บ( ณ เวลานั้นเขาจะกลายเป็นผู้เล่น)

 

เมื่อการแก้ไขเสร็จแล้ว  เขาต้องอยู่แข่งขันต่อไป  นอกจากจะมีการขอเปลี่ยนตัวอย่างถูกต้องอีกครั้ง  ในกรณีนี้ผู้เล่นสามารถออกจากสนามแข่งขัน

                 ·     ถ้าผู้เล่นถูกเปลี่ยนตัวเนื่องจากเขาได้รับบาดเจ็บ  ทำฟาล์วครบ  5  ครั้ง  หรือทำฟาล์วเสียสิทธิ์ ให้ผู้เล่นสำรองที่เปลี่ยนตัวเข้ามาเป็นผู้แก้ไขข้อผิดพลาด

 

44.2.6  การแก้ไขข้อผิดพลาดไม่สามารถแก้ไขได้  ภายหลังผู้ตัดสินได้ลงชื่อในใบบันทึกคะแนนแล้ว

 

44.2.7  การผิดพลาดอื่นๆ ในการบันทึกคะแนนของผู้บันทึก  หรือ การจับเวลาของผู้จับเวลา   ส่วนที่เกี่ยวข้องกับคะแนน, จำนวนครั้งของการทำฟาล์ว, จำนวนครั้งของเวลานอก หรือ เวลาที่เสียไป หรือ ตัดออกไป  กรรมการสามารถแก้ไขได้ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งก่อนที่ผู้ตัดสินจะลงชื่อในใบบันทึกคะแนน

 

44 3     วิธีดำเนินการในกรณีพิเศษ  :   Special procedure

 

44.3.1  การให้โยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง) กับ ทีมที่ไม่สมควรได้โยนโทษ 

การโยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง) ที่เป็นผลมาจากการผิดพลาดให้ยกเลิก แล้วให้เริ่มต้นแข่งขันใหม่ ดังนี้ :

 

                                  ·          ถ้าเวลาการแข่งขันยังไม่เดิน  ให้ทีมที่ถูกยกเลิกการโยนโทษได้บอล เพื่อส่งเข้าเล่นจากแนว

เส้นโยนโทษ

                                  ·          ถ้าเวลาการแข่งขันเดินไปแล้ว  และ : 

-     ทีมที่กำลังครอบครองบอล  หรือ ทีมที่ได้สิทธิ์ครอบครองบอล ณ เวลาที่การผิดพลาดได้รับการยอมรับ  เป็นทีมเดียวกับทีมที่ครอบครองบอล ณ เวลาที่เกิดการผิดพลาด หรือ

-          ไม่มีทีมใดครอบครองบอล ณ  เวลาที่การผิดพลาดได้รับการยอมรับ

                       

ให้ทีมที่ได้สิทธิ์ครอบครองบอล ณ เวลาที่เกิดการผิดพลาดเป็นฝ่ายได้บอล

                 ·     ถ้าเวลาการแข่งขันเดินไปแล้ว และ ณ เวลาที่การผิดพลาดได้รับการยอมรับ  ทีมที่กำลังครอบครองบอล  หรือ ทีมที่ได้สิทธิ์ครอบครองบอล  เป็นทีมตรงข้ามกับทีมที่ครอบครองบอล ณ เวลาที่เกิดการผิดพลาด   ถือว่าเกิดสถานการณ์ลูกกระโดด

                 ·     ถ้าเวลาการแข่งขันเดินไปแล้ว  และ ณ เวลาที่การผิดพลาดได้รับการยอมรับ  มีการทำฟาล์วและให้ลงโทษด้วยการโยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง)  การโยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง) ให้ดำเนินการต่อไป   แล้วให้ทีมที่ครอบครองบอล ณ เวลาที่เกิดการผิดพลาดได้บอลเพื่อส่งเข้าเล่น

 

44.3.2 การไม่ให้โยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง) กับทีมที่สมควรได้โยนโทษ

                 ·     ถ้าไม่มีการเปลี่ยนทีมครอบครองบอลตั้งแต่เกิดการผิดพลาด   หลังจากแก้ไขข้อผิดพลาดแล้วให้เริ่มต้นแข่งขันใหม่เหมือนการเล่นภายหลังการโยนโทษปกติ

                                  ·          ถ้าทีมที่ได้ส่งบอลเข้าเล่นแทนการโยนโทษจากการผิดพลาด  ทำคะแนนได้   การผิดพลาดที่เกิดขึ้นให้ผ่านเลยไป

 

44.3.3  การให้ผู้เล่นผิดคน ได้โยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง) 

 

การโยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง)  และ ถ้ามีการครอบครองบอลที่เป็นส่วนหนึ่งของบทลงโทษให้ยกเลิก   แล้วให้ทีมตรงข้ามได้ส่งบอลเข้าเล่นจากแนวเส้นโยนโทษ  ยกเว้นมีบทลงโทษการละเมิดกติกาอย่าง อื่นที่ต้องดำเนินการต่อ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
   

 


กติกาหมวดที่  8   กรรมการ, เจ้าหน้าที่โต๊ะ และ ผู้ควบคุมการแข่งขัน  :

หน้าที่ และ อำนาจ

      Rule  eight   :  Officials, table officials  and commissioner   :

Duties  and  powers

 
   

 


ข้อ 45 กรรมการ,เจ้าหน้าที่โต๊ะ และ ผู้ควบคุมการแข่งขัน  :  Officials, table officials  and commissioner

 

45.1     กรรมการ (officials) ต้องเป็น ผู้ตัดสิน (referee) 1 คน และ ผู้ช่วยตัดสิน (umpire) 1  คน หรือ  2  คน

โดยมี เจ้าหน้าที่โต๊ะ (table officials) และ ผู้ควบคุมการแข่งขัน (commissioner) ถ้ามี เป็นผู้ช่วยเหลือ

 

45.2     เจ้าหน้าที่โต๊ะ(table officials) ประกอบด้วย ผู้บันทึกคะแนน(scorer), ผู้ช่วยผู้บันทึกคะแนน(assistant scorer),  ผู้จับเวลา (timer),  และ ผู้ควบคุมเวลา 24 วินาที (twenty - four second operator)

 

45.3     ผู้ควบคุมการแข่งขัน (commissioner)  จะนั่งอยู่ระหว่าง ผู้บันทึกคะแนนกับผู้จับเวลา หน้าที่ของเขาอันดับแรกคือ ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่โต๊ะ และช่วย ผู้ตัดสิน และ ผู้ช่วยตัดสิน ในการปฏิบัติงานให้เป็นไปด้วยความราบรื่น ในระหว่างการแข่งขัน

45.4     กรรมการที่ได้รับมอบหมายให้ตัดสินการแข่งขัน   ต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทีมใดทีมหนึ่งในสนาม

แข่งขันในทุกกรณี

45.5     กรรมการ, เจ้าหน้าที่โต๊ะ และ ผู้ควบคุมการแข่งขัน  ต้องควบคุมการแข่งขันให้เป็นไปตามกติกานี้ และ ไม่มีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงกติกา

 

45.6     ชุดเครื่องแต่งกายของกรรมการ  ประกอบด้วย  เสื้อกรรมการ, กางเกงขายาวสีดำ, ถุงเท้าสีดำ  และรองเท้าบาสเกตบอลสีดำ

45.7     กรรมการ ต้องใส่ชุดเครื่องแต่งกายที่เหมือนกัน และเจ้าหน้าที่โต๊ะต้องใส่ชุดเครื่องแต่งกายที่เหมือนกัน

 

ข้อ 46  ผู้ตัดสิน : หน้าที่ และ อำนาจ   :   Referee : Duties and powers

          

ผู้ตัดสิน  ต้อง :  

 

46.1     ตรวจ  และ รับรองอุปกรณ์ทุกชนิดที่ใช้ในการแข่งขัน

 

46.2     กำหนดนาฬิกาจับเวลาแข่งขัน, เครื่องจับเวลา  24  วินาที, นาฬิกาจับเวลา และ ต้องให้การยอมรับเจ้าหน้าที่โต๊ะทุกคน

46.3     เลือกลูกบาสเกตบอลสำหรับแข่งขันอย่างน้อย  2  ลูก จากลูกบาสเกตบอลใช้แล้ว ที่ทีมเหย้าจัดเตรียมให้   ถ้าไม่สามารถเลือกลูกบาสเกตบอลที่เหมาะสมได้  เขาสามารถเลือกลูกบาสเกตบอลที่มีคุณภาพดีที่สุดเท่าที่หาได้มาใช้ในการแข่งขัน

46.4     ไม่อนุญาตให้ผู้เล่นคนใด สวมใส่อุปกรณ์ที่อาจจะทำให้ผู้เล่นอื่นได้รับบาดเจ็บ

 

46.5     ดำเนินการโยนลูกกระโดดเริ่มต้นการแข่งขันช่วงเวลาแรก  และ การส่งบอลเข้าเล่นตอนเริ่มการแข่งขันทุกช่วงการเล่น

 

46.6     มีอำนาจสั่งหยุดการแข่งขัน เมื่อมีเหตุที่เหมาะสม

 

46.7     มีอำนาจตัดสินใจปรับให้ทีมแพ้การแข่งขัน (forfeit)

 

46.8     ตรวจสอบใบบันทึกคะแนน ด้วยความละเอียดรอบคอบ หลังจากหมดเวลาการแข่งขัน หรือ ณ เวลาใดก็ตามที่เขาคิดว่ามีความจำ           

 

46.9     ให้การรับรอง และ ลงชื่อในใบบันทึกคะแนนเมื่อหมดเวลาการแข่งขัน  เป็น การสิ้นสุด การดำเนินการและ สิ้นสุด การเกี่ยวข้อง กับการแข่งขัน   อำนาจ ของกรรมการจะเริ่มต้นเมื่อเขามาถึงสนามแข่งขันก่อนเริ่มต้นการแข่งขันตามกำหนดการ  20  นาที  และสิ้นสุด เมื่อหมดเวลาแข่งขันและกรรมการได้รับรองผลการแข่งขัน

 

46.10   เขียนบันทึกที่ด้านหลังใบบันทึกคะแนน  ก่อนลงชื่อ  เมื่อ :

·       มีการปรับเป็นแพ้ (forfeit)  หรือ มีการทำฟาล์วเสียสิทธิ์

·       มีการแสดงพฤติกรรมผิดวิสัยนักกีฬาของ ผู้เล่น, ผู้ฝึกสอน, ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน หรือผู้ติดตามทีม ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า  20  นาที  ก่อนเวลาเริ่มต้นการแข่งขันตามกำหนดการ หรือ เมื่อหมดเวลาการแข่งขัน  และ ระหว่างรอการลงชื่อรับรองในใบบันทึกคะแนน  

 

ในกรณีนี้  ผู้ตัดสิน (ผู้ควบคุมการแข่งขัน - ถ้ามี) จะต้องทำรายละเอียดรายงานเสนอฝ่ายจัดการแข่งขัน

 

46.11   เป็นผู้ตัดสินใจคนสุดท้าย ในกรณีจำเป็น หรือ เมื่อกรรมการเกิดการขัดแย้ง ในการตัดสินใจเป็นคนสุดท้ายนี้  เขาอาจปรึกษากับผู้ช่วยตัดสิน,  ผู้ควบคุมการแข่งขัน ถ้ามี  และ / หรือ  เจ้าหน้าที่โต๊ะ

 

46.12   มีอำนาจให้การรับรอง  และ ให้ใช้อุปกรณ์เทคนิค ถ้าหาได้  กรณีการยิงประตูครั้งสุดท้ายในขณะหมดเวลาของแต่ละช่วงการเล่น หรือ แต่ละช่วงต่อเวลาพิเศษ ว่าลูกบอลได้หลุดจากมือในระหว่างช่วงเวลาการเล่น  และ / หรือ นับ  2  คะแนน หรือ  3  คะแนน จากการยิงประตู

 

46.13   มีอำนาจ ในการตัดสินปัญหาใดๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้เป็นการเฉพาะในกติกา

 

 

 

 

ข้อ 47   กรรมการ  :  หน้าที่ และ อำนาจ  :   Officials : Duties and powers

 

47.1     กรรมการมีอำนาจในการตัดสินการละเมิดกติกาที่เกิดขึ้น  ไม่ว่าในเส้นเขตสนาม หรือ นอกเส้นเขตสนามรวมถึงโต๊ะผู้บันทึกคะแนน ,  เขตที่นั่งของทีม และ บริเวณด้านหลังที่ติดกับเส้น

 

47.2     กรรมการต้องเป่านกหวีดเมื่อเกิดการละเมิดกติกา,  เมื่อหมดเวลาของแต่ละช่วงเวลา หรือ เมื่อกรรมการพบว่า  จำเป็นต้องหยุดการแข่งขัน   กรรมการไม่ต้องเป่านกหวีดภายหลังการยิงประตูเป็นผลสำเร็จ, การโยนโทษเป็นผลสำเร็จ  หรือ เมื่อบอลกลายเป็นบอลดี

 

47.3     เมื่อตัดสินเรื่องการถูกต้องตัว หรือการผิดระเบียบ ในแต่ละกรณี  กรรมการต้องใส่ใจ และให้ความ   สำคัญต่อหลักการเบื้องต้น ต่อไปนี้  :  

·    เจตนารมณ์  และ วัตถุประสงค์ (spirit and intent) ของกติกา รวมทั้งความจำเป็นในการส่งเสริมความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (uphold the integrity) ของการแข่งขันบาสเกตบอล

·    ความคิดเรื่องการประยุกต์ใช้ “ การได้เปรียบ / เสียเปรียบ ” (advantage/disadvantage) อย่างคงเส้นคงวา  กรรมการต้องไม่หยุดความต่อเนื่องของการแข่งขันโดยไม่จำเป็น เพียงเพื่อลงโทษการถูกต้องตัวโดยบังเอิญ ซึ่งไม่ได้ทำให้ผู้เล่นที่รับผิดชอบได้เปรียบ และฝ่ายตรงข้ามของเขาไม่เสียเปรียบ

·    การใช้สามัญสำนึก (common sense) ของความสอดคล้องกันในแต่ละเกมการแข่งขัน  เกี่ยวกับ อุปนิสัย   ความสามารถของผู้เล่น(abilities of the players) กิริยาท่าทาง และความประพฤติ  ในระหว่างการแข่งขัน

·    การยึดมั่นที่คงไว้ซึ่ง  ความสมดุล (balance)  ระหว่างการควบคุมกับความไหลลื่นของการแข่งขัน (game flow),  มี ” ความรู้สึก (feeling) ” ถึงสิ่งที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกำลังพยายามกระทำ  และ การเรียกฟาล์วที่ถูกต้องสำหรับการแข่งขัน

 

47.4     เมื่อมีการประท้วงโดยทีมใดทีมหนึ่ง  ผู้ตัดสิน(ผู้ควบคุมการแข่งขัน-ถ้ามี) จะต้องรายงานฝ่ายจัดการแข่งขันภายใน 1 ชั่วโมง หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขัน

 

47.5     ถ้ากรรมการคนหนึ่งบาดเจ็บ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม  ภายใน 5 นาที หลังเกิดเหตุ  ให้กลับสู่การแข่งขันใหม่ โดยให้กรรมการที่เหลืออยู่  ปฏิบัติหน้าที่โดยลำพังจนสิ้นสุดการแข่งขัน  ยกเว้น  มีความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนกรรมการสำรองแทนกรรมการที่บาดเจ็บ  หลังจากปรึกษากับ   ผู้ควบคุมการแข่งขัน(ถ้ามี)  กรรมการที่เหลือจะเป็นผู้ตัดสินใจในการเปลี่ยนกรรมการเข้ามาแทน

47.6     สำหรับการแข่งขันในระดับนานาชาติ  ถ้าจำเป็นต้องมีการพูดจา เพื่อให้การตัดสินมีความชัดเจน ให้ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร

 

47.7     กรรมการแต่ละคนมีอำนาจ (power) ในการตัดสินภายในกรอบตามหน้าที่ของเขา  แต่ไม่มีอำนาจ (authority) ที่จะเพิกเฉยต่อกติกา   หรือ  สอบถามเกี่ยวกับการตัดสินของกรรมการ   คนอื่น

 

47.8     การตัดสินโดยกรรมการถือเป็นสิ้นสุด  และ ไม่สามารถโต้แย้ง หรือ เพิกเฉย

 

ข้อ 48  ผู้บันทึกคะแนน และ ผู้ช่วยผู้บันทึกคะแนน : หน้าที่   :  Scorer and assistant scorer Duties

 

48.1     ผู้บันทึกคะแนน  ต้องจัดเตรียมใบบันทึก และทำการบันทึก :

                 ·     ชื่อทีม โดยเขียนชื่อทีม และหมายเลขผู้เล่นที่จะเริ่มต้นการแข่งขัน และผู้เล่นสำรองทั้งหมดที่ลงแข่งขัน  เมื่อมีการละเมิดกติกาเกี่ยวกับผู้เล่น 5 คนแรก ที่จะเริ่มต้นการแข่งขัน, การเปลี่ยนตัวหรือหมายเลขของผู้เล่น   เขาต้องแจ้งกรรมการคนที่อยู่ใกล้โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้

                                  ·         บันทึกคะแนน โดยทำการบันทึกคะแนนจากการยิงประตู  และ จากการโยนโทษที่ทำได้

                 ·     การทำฟาล์วของผู้เล่นแต่ละคน  และ ผู้บันทึกคะแนน ต้องแจ้งกรรมการทันที  เมื่อผู้เล่นคนใดทำฟาล์วครั้งที่ 5   เขาต้องบันทึกการทำฟาล์วของผู้ฝึกสอนแต่ละคน  และ ต้องแจ้งกรรมการทันที เมื่อผู้ฝึกสอนต้องถูกตัดสิทธิ์ ในทำนองเดียวกัน  เขาต้องแจ้งกรรมการทันที  เมื่อผู้เล่นทำฟาล์วผิดวิสัยนักกีฬาครั้งที่  2  และ ต้องถูกตัดสิทธิ์

                 ·     เวลานอก  เขาต้องแจ้งกรรมการ เมื่อทีมร้องขอเวลานอก  และ โอกาสการขอเวลานอกมาถึง และ ต้องแจ้งผู้ฝึกสอนผ่านกรรมการ   เมื่อผู้ฝึกสอนไม่มีเวลานอกเหลืออยู่ในแต่ละครึ่งเวลา หรือแต่ละช่วงต่อเวลาพิเศษ

                 ·     การสลับการครอบครองบอลครั้งต่อไป  โดยควบคุมลูกศรการสลับการครอบครองบอล         ผู้บันทึกคะแนนต้องปรับเปลี่ยนทิศทางลูกศรทันที  หลังภายหลังจากสิ้นสุดการแข่งขันในครึ่งเวลาแรก  ให้ไปตามทิศทางที่ทีมต้องเปลี่ยนห่วงตาข่ายการยิงประตูในครึ่งหลัง 

 

48.2     ผู้บันทึกคะแนน  ต้องดำเนินการ เรื่องต่อไปนี้ด้วย :

                                  ·          แสดงจำนวนการทำฟาล์วที่ทำโดยผู้เล่นของแต่ละคน  ด้วยการชูป้ายเครื่องหมายเสดงจำนวนครั้ง ของการทำฟาล์วให้ผู้ฝึกสอนทั้งสองทีมเห็นได้อย่างชัดแจน

                 ·     วางเครื่องหมายการฟาล์วทีมบนโต๊ะผู้บันทึกคะแนน  ที่ริมสุดด้านใกล้เขตที่นั่งของทีมที่อยู่ในสถานการณ์การลงโทษเป็นฟาล์วทีมของช่วงนั้น  เมื่อบอลกลายเป็นบอลดี หลังการฟาล์วทีม

ครั้งที่  4

                                  ·          ดูแลการเปลี่ยนตัวผู้เล่น

                 ·     ให้เสียงสัญญาณ  เฉพาะ เมื่อบอลกลายเป็นบอลตาย และ ก่อนบอลกลายเป็นบอลดีอีกครั้ง เสียงสัญญาณของเขา  ไม่ทำให้เวลาแข่งขันหยุดเดินหรือหยุดการแข่งขัน หรือ ไม่เป็นเหตุให้บอลกลายเป็นบอลตาย

 

48.3    ผู้ช่วยผู้บันทึกคะแนน   มีหน้าที่ควบคุมป้ายคะแนน (scoreboard) และ ช่วยเหลือผู้บันทึกคะแนน ในกรณี เกิดความแตกต่างกันไม่ว่าในกรณีใด ๆ ระหว่างป้ายคะแนนกับใบบันทึกคะแนน  ซึ่งไม่สามารถตกลงกันได้ ให้ยึดถือใบบันทึกคะแนนเป็นหลัก และ แก้ไขส่วนที่เกี่ยวข้องในป้ายคะแนน

48.4     หากการบันทึกคะแนนที่ผิดพลาด  ได้รับการยอมรับ :

                                  ·          ในระหว่างการแข่งขัน  ผู้บันทึกคะแนนต้องรอให้บอลตายครั้งแรก ก่อนให้เสียงสัญญาณ

                 ·     หลังจากหมดเวลาการแข่งขัน  และ ก่อนผู้ตัดสินลงชื่อในใบบันทึก  การผิดพลาดต้องทำ   การแก้ไข ถ้าการแก้ไขมีผลไปถึงผลของการแข่งขัน

                 ·     หลังจากผู้ตัดสินได้ลงชื่อในใบบันทึกแล้ว  การผิดพลาดไม่สามารถแก้ไขได้  ผู้ตัดสิน หรือ      ผู้ควบคุมการแข่งขัน ถ้ามี  ต้องทำรายละเอียดแจ้งฝ่ายจัดการแข่งขัน

 

ข้อ 49 ผู้จับเวลา : หน้าที่ :  Timer ; Duties

 

49.1     ผู้จับเวลา ต้องจัดเตรียมนาฬิกาเวลาแข่งขัน  และนาฬิกาจับเวลา  และต้อง : 

                                  ·          จับเวลาแข่งขัน,  เวลานอก  และ เวลาพักการแข่งขัน

                                  ·          มั่นใจว่า  เสียงสัญญาณเวลาการแข่งขันมีเสียงดังมาก และดังขึ้นโดยอัตโนมัติ  เมื่อหมดเวลา

แข่งขันของช่วงเวลา

                                  ·          ทำทุกวิถีทาง ที่จะแจ้งให้กรรมการทราบทันที  ถ้าเสียงสัญญาณขัดข้อง หรือ ไม่ได้ยิน

                                  ·          แจ้งให้ทีม  และกรรมการทราบ อย่างน้อย  3  นาที ก่อนเริ่มต้นการแข่งขันในช่วงการเล่นที่  3

 

49.2     ผู้จับเวลา จะต้องจับ เวลาแข่งขัน  ดังนี้ : 

                                  ·          เริ่มเดินนาฬิกาจับเวลาแข่งขัน  เมื่อ

-          ในระหว่างการเล่นลูกกระโดด,  ลูกบอลถูกปัดอย่างถูกกติกาโดยผู้เล่นลูกกระโดด

-     หลังการโยนโทษครั้งสุดท้าย หรือโยนโทษครั้งเดียวไม่สำเร็จ  และบอลยังเป็นบอลดีต่อเนื่อง  ลูกบอลไปถูกผู้เล่นในสนามแข่งขัน  หรือผู้เล่นในสนามแข่งขันไปถูกลูกบอล

-     ในระหว่างส่งบอลเข้าเล่น  เมื่อลูกบอลถูกผู้เล่นในสนามแข่งขันอย่างถูกกติกา  หรือ  ผู้เล่นในสนามแข่งขันถูกลูกบอลอย่างถูกกติกา

                                  ·          หยุดเดินนาฬิกาจับเวลาแข่งขัน  เมื่อ

-          หมดเวลาแข่งขันของช่วงเวลา หากนาฬิกาไม่ได้หยุดด้วยตัวเองโดยอัตโนมัติ

-          กรรมการเป่านกหวีด  ขณะเป็นบอลดี

-          มีการได้คะแนนจากการยิงประตู  ซึ่งทีมที่เสียคะแนนร้องขอเวลานอก

-          มีการได้คะแนนจากการยิงประตูใน  2  นาทีสุดท้ายของช่วงที่ 4  หรือ  2  นาทีสุดท้ายของแต่ละช่วงต่อเวลาพิเศษ

-          มีเสียงสัญญาณเครื่องจับเวลา  24  วินาที ดัง  ขณะที่ทีมกำลังครอบครองบอล

 

49.3     ผู้จับเวลา จะต้องจับ เวลานอก  ดังนี้  :  

                                  ·          เริ่มจับเวลาทันที  เมื่อกรรมการเป่านกหวีดของเขา และให้สัญญาณเวลานอก

                                  ·           ให้เสียงสัญญาณ  เมื่อเวลานอกผ่านไป  50  วินาที

                                  ·          ให้เสียงสัญญาณ  เมื่อเวลานอกสิ้นสุด

 

49.4     ผู้จับเวลา จะต้องจับ เวลาพักการแข่งขัน  ดังนี้ :

                                  ·          เริ่มเดินเครื่องจับเวลาพักทันที  เมื่อช่วงเวลาแข่งขันก่อนหน้าได้สิ้นสุด

                                  ·          ให้เสียงสัญญาณเริ่มช่วงเวลาแรก  และเริ่มช่วงเวลาที่ 3  เมื่อเหลือเวลา  3  นาที                   และ 1  นาที  30  วินาที  ก่อนเริ่มต้นการแข่งขัน

                                  ·          ให้เสียงสัญญาณเริ่มช่วงเวลาที่  2,  เริ่มช่วงเวลาที่  4  และ เริ่มช่วงต่อเวลาพิเศษ             เมื่อเหลือเวลา  30   วินาที  ก่อนเริ่มต้นการแข่งขัน

                                  ·          ให้เสียงสัญญาณ และหยุดจับเวลาพักการแข่งขันทันที  เมื่อเวลาพักได้สิ้นสุด

 

ข้อ 50  ผู้ควบคุมเวลา  24  วินาที : หน้าที่  :  Twenty - four second operator : Duties

 

ผู้ควบคุมเวลา  24  วินาที   ต้องจัดเตรียมเครื่องจับเวลา  24  วินาที  ซึ่งต้อง :

 

50.1     เริ่มเดิน  หรือ  เริ่มเดินใหม่  เมื่อ :

                                  ·          มีทีมได้ครอบครองบอลดี  ในสนามแข่งขัน

                                  ·          ขณะส่งบอลเข้าเล่น, ลูกบอล ถูก ผู้เล่น  หรือผู้เล่นถูกบอลอย่างถูกกติกาในสนามแข่งขัน

 

การถูกลูกบอลเพียงเล็กน้อย โดยฝ่ายตรงข้ามไม่ทำให้เริ่มช่วงเวลา  24  วินาที ใหม่  หากทีมเดิมยัง  คงเป็นทีมครอบครองบอล

 

50.2     เมื่อกรรมการเป่านกหวีด  อันเป็นผลจาก :

                                  ·          การฟาล์ว  หรือ  ผิดระเบียบ (ไม่ใช่ลูกบอลออกนอกสนามโดยทีมไม่ได้ครอบครองบอล)

                                  ·          การหยุดการแข่งขัน  เพราะการกระทำที่ไม่เกี่ยวข้องกับทีมครอบครองบอล

                                  ·          การหยุดการแข่งขัน  เพราะการกระทำที่ไม่เกี่ยวข้องกับทั้งสองทีม, ยกเว้นทำให้ฝ่ายตรงข้ามอยู่ในสถานะเสียเปรียบ

 

 

 

 

เวลา 24 วินาที  ต้อง  :

 

1.  หยุดเดิน และ ตั้งเวลา 24 วินาทีใหม่   เมื่อ :

-          ลูกบอลลงห่วงตาข่ายอย่างถูกกติกา

-          ลูกบอลกระทบห่วงตาข่ายฝ่ายตรงข้าม (ยกเว้น ลูกบอลติดค้างระหว่างห่วงตาข่ายกับกระดานหลัง)

-          ทีมได้ส่งบอลเข้าเล่นจากแดนหลัง  หรือได้ส่งบอลเข้าเล่นจากการโยนโทษ

-          มีการละเมิดกติกา  โดยทีมครอบครองบอล

 

2.  หยุดเดิน แต่ไม่ตั้งเวลา  24  วินาที ใหม่   เมื่อทีมเดิมที่ครอบครองบอลอยู่ก่อนได้ส่งบอลเข้าเล่นในแดนหน้า  และ เครื่องจับเวลา  24  วินาที แสดงเวลา  14  วินาที  หรือ  มากกว่า

 

3.  หยุดเดิน และ ตั้งเวลา 14  วินาที   เมื่อทีมเดิมที่ครอบครองบอลอยู่ก่อน  ได้ส่งบอลเข้าเล่นในแดนหน้า  และ เครื่องจับเวลา  24  วินาที   แสดงเวลา  13  วินาที  หรือ  น้อยกว่า

 

50.3    หยุดเดิน  แต่ไม่ตั้งเวลา   เมื่อทีมเดิมที่ครอบครองบอลอยู่ก่อน  ได้ส่งบอลเข้าเล่น อันมีผลมาจาก :

                                  ·          ลูกบอลออกนอกสนาม

                                  ·          ผู้เล่นทีมเดียวกัน  ได้รับบาดเจ็บ

                                  ·          สถานการณ์ลูกกระโดด

                                  ·          การฟาล์วคู่

                                  ·          การยกเลิก บทลงโทษที่เท่ากัน

 

50.4    ปิดเครื่อง   หลังจากบอลกลายเป็นบอลตาย  และ เวลาการแข่งขันได้หยุดเดิน, เมื่อมีเวลาการแข่งขัน   เหลืออยู่ น้อยกว่า  24   วินาที   หรือ  14  วินาที  ในทุกช่วงเวลาการเล่น

 

เสียงสัญญาณของเครื่องจับเวลา  24  วินาที  ไม่ทำให้เวลาแข่งขันหยุดเดิน  หรือหยุดการแข่งขัน,     ไม่เป็นเหตุ ทำให้บอลกลายเป็นบอลตาย   ยกเว้น ทีมกำลังครอบครองบอล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
   

 


A   สัญญาณของกรรมการ  :   OFFICIALS’ SIGNALS

 
   

 


A.1.      สัญญาณมือที่แสดงให้เห็นตามรูปในกติกานี้ เป็นสัญญาณเฉพาะของกรรมการ ซึ่งต้องนำไปใช้โดยกรรมการทุกคนในการแข่งขัน

A.2.      เป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าหน้าที่โต๊ะ ต้องทำความเข้าใจกับสัญญาณเหล่านี้

 

1   สัญญาณ  คะแนน  :  SCORING

 

 
   

 

 

 

 

 

 

 


 

2

 

 

 

 

 

 

 


 

 

3

 

 

 

 

 

 

 

 

4   

 

 

 

 

 

 

5

 

 

 

 

 

 

 

               

 

2    สัญญาณ  เกี่ยวกับเวลา  :  CLOCK RELATED

 

 

 

 

 

 
   

 

 

 

 

 


 

 

 

7

 

 
   

 

 

 

 

 

 


8   

 

 

 

 
   

 

 

 


 

9

 

 
   

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

      3   สัญญาณ  การดำเนินการ  :   ADMINISTRATIVE

 

10 

 

 

 
   

 

 

 

 

 

 


 

11

 

 

 

 

 

 


 

12

 

 

 
   

 

 

 

 

 

 


13    

 

 

14

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                 4   สัญญาณ  ชนิดของการผิดระเบียบ  :   TYPE OF VIOLATIONS

 

 

 

 

 

 

 

 

 

15 

 

 

 
   

 

 

 

 

 


 

 

 

16

 

 
   

 

 

 

 

 


 

17   

 

 
   

 

 


18

 

 

 

 

 

 

 

 

 

19

 

 

 

 

 

 

 

 

 

20

21

22

 

 

23

 
   

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

24

25

 

                 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                 5   สัญญาณ  การแจ้งฟาล์วกับโต๊ะบันทึกคะแนน (3 ขั้นตอน)

                        :  REPORTING A FOUL TO THE SCORER’TABLE (3 STEPS)

                       

ขั้นตอนที่  1  หมายเลขผู้เล่น  :   STEP 1   -   NUMBER OF PLAYER

 

 

 

26

 

 

 

 

 

 

 

 

 

27

28

29

 

 

 

 

 

 

30

 

 

 

 

 

 

 

 

 

31

32

33

34

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

35

36

37

 

 

 

 

 

 

                        ขั้นตอนที่  2   ชนิดการฟาล์ว  :   STEP 2   -   TYPE OF FOUL

 

 

38

 

 

 
   

 

 

 

 

 

 


 

39

 

 

 

 

 

 

 

 

40

               

 

 

 

 

 

 

 

41

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

42

 

 

 

 

 

 

 

 

43

 

 

 

 

 

 

 

 

44

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

45

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

46

 

 

 

 

 

 

 

47

 

 

 

 

 

 

 

 

 

48

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                 

 

 

 

 

 

 

                                                        

ขั้นตอนที่  3   จำนวนครั้งการโยนโทษ

                                                :  STEP 3   -   NUMBER OF FREE THROW(S) AWARDED

 

49

 

 

 

 

 

 

 

 

 

50

 

 

 

 

 

 

51

 

 

 

 

 

 

 

 

                                หรือ

 

-           ทิศทางการเล่น

 

52

 

 

53

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

               

 

 

 

         

 

 

 

 

6   สัญญาณ  การดำเนินการโยนโทษ

     :  FREE THROW ADMINISTRATION (2  STEPS)

 

ขั้นตอนที่  1  สัญญาณในเขต 3  วินาที   

                                  :  STEP  1   -    INSIDE THE RESTRICTED AREA

 

54

 

 

 

 

 

 

 

 

55

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

56

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขั้นตอนที่  2   สัญญาณนอกเขต 3 วินาที   

                                  :  STEP 2    -   OUT SIDE THE RESTRICTED AREA

 

57

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

58

 

 

 

 

 

 

 

 

 

59

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพที่ 7  สัญญาณของกรรมการ  :  Officials' signals

 

 

 

 

 
   

 


B   ใบบันทึกคะแนน  :   THE SCORESHEET

 
   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ภาพที่  8  ใบบันทึกคะแนนScoresheet

B.1       ใบบันทึกคะแนน ตามภาพที่ 8  เป็นแบบใบบันทึกที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการเทคนิค ของ    ฟีบ้า (Technical Commission)

 

B.2       ใบบันทึกคะแนนประกอบด้วย  ต้นฉบับ 1 แผ่น  และสำเนา 3 แผ่น  แต่ละแผ่นมีสีต่างๆ ดังนี้  ต้นฉบับ

สีขาว สำหรับ ฟีบ้า (FIBA), สำเนาแผ่นที่ 1 สีน้ำเงิน  สำหรับฝ่ายจัดการแข่งขัน, สำเนาแผ่นที่ 2 สีชมพูสำหรับทีมชนะ,  และ  สำเนาแผ่นที่ 3 สีเหลือง สำหรับทีมแพ้

หมายเหตุ  :  1. แนะนำให้ผู้บันทึกใช้ปากกา  2  สี แตกต่างกัน, สีหนึ่งใช้เขียนบันทึกในช่วงเวลาแรก        

                                               กับ ช่วงเวลาที่  3  และ อีกสีหนึ่ง ใช้เขียนบันทึกใน ช่วงเวลาที่  2 กับ ช่วงเวลาที่  4

                               2. ใบบันทึกคะแนนอาจจัดทำเป็นระบบอิเล็กโทรนิคที่สมบูรณ์แบบได้

 

B.3       ก่อนเริ่มต้นการแข่งขันตามกำหนดการ  อย่างน้อย  20  นาที ผู้บันทึกต้องจัดเตรียมใบบันทึก ดังต่อไปนี้

B.3.1   เขาต้องเขียนชื่อทั้งสองทีมในช่องบนสุดของใบบันทึกคะแนน   ทีม A   ต้องเป็นทีมท้องถิ่น (ทีมเจ้า

บ้าน -  home ) สำหรับการแข่งขันที่เป็นทัวร์นาเม้นท์ หรือการแข่งขันในสนามแข่งขันกลาง, ทีม A  เป็นทีมที่มีชื่อแรกในโปรแกรมการแข่งขัน  และทีมชื่อหลังต้องเป็น ทีม B

B.3.2    เขาต้องเขียน : 

                                  ·          ชื่อการแข่งขัน

                                  ·          ลำดับที่การแข่งขัน

                                  ·          วันที่ เดือน ปี, เวลา  และ ชื่อสถานที่แข่งขัน

                                  ·          เขียนชื่อผู้ตัดสิน (referee)  และ ชื่อผู้ช่วยตัดสินคนเดียว(สองคน)- umpire(s)

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพที่ 9    ส่วนบนของใบบันทึกคะแนน:  Top of the scoresheet

 

B.3.3    ต่อไปเขาต้องเขียนชื่อผู้เล่นของแต่ละทีม  ตามรายชื่อที่ผู้ฝึกสอนหรือตัวแทนของเขาได้ยื่นไว้  ชื่อทีม A อยู่ส่วนบน และ ชื่อทีม B อยู่ส่วนล่าง ของใบบันทึกคะแนน

B.3.3.1 ในช่องแรก  ผู้บันทึกต้องเขียนเลขประจำตัวนักกีฬา (player's licence) ของแต่ละคน (เลขสามตัวสุดท้าย)  สำหรับการแข่งขันที่เป็นทัวร์นาเม้นท์  เลขประจำตัวนักกีฬาให้เขียนเฉพาะการแข่งขัน     ครั้งแรกของทีม

B.3.3.2  ในช่องที่  2  ผู้บันทึกต้องเขียนชื่อผู้เล่นแต่ละคน  ด้วยตัวอักษร  ตัวพิมพ์ใหญ่ (BLOCK CAPITAL)  และเขียนหมายเลขผู้เล่นให้ตรงกับชุดแข่งขันของผู้เล่นแต่ละคน  ให้ระบุหัวหน้าทีมโดยเขียน ”CAP” ต่อหลังชื่อของเขา

B.3.3.3 ถ้าทีมส่งชื่อผู้เล่นน้อยกว่า 12 คน  ผู้บันทึกคะแนนต้องขีดเส้นยาวตลอดช่องของเลขประจำตัว

             นักกีฬา   ชื่อ, หมายเลข ฯลฯ

B.3.4    ที่ส่วนล่างของส่วนที่เกี่ยวกับทีม  ผู้บันทึกคะแนนต้องเขียน (ตัวพิมพ์ใหญ่) ชื่อผู้ฝึกสอน  และ            ชื่อผู้ช่วยผู้ฝึกสอนของแต่ละทีม

 

B.4       ก่อนการแข่งขันตามกำหนดการอย่างน้อย  10  นาที   ผู้ฝึกสอนของทั้งสองทีมต้อง :  

B.4.1    ยืนยันรายชื่อ  และหมายเลขผู้เล่น

B.4.2    ยืนยันรายชื่อของผู้ฝึกสอน  และชื่อผู้ช่วยผู้ฝึกสอน

B.4.3    ระบุผู้เล่น 5 คนแรกที่จะเริ่มต้นการแข่งขัน โดยทำเครื่องหมาย X ข้างหมายเลขผู้เล่นในช่อง ”ผู้เล่นลงแข่งขัน”  (Player in' column)

B.4.4    ลงชื่อในใบบันทึกคะแนน

ผู้ฝึกสอนของทีม A  ต้องเป็นฝ่ายดำเนินการตามที่กล่าวข้างต้นก่อน

 

B.5       เมื่อเริ่มต้นการแข่งขัน ให้ผู้บันทึกคะแนนเขียนวงกลมรอบเครื่องหมาย X ของผู้เล่น 5 คนแรก ของ แต่ละทีมที่เริ่มต้นการแข่งขัน

 

B.6       ในระหว่างแข่งขัน  ให้ผู้บันทึกคะแนนเขียนเครื่องหมาย X (ไม่ต้องทำวงกลมรอบ) ในช่อง “ผู้เล่นลงแข่งขัน”  เมื่อผู้เล่นสำรองลงแข่งขันเป็นผู้เล่นครั้งแรก 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพที่  10    ส่วนของทีมในใบบันทึกคะแนน

    :  Teams on the scoresheet

B.7     เวลานอก  :  Time-outs

B.7.1    การอนุญาตให้เป็นเวลานอก  ต้องบันทึกในใบบันทึกคะแนน  โดยเขียนเลขนาทีของเวลาแข่งขันของช่วงเวลา หรือ แต่ละช่วงต่อเวลาพิเศษ ในช่องสี่เหลี่ยมใต้ชื่อทีม

B.7.2    เมื่อสิ้นสุดการแข่งขันของแต่ละครึ่งเวลา หรือของแต่ละช่วงต่อเวลาพิเศษ ให้ขีดเส้นขนาน  2  เส้น     ในช่องสี่เหลี่ยมที่ไม่ได้ใช้

 

B.8     การฟาล์ว  :  Fouls

B.8.1    ให้บันทึกเป็นการฟาล์วของผู้เล่นที่ทำฟาล์วบุคคล, ฟาล์วเทคนิค, ฟาล์วผิดวิสัยนักกีฬา หรือ        ฟาล์วเสียสิทธิ์

B.8.2    การทำฟาล์วของผู้ฝึกสอน, ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน, ผู้เล่นสำรอง และ ผู้ติดตามทีม ซึ่งอาจจะเป็นฟาล์วเทคนิคหรือฟาล์วเสียสิทธิ์  ให้บันทึกเป็นการทำฟาล์วของผู้ฝึกสอน

B.8.3    การทำฟาล์วทั้งหมด  ให้บันทึกดังนี้

B.8.3.1 ฟาล์วบุคคล  ให้บันทึกโดยเขียน  “ P ”

B.8.3.2 ฟาล์วเทคนิคผู้เล่น  ให้บันทึกโดยเขียน  ” T ”

B.8.3.3 ฟาล์วเทคนิคผู้ฝึกสอน สำหรับความประพฤติที่ผิดวิสัยนักกีฬาของเขาให้บันทึก  โดยเขียน  ” C ” 

การทำฟาล์วเทคนิคในลักษณะเดียวกันเป็นครั้งที่  2   ให้เขียนบันทึก  โดยเขียน ” C ” ต่อด้วย ” D ” ในช่องว่างที่เหลือ

B.8.3.4 ฟาล์วเทคนิคผู้ฝึกสอน สำหรับเหตุผลอื่น  ให้บันทึกโดยเขียน  ” B ”

B.8.3.5 ฟาล์วผิดวิสัยนักกีฬาให้บันทึกโดยเขียน  ” U ”  และ การทำฟาล์วผิดวิสัยนักกีฬา ครั้งที่  2   ให้เขียน

บันทึก โดยเขียน  ” U ”  ต่อด้วย  ” D ”  ในช่องว่างที่เหลือ

B.8.3.6 ฟาล์วเสียสิทธิ์ให้บันทึก  โดยเขียน  ” D ”

B.8.3.7 ฟาล์วที่ต้องมีการโยนโทษครั้งเดียว(หลายครั้ง) ให้บันทึก  โดยเขียนตัวเลขจำนวนครั้งของการโยนโทษ

(1, 2  หรือ  3) ข้างตัวอักษร  P, T, C, B, U หรือ  D  

B.8.3.8 การทำฟาล์วทั้งหมดของทั้งสองทีมที่มีบทลงโทษเท่ากัน และได้ยกเลิก ตามกติกาข้อ 42 (สถานการณ์

พิเศษ) ให้บันทึก  โดยเขียน ตัวอักษร ”c” ตัวเล็ก  ข้างตัวอักษร   P, T, C, B,U  หรือ  D

B.8.3.9 เมื่อสิ้นสุดการแข่งขันของแต่ละช่วงเวลา ผู้บันทึกคะแนนต้องขีดเส้นหนา ระหว่างช่องที่บันทึกแล้วกับ

ช่องที่ไม่ได้บันทึก

           

เมื่อหมดเวลาการแข่งขัน ให้ผู้บันทึกทำลายช่องว่างที่เหลือ  ด้วยการขีดเส้นหนาแนวขนานในช่องว่างที่เหลือ

 

 

 

B.8.3.10 ตัวอย่างการบันทึกฟาล์วเสียสิทธิ์

  การทำฟาล์วเสียสิทธ์โดยผู้ฝึกสอน, ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน, ผู้เล่นสำรอง, ผู้เล่นที่ถูกให้ออกหรือผู้ติดตามทีม  

  ที่ออกจากเขตที่นั่งของทีม (กติกาข้อ 39) ให้บันทึกตามที่แสดงไว้ด้านล่าง  ช่องสี่เหลี่ยมที่เหลือของ  

  คนที่ถูกให้เสียสิทธิ์  ให้เขียนตัวอักษร F ในทุกช่อง

 

            เฉพาะผู้ฝึกสอนถูกตัดสิทธิ์

 

 

            เฉพาะผู้ช่วยผู้ฝึกสอนถูกตัดสิทธิ์

 

 

            ผู้ฝึกสอนและผู้ช่วยผู้ฝึกสอนถูกตัดสิทธิ์

 

 

            ผู้เล่นสำรองที่ฟาล์วน้อยกว่า 4 ครั้ง  ให้เขียนตัวอักษร F ในช่องที่เหลือทุกช่อง

 

 

            ผู้เล่นสำรองที่ฟาล์วครั้งที่ 5 ถูกตัดสิทธิ์ ให้เขียนตัวอักษร F ในช่องว่างช่องสุดท้าย

 

 

ผู้เล่นที่ถูกให้ออกจากการทำฟาล์วครบ 5 ครั้ง(fouled out)ให้เขียนตัวอักษร F

ต่อจากช่องสุดท้าย

 

 

เพิ่มเติมต่อจากตัวอย่างข้างต้นของผู้เล่น SMITH, JAMES และ RUSH หรือ

ถ้าผู้ติดตามทีมถูกตัดสิทธิ์   ให้ลงบันทึกฟาล์วเทคนิคดังนี้

 

 

 

หมายเหตุ  ฟาล์วเทคนิคหรือฟาล์วเสียสิทธิ์ตามกติกาข้อ 39  ไม่นับรวมเป็นฟาล์วทีม

               

  B.8.3.11  ฟาล์วเสียสิทธิ์โดยผู้เล่นสำรอง (ไม่เกี่ยวกับกติกาข้อ 39)  ให้บันทึกดังนี้

 

และ

 

 

B.8.3.12  ฟาล์วเสียสิทธิ์โดยผู้ช่วยผู้ฝึกสอน (ไม่เกี่ยวกับกติกาข้อ 39)  ให้บันทึกดังนี้

 

 

B.8.3.13  ฟาล์วเสียสิทธิ์โดยผู้เล่นที่ถูกให้ออก หลังจากทำฟาล์วครบ 5 ครั้ง (ไม่เกี่ยวกับกติกาข้อ 39) 

   ให้บันทึกดังนี้

 

และ

 

 

 

B.9     ฟาล์วทีม

B.9.1    สำหรับแต่ละช่วงเวลา  จะมีช่องบันทึกฟาล์วทีม  4  ช่อง ในใบบันทึกคะแนน (ใต้ชื่อทีม และ เหนือ

ชื่อผู้เล่น)

B.9.2    เมื่อผู้เล่นทำฟาล์วฟาล์วบุคคล, ฟาล์วเทคนิค, ฟาล์วผิดวิสัยนักกีฬา, หรือฟาล์วเสียสิทธิ์  ผู้บันทึกคะแนนต้องบันทึกเป็นฟาล์วทีมของผู้เล่นคนนั้น  โดยทำเครื่องหมาย X ขนาดใหญ่  ในช่องว่างที่กำหนดตามลำดับ


B.10    การบันทึกคะแนน

B.10.1 ผู้บันทึกคะแนน  ต้องบันทึกคะแนนที่แต่ละทีมทำได้ตามลำดับ

B.10.2 ใบบันทึกคะแนน มี  4  แถว  สำหรับบันทึก

B.10.3  แต่ละแถว  มี 4 ช่อง,  2  ช่องซ้าย สำหรับทีม A  และ  2  ช่องขวา สำหรับ

ทีม B   ช่องกลางสำหรับบันทึกคะแนน (160 คะแนน) ของแต่ละทีม

ผู้บันทึกคะแนน  ต้อง :

                                  ·          อันดับแรก  ให้ขีดเส้นทแยง ( / ) สำหรับคะแนนจากการยิงประตู

และทำวงกลมทึบ (     )  สำหรับ คะแนนจากการโยนโทษ  ของ

คะแนน รวมสะสมครั้งใหม่ (new total) โดยทีมที่ทำคะแนนได้

                                  ·          จากนั้น ในช่องว่างด้านเดียวกับจำนวนคะแนนรวม(ด้านข้างคะแนน

ใหม่ / หรือ     ) ให้เขียนหมายเลขของผู้เล่นที่ยิงประตู หรือ โยนโทษ

 

B.11     การบันทึกคะแนน : คำแนะนำเพิ่มเติม

: The running score: Additional instructions

B.11.1 ผู้เล่นยิงประตู 3 คะแนน  ให้บันทึก  โดยทำวงกลม  รอบหมายเลขผู้เล่น

B.11.2 คะแนนจากการทำประตูโดยบังเอิญของผู้เล่นที่ทำลูกบอลเข้าห่วงตาข่าย

ของทีมตัวเอง ให้บันทึกเป็นการทำคะแนนของหัวหน้าทีมฝ่ายตรงข้ามที่อยู่

ในสนามแข่งขัน

B.11.3 คะแนนที่ได้จากการที่ลูกบอลไม่ลงห่วงตาข่าย (กติกาข้อ 31  การขัดขวาง

ลูกบอลลงห่วง และ การรบกวนห่วงตาข่าย) ให้บันทึกเป็นคะแนนของผู้เล่น

ที่ยิงประตู

B.11.4 เมื่อสิ้นสุดการแข่งขันของแต่ละช่วงเวลา ผู้บันทึกคะแนนต้องทำวงกลมหนา

(       ) รอบจำนวนคะแนนหลังสุดของแต่ละทีม แล้วขีดเส้นหนาขนานใต้

คะแนน  และ ใต้หมายเลขผู้เล่นที่ทำคะแนนได้หลังสุด

B.11.5 เมื่อเริ่มต้นการแข่งขันของแต่ละช่วงเวลา ให้ผู้บันทึกคะแนน บันทึกคะแนน

ต่อไปตามลำดับ ต่อจากคะแนนหลังสุดที่หยุดไว้

B.11.6 หากเป็นไปได้  ผู้บันทึกคะแนนต้องตรวจสอบคะแนนในใบบันทึกกับคะแนน

ในป้ายคะแนน  ถ้ามีความขัดแย้งกัน และคะแนนของเขาถูกต้อง เขาต้องรีบ

แก้ไขที่ป้ายคะแนนทันที  กรณีเกิดความสงสัยหรือมีทีมใดไม่เห็นด้วยกับการ

แก้ไข ผู้บันทึก  ต้องแจ้งผู้ตัดสิน (Referee) โดยเร็วที่สุด   เมื่อบอลกลายเป็น

บอลตาย  และ เวลาแข่งขันหยุดเดิน

                                                                           ภาพที่ 11   การบันทึกคะแนน

                                                                                                                                                                        Running score

 B.12   การบันทึกคะแนน : การสรุปคะแนน

: The running score: Summing up                               

B.12.1 เมื่อจบการแข่งขันของแต่ละช่วงเวลา ผู้บันทึกคะแนนต้องเขียนคะแนน

ของช่วงเวลานั้น  ลงในช่องที่ส่วนล่างของใบบันทึกคะแนน

B.12.2  เมื่อจบการแข่งขัน  ให้ผู้บันทึกคะแนน ขีดเส้นหนาขนานกัน  2  เส้น

ใต้จำนวนคะแนนสุดท้าย และ ใต้หมายเลขผู้เล่น  ที่ทำคะแนนสุดท้าย

ของแต่ละทีม รวมทั้งเขา ต้องขีดเส้นทแยงมุมในช่องที่เหลือถึงตอนล่าง

เพื่อทำลายตัวเลข (คะแนนตามลำดับ) ทั้งหมดของแต่ละทีม

B.12.3 เมื่อจบการแข่งขัน  ผู้บันทึกคะแนนต้องเขียนคะแนนของสุดท้าย และ

ชื่อทีมที่ชนะการแข่งขัน                                                                                                                                                                                                                                

B.12.4 หลังจากที่ผู้ช่วยผู้บันทึกคะแนน, ผู้จับเวลา และ ผู้ควบคุมเวลา         ภาพที่  12   การสรุปคะแนน

24  วินาที  เขียนชื่อ-สกุล ด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่แล้ว ผู้บันทึกคะแนน                    :  Summing up

จึงเขียนชื่อสกุล  ลงในใบบันทึกคะแนน

B.12.5 เมื่อผู้ช่วยตัดสินลงชื่อแล้ว  ผู้ตัดสินจะเป็นผู้รับรอง และ ลงชื่อในใบบันทึกคะแนนเป็นคนสุดท้าย    เป็นอันสิ้นสุดการดำเนินการของกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน

 

หมายเหตุ    ถ้ามีหัวหน้าทีม (CAP) ของทีมใดทีมหนึ่งลงชื่อในใบบันทึกคะแนน  เพื่อประท้วง ในช่อง ” หัวหน้าทีมลงชื่อประท้วง ” ('Captain's signature in case of protest')  เจ้าหน้าที่โต๊ะทุกคนรวมทั้งผู้ช่วยตัดสิน ยังต้องอยู่ภายใต้การดำเนินการของผู้ตัดสิน จนกว่าผู้ตัดสินจะอนุญาตให้ออกไปได้

 

 

 

 

  ภาพที่  13   ส่วนล่างของใบบันทึกคะแนน

                                                                              Bottom of the scoresheet

 

 

 

 

 

 

 
   

 

 

C   ระเบียบวิธีการประท้วง  :   PROTEST PROCEDURE

 
   

 

 

 

ในการแข่งขันของ  สหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ (FIBA official competition) ถ้าทีมใดเชื่อว่า ทีมของเขาได้รับผลเสียจากการตัดสินของกรรมการ (ผู้ตัดสิน หรือ ผู้ช่วยตัดสิน) หรือจากเหตุการณ์ใดๆ  ที่ทำให้ได้รับผลเสียในระหว่างการแข่งขัน  ให้ทีมนั้นปฏิบัติดังนี้ :

 

C.1         ทันทีเมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน  ให้หัวหน้าทีมแจ้งผู้ตัดสิน (referee)  ว่าทีมขอประท้วงผลการแข่งขันแล้วลงชื่อในใบบันทึกคะแนน ในช่อง  “ หัวหน้าทีมลงชื่อประท้วง ”

 

เพื่อให้การประท้วงถูกต้องสมบูรณ์  เป็นเรื่องจำเป็นที่ตัวแทนเจ้าหน้าที่ของสหพันธ์แห่งชาติหรือสโมสรที่ประท้วง  ต้องยืนยันการประท้วงเป็นลายลักษณ์อักษร  ภายใน  20  นาที  หลังจากจบการแข่งขัน

 

ไม่จำเป็นต้องมีรายละเอียด  ให้เขียนเพียงว่า :  สหพันธ์แห่งชาติ (หรือสโมสร) .....x….. ขอประท้วงผลการแข่งขันระหว่างทีม .....x….. กับทีม .....Y….. จากนั้นเขาต้องมัดจำเงินประกันเป็นจำนวนเงิน 250      ยูเอส ดอลล่าร์   ต่อผู้แทนสหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ  หรือ ต่อประธานคณะกรรมการเทคนิค

 

ผู้แทนสหพันธ์แห่งชาติของทีม  หรือ สโมสรที่ประท้วง ต้องเสนอรายละเอียดของการประท้วงให้ผู้แทนสหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ  หรือ ประธานคณะกรรมการเทคนิคภายใน 1 ชั่วโมง หลังจากจบการแข่งขัน

 

ถ้าการประท้วงได้การยอมรับ ให้คืนเงินประกัน

 

C.2         ผู้ตัดสินต้องรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งนำไปสู่การประท้วงยื่นต่อประธานคณะกรรมการเทคนิคภายใน 1 ชั่วโมง หลังจากหมดเวลาการแข่งขัน

 

C.3       หากสหพันธ์แห่งชาติของทีมที่ประท้วง  หรือ สโมสรมีข้อสงสัย หรือ ทีมตรงข้าม หรือ สโมสรตรงข้าม

ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของคณะกรรมการเทคนิค  สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์

 

เพื่อให้การอุทธรณ์นี้ถูกต้องสมบูรณ์ จะต้องยื่นอุทธรณ์เป็นลายลักษณ์อักษรภายใน  20  นาที หลัง

จากได้รับคำตัดสินของคณะกรรมการเทคนิค โดยวางมัดจำเป็นเงินประกัน  500  ยูเอส ดอลล่าร์ 

 

คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ถือเป็นยุติ คำตัดสินถือเป็นเด็ดขาด

 

C.4       วิดีทัศน์, ฟิล์ม, รูปภาพ หรือ วัสดุอื่นใด, ทัศนูปกรณ์, เครื่องมืออิเล็กทรอนิค, เครื่องดิจิตอล  หรือเครื่องใช้อย่างอื่น  สามารถนำมาใช้เฉพาะ เพื่อ :

·  การตัดสิน  หากมีการยิงประตู  และ  ลูกบอลหลุดจากมือระหว่างเวลาแข่งขัน   ขณะสิ้นสุดเวลาการแข่งขันของแต่ละช่วงเวลา หรือ ช่วงต่อเวลาพิเศษ  และ / หรือ เป็นการยิงประตู นับ  2  คะแนน  หรือ  3  คะแนน

·    การตัดสินใจในความรับผิดชอบเรื่องวินัย  หรือใช้เพื่อการศึกษา (ฝึกหัด) ภายหลังสิ้นสุดการแข่งขัน

 

 

 
   

 

 

D   การจัดอันดับของทีม  :  CLASSIFICATION OF TEAMS

 
   

 

 

 

D.1     ระเบียบวิธีการ

           

                                                ทีม จะถูกจัดอันดับให้เป็นไปตามผล ชนะ – แพ้ ของทีมนั้น กล่าวคือ ทีมชนะการแข่งขันได้  2  คะแนน และ ทีมแพ้การแข่งขันได้ 1 คะแนน (รวมทั้งการแพ้การแข่งขันเพราะผู้เล่นไม่ครบ - lost by default) และ ส่วนการแพ้การแข่งขัน เพราะถูกปรับแพ้ (lost by forfeit) จะได้ 0 คะแนน

 

D.1.1   ถ้ามี  2  ทีม ในการจัดอันดับได้คะแนนเท่ากัน ให้นำผลการแข่งขันระหว่าง  2  ทีมนั้น  มาใช้พิจารณาในการจัดอันดับ  

 

D.1.2    ถ้าคะแนน และ คะแนนประตูเฉลี่ย (goal average) ของทั้งสองทีมยังคงเท่ากัน การจัดลำดับให้ตัดสิน

โดยใช้คะแนนประตูเฉลี่ยของการเล่นทุกเกมของแต่ละทีมในกลุ่มนั้น

 

D.1.3    ถ้ามีทีมมากกว่าสองทีมในการจัดอันดับได้คะแนนเท่ากัน ให้นำการจัดอันดับครั้งที่ 2 มาใช้ โดยพิจารณาเฉพาะผลการแข่งขันของทีมที่มีคะแนนเท่ากัน

 

D.1.4    ถ้าเมื่อได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของระเบียบวิธีการดังกล่าวแล้ว ทำให้ทีมที่มีคะแนนเท่ากันลดเหลือเพียง 2  ทีม ให้นำวิธีการตามข้อ D 1.1 และข้อ D 1.2  มาใช้

 

D.1.5    ถ้าการจัดอันดับครั้งที่  2  ยังมีทีมที่มีคะแนนเท่ากัน  ให้ใช้คะแนนประตูเฉลี่ยมาพิจารณาในการจัดอันดับ โดยพิจารณาเฉพาะผลการแข่งขันของทีมที่มีคะแนนเท่ากัน

 

D.1.6    ถ้ามีทีมมากกว่าสองทีมได้คะแนนประตูเฉลี่ยเท่ากัน และถ้าทุกทีมยังคงมีคะแนนเท่ากัน การจัดอันดับให้พิจารณา โดยใช้คะแนนประตูเฉลี่ยจากผลการแข่งขันของทุกเกมที่เล่นในกลุ่ม

 

D.1.7    ถ้าเมื่อได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของระเบียบวิธีการดังกล่าวแล้ว ทำให้ทีมที่มีคะแนนเท่ากันยังคงเหลือมากกว่า 2 ทีม ให้นำวิธีการเริ่มต้นจากข้อ D 1.3  มาดำเนินการ ซ้ำอีก

 

D.1.8    การคิดคำนวณคะแนนประตูเฉลี่ยให้ใช้วิธีการหาร

 

D.2       ข้อยกเว้น  :  

 

ถ้ามีทีมร่วมเข้าแข่งขันเพียง 3  ทีม และไม่สามารถตัดสินตามขั้นตอนที่กล่าวได้ (คะแนนประตูเฉลี่ยด้วยการหารเท่ากัน) ให้นำคะแนนที่ทำได้ มาใช้ในการพิจารณาจัดอันดับ

 

ตัวอย่าง  :         

ผลการแข่งขันระหว่างทีม  A,  B,  C.         A  vs  B            82  -  75

                                                                                                A   vs  C           64  -  71

                                                                                                B   vs  C           91  -  84

 

ทีม         จำนวนเกม           ชนะ      แพ้       คะแนนจัดอันดับ      ผลต่างคะแนน  คะแนนประตูเฉลี่ย

    ที่แข่ง           

 

A                      2                1          1                3                     146 : 146         1.000

B                      2                1          1                3                      166 : 166         1.000

C                      2                1          1                3                      155 : 155         1.000

 

ดังนั้น                อันดับที่ 1   ทีม   B   -   166  คะแนน (points scored)

                                    อันดับที่ 2   ทีม   C   -   155  คะแนน (points scored)

                                    อันดับที่ 3   ทีม   A   -   146  คะแนน (points scored)

 

ถ้าทั้งสามทีมยังคงมีคะแนนเท่ากัน หลังจากได้ปฏิบัติทุกขั้นตอนแล้ว  ให้ใช้การจับฉลาก เป็นวิธีสุดท้ายในการจัดอันดับ  วิธีการจับฉลากให้พิจารณาดำเนินการโดยผู้ควบคุมการแข่งขัน  หรือ ฝ่ายจัดการแข่งขันของท้องถิ่น

 

D.3     ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของหลักเกณฑ์ในการจัดอันดับ

 

D.3.1    สองทีม มีคะแนนเท่ากัน และเป็นการแข่งขันแบบพบกันหมดครั้งเดียว

 

                        ทีม        จำนวนเกมที่แข่งขัน         ชนะ      แพ้        คะแนนการจัดอันดับ

 

                        A                      5                      4          1                      9

                        B                      5                      4          1                      9

                        C                      5                      3          2                      8

                        D                      5                      2          3                      7

                        E                      5                      2          3                      7

                        F                      5                      0          5                      5

 

ทีมชนะระหว่าง  A   กับ  B   เป็นทีมอันดับที่  1  และทีมชนะระหว่าง  D  กับ  E  เป็นทีมอันดับที่   4

 

 

 

 

D.3.2    สองทีม  มีคะแนนเท่ากัน และเป็นการแข่งขันแบบพบกันหมด 2 ครั้ง

 

                        ทีม           จำนวนเกมที่แข่ง       ชนะ      แพ้          คะแนนการจัดอันดับ

 

                        A                      10                    7          3                      17

                        B                      10                    7          3                      17

                        C                      10                    6          4                      16

                        D                      10                    5          5                      15

                        E                      10                    3          7                      13

                        F                      10                    2          8                      12

 

ผลการแข่งขันระหว่าง    A   กับ   B

 

D.3.2.1             ทีม   A   ชนะทั้ง  2  เกม 

ดังนั้น                อันดับที่  1         ทีม  A

                                                อันดับที่  2         ทีม  B

 

D.3.2.2             แต่ละทีม  ชนะทีมละ  1   เกม     

A  vs.  B             90  -  82

                                                            B  vs.  A             69  -  62

                        ผลต่างของประตู                        A                      152  -  151

                                                            B                      151  -  152

                        คะแนนประตูเฉลี่ย          A                      1.0066

                                                            B                      0.9934

                        ดังนั้น                            อันดับที่ 1          ทีม   A

                                                            อันดับที่ 2          ทีม   B

 

D.3.2.3             แต่ละทีมชนะทีมละ 1 เกม          

A  vs.  B           90  -  82

                                                            B  vs.  A            70  -  62

 

ทั้งสองทีมมีผลต่างประตูเท่ากัน (152 - 152)  และ มีคะแนนประตูเฉลี่ยเท่ากัน (1.000)

การจัดอันดับให้พิจารณาจากคะแนนประตูเฉลี่ย จากผลการแข่งขันของทุกเกมในกลุ่ม

 

 

 

 

D.3.3    มีทีมมากกว่าสองทีม  คะแนนเท่ากัน

 

                        ทีม        จำนวนเกมที่แข่ง             ชนะ      แพ้        คะแนนการจัดอันดับ

 

 

                        A                      5                      4          1                      9

                        B                      5                      4          1                      9

                        C                      5                      4          1                      9

                        D                      5                      2          3                      7

                        E                      5                      1          4                      6

                        F                      5                      0          5                      5                     

 

ผลการแข่งขันระหว่างทีม   A,   B,   C :    A  vs.  B             82  -  75

                                                                        A  vs.  C             77  -  80

                                                                        B  vs.  C             88  -  77

 

ทีม        จำนวนเกม         ชนะ      แพ้    คะแนนจัดอันดับ    ผลต่างคะแนน   คะแนนเฉลี่ย

 
   

 

 

A                2                1          1                3                 159 – 155        1.0258

B                2               1          1                3                 163 – 159        1.0251

C                2               1          1                3                 157 – 165        0.9515

 

ดังนั้น                                                    อันดับที่  1         ทีม   A

                                                                        อันดับที่  2         ทีม   B

                                                                        อันดับที่  3         ทีม   C

 

ถ้าคะแนนประตูเฉลี่ยเท่ากันทั้งสามทีม  การจัดอันดับขั้นตอนสุดท้าย  ให้พิจารณาจากผลการแข่งขันของทุกเกมในกลุ่ม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

D.3.4    มีทีมมากกว่าสองทีม  คะแนนเท่ากัน

 

                            ทีม        จำนวนเกมที่แข่ง             ชนะ      แพ้        คะแนนการจัดอันดับ

 

                        A                      5                      3          2                      8

                        B                      5                      3          2                      8

                        C                      5                      3          2                      7

                        D                      5                      3          2                      6

                        E                      5                      2          3                      7

                        F                      5                      1          4                      6

 

ให้นำการจัดอันดับครั้งที่ 2 มาใช้ โดยพิจารณาเฉพาะผลของการแข่งขันระหว่างทีมที่มีคะแนนเท่ากัน

 

มี 2 กรณี ที่เป็นไปได้ คือ

 

                                     กรณีที่  1                                                           กรณีที่   2

 

            ทีม                    ชนะ                  แพ้                    ทีม                    ชนะ                  แพ้

 

            A                      3                     0                     A                       2                    1

            B                      1                     2                     B                       2                    1

            C                      1                     2                     C                       1                    2

            D                      1                     2                     D                       1                    2

 

            กรณีที่  1                       อันดับที่  1         ทีม   A

                                                อันดับที่  2         ทีม   B,   C,   D ให้พิจารณาตามตัวอย่างข้อ D.3.3 ข้างบน

           

กรณีที่  2                       การจัดอันดับของทีม  A  และ  B  และ  C  และ  D  ให้พิจารณาตามตัวอย่าง

ข้อ D.3.2  ข้างบน

 

ทีมที่ไม่มาทำการแข่งขันตามกำหนดการ โดยไม่มีเหตุผล หรือ ถอนตัวจากสนามแข่งขัน ก่อนสิ้นสุดการแข่งขัน  จะถูกปรับให้แพ้การแข่งขันโดยถูกปรับแพ้ ( lose by forfeit ) และ ได้รับคะแนนการจัดอันดับ 0 คะแนน 

 

ถ้าทีมถูกปรับให้แพ้การแข่งขันโดยถูกปรับแพ้ เป็นครั้งที่  2  ผลของการแข่งขันของทีมนี้ จะถูกยกเลิกทั้งหมด

 

 

 

 
   

 

 

E   เวลานอกสำหรับโทรทัศน์   :    TELEVISION (TV) TIME – OUTS

 
   

 

 

E.1     คำจำกัดความ

ฝ่ายจัดการแข่งขันอาจตัดสินใจให้มีเวลานอกของทีวี และ ถ้ามี  เวลานอกของทีวี จะมีเวลา

(60, 75, 90  หรือ 100 วินาที)

 

E.2       หลักเกณฑ์  

E.2.1    อนุญาตให้เวลานอก ทีวี 1 ครั้ง ในแต่ละช่วงเวลา เป็นการให้เพิ่มเติมจากเวลานอกปกติ ไม่อนุญาต

 ให้มีเวลานอก ทีวี ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

E.2.2    เวลานอกครั้งแรก ของแต่ละช่วงเวลา (ทีม หรือ ทีวี) จะได้เวลานอก นาน 60, 75, 90  หรือ 100 วินาที

E.2.3    เวลานอกอื่นทั้งหมดในช่วงเวลา ให้เวลานอก นาน  60  วินาที

E.2.4    ทั้งสองทีม  มีสิทธิ์ได้เวลานอก  2  ครั้ง  ในระหว่าง ครึ่งเวลาแรก  และ ทีมละ 3 ครั้ง  ในระหว่าง      ครึ่งเวลาหลัง

เวลานอกนี้ อาจขอ ณ เวลาใดก็ได้ในระหว่างการแข่งขัน  และ สามารถให้มีเวลานาน :

·      60, 75, 90  หรือ 100  วินาที ถ้าพิจารณาให้เป็นเวลานอก ทีวี  ซึ่งเป็นเวลานอกครั้งแรกของช่วงเวลา หรือ

·      60 วินาที ถ้าไม่พิจารณาเป็นเวลานอก ทีวี   ซึ่งเป็นการร้องขอเวลานอกโดยทีมใดทีมหนึ่ง  หลังจากการให้เวลานอก ทีวี

 

E.3     วิธีปฏิบัติ  

 

E.3.1    เวลานอก ทีวี. ที่เหมาะสม ควรเป็นช่วงเวลาที่เหลือ  5 นาที ของช่วงการเล่น  อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการรับรองว่าจะต้องปฏิบัติ ในกรณีนี้

E.3.2    ถ้าไม่มีทีมใด ขอเวลานอก ก่อน 5 นาทีสุดท้ายของเวลาที่เหลืออยู่ในช่วงเวลา  ฉะนั้น จะให้เป็นเวลานอก ทีวี. ในโอกาสแรก เมื่อบอลตาย และ เวลาแข่งขันหยุดเดิน เวลานอกครั้งนี้ ไม่นับเป็นเวลานอกของทีมใดทีมหนึ่ง

E.3.3    ถ้ามีทีมใดทีมหนึ่งได้รับเวลานอก ก่อน 5 นาทีสุดท้าย ของเวลาที่เหลือในช่วงเวลา  เวลานอกครั้งนี้ให้ถือเป็นการใช้เวลานอก ทีวี.

เวลานอกครั้งนี้ ให้นับเป็นทั้งเวลานอก ทีวี และ เวลานอกของทีมที่ร้องขอ

E.3.4    ด้วยวิธีปฏิบัตินี้ จะทำให้มีเวลานอกอย่างน้อยที่สุด 1 ครั้งในแต่ละช่วงเวลา และ มากที่สุด 6 ครั้ง  ในครึ่งเวลาแรก และ มีเวลานอกมากที่สุด 8 ครั้ง ในครึ่งเวลาหลัง

 

            จบกติกา และ วิธีดำเนินการ

 

 

 

บรรณานุกรม

 

 

วัชระ  คล้ายรอด. กติกาบาสเกตบอล  ฉบับปี 2551(2008). กรุงเทพฯ : 2551. (อัดสำเนา)

                                     

                  .คำอธิบายกติกาบาสเกตบอล  ฉบับปี 2551(2008). กรุงเทพฯ : 2551. (อัดสำเนา)

 

FIBA Central Board, International Basketball Federation (FIBA). Official Basketball Rules 2010

            San Juan, Puerto Rico, 17th April 2010.

 

 

 

ประวัติของกีฬา

บาสเกตบอล ( Basketball ) เป็นกีฬาประจำชาติอเมริกัน ถูกคิดขึ้น เพื่อต้องการช่วยเหลือบรรดาสมาชิก Y.M.C.A. ได้เล่นกีฬาในฤดูหนาว